共有

Wood Pallet: เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด ลดโลกร้อน : พลังงานแห่งอนาคต

Last updated: 10 Nov 2025
861 Views

Wood Pellets หรือ ชีวมวลอัดแท่ง เป็นนวัตกรรมเชื้อเพลิงชีวมวล ในรูปเชื้อเพลิงแข็ง (Solid-Fuels) ผลิตจากไม้เนื้อแข็ง จากสวนป่าปลูกของเกษตรกร (Farmed-Trees) ภายใต้แนวทางการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับมาตรฐานจากองค์การจัดการด้านป่าไม้ในระดับนานาชาติ ซึ่งให้ค่าพลังงานความร้อนสูงเพื่อเป็นเชื้อเพลิงพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ที่สะอาด ทดแทนการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล (Fossil-Energy) ซึ่งลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสภาวะโลกร้อน (Global Warming) ตอบสนองการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ของภาคอุตสาหกรรม และการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์

จากที่ทราบกันเป็นอย่างดี ไทยเป็นหนึ่งในประเทศแห่งการเกษตรลำดับต้นๆ ของโลกประโยชน์ของการนำของเสียทางเกษตรจำนวนมากมาต่อยอดจึงได้มาถึงแล้ว โดยเราสามารถนำของเสียเหล่านี้ มาทำเป็น ชีวมวลอัดแท่ง (Biomass wood pellet) เพื่อผลิตพลังงานใช้ในอุตสาหกรรมได้โดยไม่ให้เสียทรัพยากรไปโดยสูญเปล่า และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ทั้งนี้ ชีวมวลอัดแท่ง เหมาะแก่เป็นพลังงานหมุนเวียนในธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นตัวช่วยรับมือกับภาษีคาร์บอนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ชีวมวลอัดแท่ง (Biomass Wood pellet) คืออะไร ?
ชีวมวลอัดแท่ง มีกระบวนการผลิตอย่างไร ?
ชีวมวลอัดแท่ง แปรรูปเป็นพลังงานได้อย่างไร ?
ข้อดีของ ชีวมวลอัดแท่ง ในบริบทไทย
ชีวมวลอัดแท่ง (Biomass Wood pellet) คืออะไร ?

ชีวมวลอัดแท่ง คือ แท่งพลังงานเชื้อเพลิงแข็ง (Solid-Fuels) ที่ได้จากอินทรีย์สาร หรือก็คือเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร กาก มูลสัตว์และของเสียจากโรงงาน เช่น ขี้เลื่อย แกลบ ฟาง กากอ้อย กะลาปาร์ม กะลามะพร้าว เศษไม้ เศษหญ้า มูลโคและสุกรเปลือกสับปะรด น้ำเสียจากโรงงาน เป็นต้น โดยให้ค่าพลังงานความร้อนสูง สามารถนำมาใช้ในการแปรรูปเป็นพลังที่ใช้ในอุตสาหกรรม และกิจกรรมต่างๆ ได้ และที่สำคัญชีวมวลอัดแท่งนี้ยังเป็นพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
โดยเราสามารถนำ ชีวมวลอัดแท่ง มาแปรรูปเป็นพลังงานได้หลากหลาย
ชีวมวลอัดแท่ง มีกระบวนการผลิตอย่างไร ?

1. กระบวนการย่อย (Crushing process)
เป็นการนำวัสดุทางการเกษตร เช่น ปีกไม้ เศษไม้ เปลือกไม้ ฟางข้าว ที่มีขนาดไม่เหมาะแก่สำหรับการผลิตมาย่อยให้มีขนาดที่เหมาะสมผ่านเครื่องจักรย่อยบด ก่อนที่จะนำไปผลิต
2. กระบวนการลดความชื้น (drying process)
เป็นการนำวัสดุทางการเกษตรมาลดความชื้นให้ถึงในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้วัสดุเหมาะกับกระบวนการอัด (pelleting process)
3. กระบวนการผสม (mixing process)
เป็นการนำวัสดุทางการเกษตรตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป มาผสมกัน
4. กระบวนการอัด (pelleting process)
เป็นการขึ้นรูปวัสดุให้เป็นแท่งให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 6-10 มม. ยาว 3-6 ซม. หรือตามความต้องการ โดยจะใช้เครื่องจักรในการขึ้นรูป
5. กระบวนการระบายความร้อน (cooling process)
จะเป็นการนำเชื้อเพลิงชีวมวลที่ขึ้นรูปเป็นแท่งแล้ว มาระบายความร้อน เพื่อให้เย็นตัวลง ซึ่งจะทำให้ชีวมวลมีความแข็งคงทนเป็นแท่ง โดยในกระบวนการนี้เป็นอันเสร็จสิ้น
ชีวมวลอัดแท่ง แปรรูปเป็นพลังงานได้อย่างไร ?

ชีวมวลอัดแท่ง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ทั้งในภาคอุตสาหกรรมโรงงาน และการคมนาคม เป็นต้น ทั้งนี้ชีวมวลอัดแท่งสามารถแปรรูปเป็นพลังงานได้ 4 รูปแบบ
1. เผาไหม้โดยตรง (Combustion)
สามารถทำการแปรรูปโดยนำความร้อนจากการเผาไหม้ชีวมวล ซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตไอน้ำที่มีอุณหภูมิและความดันสูง จากนั้นไอน้ำจะถูกส่งไปขับกังหันไอน้ำ เพื่อผลิตไฟฟ้า
2. หมัก (Fermentation)
เป็นการนำวัตถุดิบมาหมักในที่อับอากาศ ซึ่งจะแปรรูปวัตถุดิบชีวภาพให้เป็นแก๊ซมีเทน และเป็นเชื้อเพลิงในเวลาต่อมา โดยสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานได้
3. ผลิตก๊าซ (Gasification)
ทำการเผาแบบอัดก๊าซจนได้ก๊าซสังเคราะห์ (Syngas) สามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas engine) ได้
4. ผลิตเชื้อเพลิงเหลวจากพืช
ทำการย่อยสลายพืชทางการเกษตร ในรูปแบบเอทานอล เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบนซิน
ข้อดีของ ชีวมวลอัดแท่ง ในบริบทไทย


ในประเทศไทย ชีวมวลอัดแท่ง ได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมโรงงานไทยในช่วงระยะหลังมานี้ เนื่องจากชีวมวลอัดแท่งสามารถเผาไหม้ได้นาน ซึ่งก็เท่ากับพลังงานที่มาก เหมาะกับการใช้ในรูปของพลังงานความร้อน เพื่อผลิตไอน้ำ หรือใช้เป็นเชื้อเพลิง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากระบบหม้อต้มไอน้ำ ซึ่งมีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงพาณิชย์ชนิดอื่นๆ และสามารถใช้แทนน้ำมันดีเซลในกระบวนการผลิตด้วยความร้อนด้วยต้นทุนที่ประหยัดกว่ามาก อีกทั้งยังช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่า เพราะเชื้อเพลิงชีวมวลทำจากทรัพยากรเหลือใช้ทางการเกษตรที่สามารถทดแทนได้ ซึ่งในประเทศไทยก็มีอยู่อย่างเหลือเฟือ
นอกจากนี้ ด้วยความที่ ชีวมวลอัดแท่ง เป็นพลังงานหมุนเวียน จึงถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยรับมือกับมาตรการปรับภาษีคาร์บอนก่อนข้ามพรหมแดน (CBAM) สำหรับธุรกิจไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรป เพราะต้องบอกเลยว่าต่อไปในอนาคตมาตรการภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) จะเกิดขึ้นทั่วโลก เพราะฉะนั้นพลังงานหมุนเวียนสำคัญมาก


อย่างไรก็ตามในปัจจุบันการใช้ ชีวมวลอัดแท่ง ในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อย่างในโรงงานแปรรูปเกษตรและเคมีภัณฑ์เป็นหลักซึ่งยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากภาคการผลิตไทย ยังไม่มีเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัย ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศที่ยังคงมีต้นทุนที่สูงอยู่


แต่มีการคาดการณ์ว่าอนาคต ชีวมวลอัดแท่ง ในประเทศไทย จะเติบโตมากขึ้นตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลรวม 4,694 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 หรืออีก 14 ปีข้างหน้า


SOOK TRADING  จำหน่าย ชีวมวลอัดแท่ง (Biomass Wood Pellet) ที่มีส่วนผสมของยางพาราและไม้เนื้อแข็ง ให้พลังงานสูง เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลเกรดพรีเมียม ให้ค่าความร้อนสุทธิขั้นต่ำ 4,300 กิโลแคลอรี่ / กิโลกรัม โดยมีปริมาณเถ้าที่ต่ำ และความชื้น (Moisture Content) 

เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) ผลิตได้จากการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ขี้เลื่อย แกลบ ซังข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง กะลาปาล์ม เปลือกไม้ เศษไม้หรือขี้เลื่อยจากโรงงานแปรรูปไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ มาย่อย ลดความชื้น และนำมาอัดเป็นเม็ดหรือแท่ง ได้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีความชื้นต่ำ มีค่าความร้อนสูง สะดวกต่อการขนส่ง และสามารถเก็บสต็อกวัตถุดิบได้นาน เหมาะสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตความร้อนในภาคอุตสาหกรรมหรือโรงไฟฟ้า ในต่างประเทศมีความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดค่อนข้างสูง จากกระแสสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน

ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความต้องการเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดเพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลที่กำลังทยอยเปิดเพิ่มขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ญี่ปุ่นต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด เพิ่มจาก 1.2 ล้านตันในปี 2562 มาเป็น 5 ล้านตันในปี 2565 และ 10 ล้านตันในปี 2570 และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพทางด้านวัตถุดิบในการผลิต โดยเฉพาะจากการโค่นต้นยางปีละมากกว่า 4 แสนไร่ ซึ่งนอกจากจะได้เนื้อไม้แปรรูปเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้แปรรูปแล้ว ผลพลอยได้ประเภทเศษไม้ เศษขี้เลื่อย ยังสามารถป้อนเป็นวัตถุดิบผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดได้ถึงประมาณ 12 ล้านตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าเชิงเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะเป็นเครื่องชี้ถึงความสำเร็จของโอกาสที่ไทยจะสามารถเพิ่มบทบาทการส่งออกเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดไปยังญี่ปุ่นคือ การสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำเข้า ทั้งด้านปริมาณและความต่อเนื่องของวัตถุดิบที่มีความยั่งยืนตลอดช่วงอายุสัญญาซื้อขาย เนื่องจากการสั่งซื้อจากญี่ปุ่นส่วนมากเป็นการทำสัญญาระยะยาว 10-20 ปี ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการของไทย อาจใช้โอกาสจากความพร้อมในด้านต่างๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์จาก White Pellet มาเป็น Black Pellet ที่มีค่าความร้อนสูงกว่า พร้อมทั้งขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ได้อีกด้วย

Wood Pallet เชื้อเพลิงธรรมชาติ แหล่งพลังงานหมุนเวียนในอนาคต


関連コンテンツ
เกร็ดความรู้ Wood Pellets แหล่งเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่ออนาคค (Green Energy, Waste Management Energy, Carbon Credit
Wood pellet คือ เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด ซึ่งผลิตจากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ซังข้าวโพด หรือเศษไม้จากอุตสาหกรรม นำมาผ่านกระบวนการย่อย ลดความชื้น และอัดเป็นเม็ดทรงกระบอกที่มีความหนาแน่นสูง ทำให้ได้เชื้อเพลิงที่มีคุณสมบัติความร้อนสูง เก็บขนส่งและใช้งานได้สะดวก เหมาะสำหรับใช้เป็นพลังงานทดแทนในโรงงานอุตสาหกรรม และครัวเรือน คุณสมบัติของ Wood Pellet ค่าความร้อนสูง: ให้พลังงานวามร้อนสูง เหมาะสำหรับใช้ในหม้อไอน้ำ (Boiler) หรือเตาเผาความชื้นต่ำ: มีความชื้นไม่เกิน (10%) ทำให้เผาไหม้ได้สมบูรณ์ขี้เถ้าเหลือน้อย: มีปริมาณเถ้าหลังจากการเผาไหม้น้อย ทำให้การจัดการง่ายขึ้นความหนาแน่นสูง: ด้วยรูปทรงและขนาดที่สม่ำเสมอ ทำให้ขนส่งและจัดเก็บได้ง่ายเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แหล่งวัตถุดิบ เศษวัสดุทางการเกษตร: เช่น แกลบ ซังข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง กะลาปาล์ม ฟางข้าวเศษวัสดุจากอุตสาหกรรมไม้: เช่น ขี้เลื่อย ขี้กบ หรือเศษไม้จากโรงงานเฟอร์นิเจอร์พืชพลังงาน: เช่น ต้นกระถินยักษ์ หญ้าเนเปียร์ การใช้งาน โรงงานอุตสาหกรรม: ใช้เป็นเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำ (Boiler) หรือเตาเผาต่างๆ เพื่อผลิตไอน้ำและความร้อนครัวเรือน: ใช้ในเตาเผาหรือหม้อต้มสำหรับให้ความร้อนในบ้าน
27 Nov 2025
「RDF 廃棄物を未来のクリーンエネルギーへ転換 — タイ経済を動かす火種、再生可能エネルギー時代への移行の核心」   SO OK TRADING:2026年6月13日
RDF – 廃棄物燃料とタイの再生可能エネルギーの未来 SO OK TRADING|2026年6月13日 ♻️ 「廃棄物」はもはや不要なものではなく、未来のエネルギーへ! RDF(Refuse-Derived Fuel)は、廃棄物を選別・加工して燃焼に適した形に変え、持続可能な熱エネルギーや電力を生み出す燃料です。 世界が Net Zero Carbon に向かい、産業界が欧州の CBAM規制 に適応しなければならない今、RDFはタイのエネルギー分野における新たな解決策となり、コスト削減と石炭依存の低減を同時に実現します。
13 Jun 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy そして Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy