แชร์

แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ ปี 2569 : โอกาสทองสำหรับผู้ส่งออกไทย และ ธุรกิจนานาชาติ BY SOOK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 19 ม.ค. 2026
954 ผู้เข้าชม

แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ปี 2569 และโอกาสสำหรับธุรกิจ BY SO OK TRADING :

ในปี 2569 ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) กำลังเคลื่อนไหวในทิศทางที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ด้วยภาพรวมที่สะท้อนถึง การอ่อนค่าลงในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่จะมีโอกาส ฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง จากแรงหนุนด้านนโยบายการคลังและการลงทุนในเทคโนโลยี AI การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก แต่ยังเปิดโอกาสเชิงกลยุทธ์ให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SO OK TRADING ที่ดำเนินธุรกิจด้านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมสู่ตลาดโลก

ภาพรวมระดับโลก (Global Outlook)

Downward Bias: ดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการฟื้นตัวที่สมดุลของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนสูง: รูปแบบการเคลื่อนไหวคล้าย “Check Mark” คืออ่อนค่าลงในครึ่งปีแรก (ดัชนี DXY อาจแตะ 94–95) ก่อนจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง แรงหนุนความแข็งแกร่ง: ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง และสถานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ของดอลลาร์ยังคงทำให้ค่าเงินนี้ไม่อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง แนวโน้มเมื่อเทียบกับเงินบาท (USD/THB)

ต้นปี 2569: เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ในกรอบ 31.10–31.60 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสลงไปแตะ 31.00 บาทหรือต่ำกว่า ครึ่งปีหลัง: เงินบาทอาจกลับมาอ่อนค่าลงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ขณะที่เงินทุนไหลกลับเข้าสหรัฐฯ ตารางคาดการณ์ USD/THB ปี 2569

-----
 ตารางคาดการณ์ USD/THB ปี 2569

| ช่วงเวลา | ดัชนี DXY | ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ (USD/THB) |
|-----------|-----------|----------------------------------|
| Q1 | ~97.6 | 31.00 – 31.60 |
| Q2 | ~94.0–96.3| มีโอกาสแข็งค่าสุด |
| Q3–Q4 | ~93.4–100 | 30.50 – 31.70 | 

-----
  
เทียบกับสกุลเงินหลัก แนวโน้มค่าเงินปี 2569

EUR/USD: ยูโรแข็งค่า คาดอยู่ที่ 1.20–1.25 USD/JPY:

เงินเยนแข็งค่า คาดอยู่ที่ 140–148 (แต่มีความเสี่ยงดีดตัวถึง 164 หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแรงเกินคาด)

GBP/USD: ปอนด์แข็งค่า คาดอยู่ที่ 1.36–1.39 USD/THB: บาทแข็งค่าในครึ่งแรก ก่อนอ่อนค่ากลับในครึ่งหลัง

------
ยูโร (EUR/USD): ได้แรงหนุนจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่แคบลงหลัง Fed ลดดอกเบี้ย เยน (USD/JPY): BoJ เข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้เยนแข็งค่า แต่ยังมีความเสี่ยงหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแรงเกินคาด ปอนด์ (GBP/USD): เศรษฐกิจอังกฤษฟื้นตัวและนโยบายการเงินยังเข้มงวด ทำให้ปอนด์แข็งค่า เงินบาท (USD/THB): แข็งค่าช่วงครึ่งแรกตามทิศทางดอลลาร์โลก ก่อนอ่อนค่ากลับจากปัจจัยการเมืองและเศรษฐกิจไทย หยวน (USD/CNY): จีนยังคงใช้นโยบายการเงินระมัดระวังและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้หยวนมีแนวโน้มแข็งค่าหรือทรงตัวในกรอบ 6.80–7.10

--------

เงินหยวนจีน (CNY) ในปี 2569 มีแนวโน้ม “ทรงตัวถึงแข็งค่าเล็กน้อย” เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) โดยเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 6.97 – 7.00 หยวนต่อดอลลาร์ในช่วงต้นปี และมีโอกาสแข็งค่าขึ้นหากเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวต่อเนื่อง

สถานการณ์เงินหยวนปี 2569: วิเคราะห์เชิงลึก

แนวโน้มค่าเงิน USD/CNY

ต้นปี 2569: ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6.9855 หยวนต่อดอลลาร์ โดยมีจุดสูงสุดที่ 6.9973 และต่ำสุดที่ 6.9732 แนวโน้มครึ่งปีแรก: หยวนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและการส่งออกที่กลับมาเติบโต ครึ่งปีหลัง: หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหรือเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินหยวนอาจกลับมาอ่อนค่าบ้างจากแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ปัจจัยหนุนหยวน

นโยบายการเงินจีน: ธนาคารกลางจีน (PBoC) ยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างระมัดระวัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่กดดันค่าเงินมากเกินไป

การส่งออกและการลงทุน: การฟื้นตัวของภาคการผลิตและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานช่วยหนุนความเชื่อมั่นในหยวน การลดการพึ่งพาดอลลาร์: จีนยังคงผลักดันการใช้หยวนในธุรกรรมระหว่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม BRICS และประเทศคู่ค้าในเอเชีย ⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

ความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ: หากเกิดความตึงเครียดทางการค้าหรือการเมือง อาจส่งผลให้หยวนอ่อนค่าลงอย่างฉับพลัน การควบคุมเงินทุนไหลออก: หากจีนเข้มงวดกับการควบคุมเงินทุน อาจทำให้ตลาดมองว่าหยวนมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง เศรษฐกิจภายในประเทศ: หากการบริโภคภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัวตามเป้า อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในหยวน

--------

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา

การเปลี่ยนผู้นำ Fed: เดือนพฤษภาคม 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางนโยบายการเงิน นโยบายการคลังและภาษี: การใช้จ่ายมหาศาลและกำแพงภาษีอาจสร้างแรงกดดันต่อดอลลาร์ ภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดในเวเนซุเอลา อิหร่าน และกรีนแลนด์ อาจทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เทคโนโลยี AI: การลงทุนมหาศาลใน AI เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างที่ช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์ วิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจ

สำหรับผู้ประกอบการไทย  ที่มุ่งเน้นการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม การเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ในปี 2569 คือ โอกาสทอง:

ครึ่งปีแรก: ดอลลาร์อ่อนค่า → สินค้าไทยมีความสามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดโลกมากขึ้น ครึ่งปีหลัง: ดอลลาร์ฟื้นตัว → ผู้ส่งออกที่มีการทำ Hedging จะสามารถรักษากำไรและลดความเสี่ยงจากความผันผวน

ข้อสรุป

ปี 2569 คือปีแห่งความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ และ เวทีแห่งโอกาส หากใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้อง ทั้งการติดตามข่าวเศรษฐกิจ การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง และการนำเสนอสินค้าไทยที่มีคุณภาพสูงและภาพลักษณ์ระดับสากล

ก้าวสู่เวทีโลกด้วยความมั่นใจ กับ SO OK TRADING แม้ทิศทางค่าเงินจะผันผวน แต่โอกาสยังคงสดใสเสมอ

ขอบคุณมากครับ 


บทความที่เกี่ยวข้อง
LME คือ อะไร และ ราคาเคลื่อนไหวอย่างไร และ คาดการณ์อย่างไร
คุณรู้หรือไม่ว่าโลหะ / อโลหะ ที่อยู่รอบตัวพวกเราชนิดอื่นๆ ราคาเดี๋ยวก็ขึ้นเดี๋ยวก็ลงไม่ต่างจากราคาทองเลย รวมถึงราคาของอลูมิเนียม , ทองแดง , สังกะสี , เหล็ก , ตะกั่ว ก็ด้วยเช่นกัน ทำไมราคาอโลหะ เช่น อลูมิเนียม ถึงปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา SO OK อยากชวนคุณมาอ่านบทความนี้ เพื่อ Refresh ข้อมูล และ ทำความเข้าใจกับวงจรการเคลื่อนไหวราคา LME กัน ก่อนอื่นเราขอชี้ให้เห็นก่อนว่าอลูมิเนียม และถูกนำมาใช้ประโยชน์ในหลากหลายอุตสาหกรรม หากมองไปที่ของใช้ต่างๆ รอบตัว เชื่อว่าจะต้องมีหลายชิ้นที่มีส่วนประกอบของอลูมิเนียมแน่นอน เช่น กระป๋องบรรจุเครื่องดื่ม ชิ้นส่วนรถยนต์ กรอบประตูหน้าต่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ครัว เป็นต้น นั่นทำให้อลูมิเนียมเป็นที่ต้องการของภาคการผลิตตลอดเวลา ด้วยคุณสมบัติที่มีความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบา นำความร้อนและความเย็นได้ดี ที่สำคัญสามารถรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้เรื่อยๆ ไม่รู้จบ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและสถานการณ์ในแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน จึงทำให้ ราคาอลูมิเนียม ขึ้นลงแปรผันตาม demand และ supply และสถานการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบ แล้วปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อราคา อโลหะ , โลหะ SO OK จะขออนุญาติ ยกตัวอย่างจากสินแร่ อลูมิเนียม มาให้เห็ภาพ เราสามารถเช็กราคาอลูมิเนียมได้โดยอิงจากราคา LME แล้วราคา LME คืออะไร? LME หรือ London Metal Exchange เป็นตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าเกี่ยวกับอโลหะ (ไม่รวมเหล็ก) ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดจากประเทศอังกฤษ โดยมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและตัวเลือกต่างๆ สำหรับโลหะและสินค้าโภคภัณฑ์ คือ อลูมิเนียม ทองคำ ทองแดง เงิน โคบอลต์ และสังกะสี ซึ่งเมื่อเทียบราคาทองคำที่ขึ้นลงตลอดเวลาแล้ว ราคาของอลูมิเนียมก็ขึ้นลงไปต่างกัน แต่ก็ปรับตัวขึ้นจากปีก่อนๆ เยอะมาก โดยเมื่อย้อนดูราคาอลูมิเนียมตั้งแต่ต้นปี 2021 จนถึงตอนนี้ NOV 2025 ราคาอลูมิเนียมเคยมีราคาต่ำสุดที่ 1,953.80 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน สูงสุดที่4,300 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และปัจจุบัน (NOV 2025) เฉลี่ยอยู่ที่ 2,823 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน สาเหตุที่ทำให้ราคาอลูมิเนียมปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบันและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องในอีก นั่นก็เพราะว่าประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้นโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า , รถไฟฟ้า EV, การใช้งานแบตเตอรี่ไฟฟ้า , บรรจุภัณฑ์ , สายไฟ ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องเพิ่มจำนวนการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ ทำให้ผู้ผลิตต้องซื้อวัตถุดิบในตลาดโลกมากขึ้น ราคาวัตถุดิบในตลาดโลกจึงพุ่งสูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เทรนด์รักษ์โลกกับการใช้อลูมิเนียมยังมาแรงมากๆ ในปัจจุบัน “เทรนด์โลกกำลังมุ่งเน้นไปสู่เป้าหมายการสร้างความยั่งยืน SDGs ซึ่งมีผลต่อปริมาณความต้องการอลูมิเนียมสูงขึ้นในระยะยาว เพราะหลายประเทศหันมาใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งใช้อลูมิเนียมในการทำโซลาร์เซลล์ ทำให้ปริมาณการใช้อลูมิเนียมในอนาคตจะเพิ่มขึ้น 10 เท่าใน 10 ปี หรือเพิ่มจาก 1 ล้านตันในปี 2563 เป็น 4 ล้านตันในปี 2573” – นายธีรพันธุ์ พิมพ์ทอง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอลูมิเนียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), ประชาชาติธุรกิจ, มิ.ย. 21 อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะเห็นกันแล้วว่าอลูมิเนียม รวมถึงสินค้าโลหะ และ อโลหะอื่นๆ จึงเป็นวัตถุดิบที่มีค่ามากอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว ราคาอลูมิเนียมจึงปรับขึ้นลงตลอดเวลา และยังมีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นไปในอนาคตอีกด้วย
29 พ.ย. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy