แชร์

แนวโน้มและบทวิเคราะห์เชิงอุตสาหกรรม และ การคาดการณ์ราคาตะกั่วโลก ปี 2026:

อัพเดทล่าสุด: 11 ม.ค. 2026
11362 ผู้เข้าชม

สถานการณ์ราคาตะกั่ว (Lead, Pb) ในตลาด LME และการใช้งานในอุตสาหกรรม

ภาพรวมราคาล่าสุด

ราคาล่าสุด (9 ม.ค. 2026): 2,045.70 USD/ตัน
การเปลี่ยนแปลงรายวัน: +1.15% (จาก 8 ม.ค. 2026)
การเปลี่ยนแปลงรายเดือน: +3.35% (เทียบกับ ธ.ค. 2025)
การเปลี่ยนแปลงรายปี: +3.58% (เฉลี่ยปี 2025 อยู่ที่ 1,970 USD/ตัน)
➡️ ราคาตะกั่วปรับฐานจากช่วง 1,950–1,970 USD/ตัน ขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 2,040 USD/ตันในต้นปี 2026 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในตลาดโลหะฐาน

 คาดการณ์ราคาตะกั่วในเดือนมกราคม 2026 : - ฐาน 2,020 , ระดับกึ่งกลาง 2,060 ระดับเพดานให้น้ำหนักว่าราคาอาจจะขยับสูงขึ้นได้ที่ระดับ 2,150 USD/MT --> แนวโน้มราคาในเดือนมกราคมมีความเป็นไปได้ที่จะขยับฐานสูงขึ้น (2,050-2,080 USD/MT)

แนวโน้มราคาตะกั่วทั้งปี 2026

ฐานราคา (Floor): ~2,000 USD/ตัน
ระดับกลาง (Mid-range): 2,050–2,100 USD/ตัน
เพดานราคา (Ceiling): 2,200–2,250 USD/ตัน
คาดว่าราคาตะกั่วปี 2026 จะขยับขึ้นได้ 5–10% แต่ไม่แรงเท่าทองแดงหรืออลูมิเนียม

 

ปัจจัยที่มีผลต่อราคา

ความต้องการแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด (Lead-acid batteries):
ใช้ในยานยนต์, ระบบสำรองไฟ (UPS) → เป็นแรงหนุนหลักของตลาด
การลงทุนด้านพลังงานและการป้องกันประเทศ:
ความต้องการตะกั่วยังคงแข็งแกร่งจากโครงการไฟฟ้า, AI, และการทหาร
เศรษฐกิจจีน:
การชะลอตัวของจีนอาจกดดันความต้องการ แต่ตลาดอื่น เช่น อินเดียและตะวันออกกลาง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
มาตรการสิ่งแวดล้อม:
การควบคุมการผลิตและรีไซเคิลเข้มงวดขึ้น → ต้นทุนสูงขึ้น, อุปทานจำกัด
 

การใช้งานตะกั่วในอุตสาหกรรม

Lead Ingots (แท่งตะกั่วบริสุทธิ์):
ใช้ในแบตเตอรี่, เคมีภัณฑ์, วัสดุก่อสร้าง, และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
Remelted Lead Blocks (ตะกั่วรีไซเคิล):
ผลิตจากเศษตะกั่วและแบตเตอรี่เก่า → ลดต้นทุน, เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, ช่วยรักษาเสถียรภาพอุปทาน
 

ข้อสรุปสำหรับภาคอุตสาหกรรม

ราคาตะกั่วมีแนวโน้ม ค่อย ๆ ปรับขึ้น แต่ไม่รุนแรงเท่าโลหะอื่น
ผู้ประกอบการที่ใช้ Remelt Lead Block หรือ Pure Lead Ingots ควร:
จับตาต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
สำรองวัตถุดิบ เพื่อรับมือความเสี่ยงขาดแคลนหรือราคาสวิง
กระจายแหล่งจัดหา และเพิ่มสัดส่วนการใช้ ตะกั่วรีไซเคิล เพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดโลก
 

✨ การรีไซเคิลตะกั่วจะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมในปี 2026 เพราะช่วยทั้งด้านต้นทุนและความยั่งยืน 

-----

SOOK TRADING – ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าตะกั่วและโลหะอุตสาหกรรม

จุดแข็งของ SOOK TRADING

ความเชี่ยวชาญด้านตลาดโลก: วิเคราะห์แนวโน้มราคาตะกั่ว (Pb) ใน LME และโลหะ Non-Ferrous อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
สินค้าหลากหลาย:
Lead Ingots (ตะกั่วบริสุทธิ์) สำหรับแบตเตอรี่, เคมีภัณฑ์, อุตสาหกรรมไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
Remelted Lead Blocks (ตะกั่วรีไซเคิล) สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการลดต้นทุนและสนับสนุนการผลิตที่ยั่งยืน
มาตรฐานสากล: สินค้าผ่านการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสากล เพื่อความมั่นใจของลูกค้าทั่วโลก
การสื่อสารหลายภาษา: รองรับลูกค้าใน ไทย, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อังกฤษ → ลดช่องว่างทางธุรกิจและเพิ่มความมั่นใจ
 

ทำไมต้องเลือก SOOK TRADING

ราคาที่แข่งขันได้: อ้างอิงจากตลาด LME และปรับให้เหมาะสมกับลูกค้า
การจัดหาที่มั่นคง: มีทั้งวัตถุดิบใหม่และรีไซเคิล → ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก
บริการครบวงจร: ตั้งแต่การให้คำปรึกษา, การจัดหาวัตถุดิบ, ไปจนถึงการส่งออกระหว่างประเทศ
ความน่าเชื่อถือ: ได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรในหลายประเทศ
 
ข้อเสนอสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม

หากคุณอยู่ในธุรกิจ แบตเตอรี่, พลังงาน, อิเล็กทรอนิกส์, ก่อสร้าง หรือการป้องกันประเทศ
SOOK TRADING พร้อมเป็น คู่ค้าด้านตะกั่วและโลหะอุตสาหกรรม ที่คุณวางใจได้

ติดต่อ SOOK TRADING วันนี้ เพื่อรับข้อเสนอราคาพิเศษและคำปรึกษาเชิงกลยุทธ์สำหรับการจัดหาวัตถุดิบที่มั่นคงและยั่งยืน

 -------


SOOK TRADING – มั่นใจในคุณภาพตะกั่วและโลหะอุตสาหกรรม
เราจัดหาทั้ง Lead Ingots และ Remelted Lead Blocks ด้วยมาตรฐานสากล ราคายุติธรรม และบริการระดับมืออาชีพ พร้อมรองรับลูกค้าทั่วโลก

------- 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“สังกะสีทะยานแรง! ราคาสูงสุดในรอบ 4 ปี – เจาะลึกตลาดโลก Supply ตึง Demand พุ่ง กับ SO OK TRADING”: 4 SEP 2026
ตลาดสังกะสีโลกทะยานสูงสุดในรอบ 4 ปี LME ZINC PRICE ANALYSIS : SO OK TRADING : 4 SEP 2026 ราคาสังกะสีโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี สะท้อนภาวะตลาดที่ตึงตัวจากฝั่งอุปทานและแรงหนุนจากอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ข้อมูลล่าสุดจาก London Metal Exchange (LME) ระบุว่า ราคาสังกะสีล่วงหน้า 3 เดือนปิดที่ 3,912 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นกว่า 1.22% ขณะที่ราคาซื้อขายเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 3,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ภาวะ Supply Squeeze ที่เกิดจากการหยุดผลิตของเหมืองในสวีเดน สหรัฐฯ และเปรู รวมถึงค่าธรรมเนียมการถลุงติดลบในจีน ส่งผลให้สต็อกโลหะทั่วโลกลดต่ำสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ความต้องการสังกะสีในภาคการชุบกัลวาไนซ์และอุตสาหกรรม EV ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง SO OK TRADING วิเคราะห์ว่าแนวโน้มราคาสังกะสีในช่วงที่เหลือของปี 2026 จะยังทรงตัวในระดับสูง โดยมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 3,800–4,100 ดอลลาร์ต่อตัน และคาดว่าราคาเฉลี่ยในไตรมาส 4 จะอยู่ที่ 3,400–3,700 ดอลลาร์ต่อตัน ก่อนจะปรับฐานเล็กน้อยในปี 2027 ✨ สรุปภาพรวม: ตลาดสังกะสีโลกกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี ผู้ประกอบการไทยควรจับตาความเคลื่อนไหวของราคาและบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เข้มข้นในภูมิภาค SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในตลาดโลหะ Non‑Ferrous จากประเทศไทย
4 ก.ย. 2026
ทิศทางการใช้ อลูมิเนียมในอนาคต (ปี2026) , ทิศทางราคาอลูมิเนียม และ สถานะการณ์ Carbon Footprint
ทิศทางในอนาคตของอลูมิเนียมไทยมุ่งเน้น ความยั่งยืน (Sustainability) และ เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) โดยจะเน้น อลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ และ อลูมิเนียมรีไซเคิล เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนา การเคลือบผิวใหม่ๆ และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น โครงการ Aluminium Loop เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก. แนวโน้มสำคัญ: การเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV): รถ EV ต้องการใช้อลูมิเนียมเพิ่มขึ้นมากเพื่อลดน้ำหนัก ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มระยะทางวิ่ง. ความต้องการอลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Aluminium): ตอบสนองมาตรการสิ่งแวดล้อมทั่วโลก (เช่น EU CBAM) โดยเฉพาะการใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลสูง ซึ่งลดการปล่อยคาร์บอนได้มาก. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): โครงการอย่าง "Aluminium Loop" ขับเคลื่อนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมครบวงจร เพื่อลดขยะและสร้างมูลค่า. นวัตกรรมการเคลือบผิว (Coating Innovations): การเคลือบผิวแบบใหม่ๆ เพื่อเพิ่มฟังก์ชัน เช่น ป้องกันแบคทีเรีย (Anti-microbial) ทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean) สร้างผิวสัมผัสใหม่. การก่อสร้างแบบสำเร็จรูปและโมดูลาร์ (Modular Construction): ใช้อลูมิเนียมมากขึ้นในการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปนอกสถานที่ เพื่อความแม่นยำและลดของเสีย. การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy): ใช้อลูมิเนียมในโครงสร้างรองรับแผงโซลาร์เซลล์ และระบบพลังงานสะอาดอื่นๆ. ความท้าทาย: ต้นทุนพลังงาน & ห่วงโซ่อุปทาน: ความผันผวนของราคาพลังงานและความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน. การแข่งขัน: ประเทศคู่แข่งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล ทำให้ไทยต้องพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรักษาผู้นำ. โอกาส: ไทยมีศักยภาพด้านแรงงานฝีมือ และอุตสาหกรรมต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำที่ครบวงจร. การปรับตัวสู่การผลิตคาร์บอนต่ำสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำด้านอลูมิเนียมรีไซเคิล. สรุป: อลูมิเนียมไทยจะก้าวสู่ยุคใหม่ที่เน้น "เขียว" (Green) และ "ฉลาด" (Smart) โดยการรีไซเคิลและเทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตและความยั่งยืน.
16 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy