แชร์

ทุเรียนไทย (หมอนทอง) เกรด AAA ส่งขายยังประเทศจีน และ ประเทศต่างๆ

อัพเดทล่าสุด: 9 ม.ค. 2026
1843 ผู้เข้าชม

ทุเรียนหมอนทอง

ทุเรียนหมอนทองเป็นพันธุ์ทุเรียนยอดนิยมของไทย มีเนื้อสีเหลืองอ่อนละเอียด หนา แห้ง เนื้อเยอะ รสชาติหวานมัน กลิ่นหอมอ่อนๆ มีเอกลักษณ์เด่นคือเปลือกบาง พูใหญ่ชัดเจน โดยเฉพาะ "พูเอก" และมีหนามเล็กๆ "เขี้ยวงู" แซมระหว่างหนามใหญ่ กิ่งก้านใหญ่ ตั้งฉากกับลำต้น ทนทาน ปลูกง่าย ให้ผลดก และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ. 

ลักษณะเด่น:
ผล: ขนาดกลางถึงใหญ่ รูปร่างค่อนข้างยาว ปลายแหลม.
เนื้อ: สีเหลืองอ่อนละเอียด หนา แน่น ไม่แฉะ เส้นใยน้อย.
รสชาติ: หวานมันพอดี กลมกล่อม กลิ่นหอม.
เปลือก: บาง แยกเป็นพูชัดเจน
.หนาม: ฐานหนามเป็นเหลี่ยม มีหนามเล็กแซม (เขี้ยวงู).
 
 
ถิ่นกำเนิด:
เพาะจากเมล็ดกำปั่นเหลือง เกิดที่ตำบลบางรักน้อย จังหวัดนนทบุรี. ---> ทุเรียนหมอนทองที่ SO OK จัดจำหน่ายเป็นสายพันธ์นี้
ได้รับความนิยมและปลูกแพร่หลายในจันทบุรี ระยอง และภาคอื่นๆ.  ---> SO OK TRADING ส่งจากสวนจากจังหวัดจันทบุรี
 
 ทำไมทุเรียนพันธ์หมอนทอง
คุณภาพดี: เนื้อหนา รสชาติอร่อย เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค เนื้อหอมสวย เนื้อแน่น หวานละมุน หอม และ กลิ่นไม่แรง * (รายละเอียดตามรูป)
เนื้อทุเรียนหมอนทองคงสภาพได้นานหลังเก็บเกี่ยว. 
 
 -----

ทุเรียน หมอนทองไทย กับ ความต้องการที่สูงมากยังตลาดจีน ---> โซโอเคเทรดดิ้ง

ทุเรียนหมอนทองเป็นที่นิยมมากในจีน (金枕榴莲 - จินเจิ่นหลิวเหลียน) ถูกส่งออกเป็นหลักและทำราคาสูงในตลาดจีน ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้าทุเรียนเวียดนามมาเสริมแต่คุณภาพของทุเรียนเวียดนามและรสชาติยังไม่ได้ถึงมาตรฐานทุเรียนไทย โดยทุเรียนหมอนทองไทยยังคงเป็นที่ต้องการสูง โดยมีราคาขายปลีกในจีนพุ่งสูงถึงเกือบ 600 บาท/กก. ในช่วงพีค และมีการซื้อขายตามตลาดใหญ่อย่างกวางโจวที่ราคาผันผวนตามคุณภาพและปริมาณ. 
ความนิยมในตลาดจีน


ทุเรียนหมอนทองเป็นพันธุ์ยอดนิยมสูงสุดในตลาดจีน เนื้อสวย เหลืองนวล นุ่มฟู และเป็นที่รู้จักดี. 
ตลาดใหญ่: จีนเป็นผู้นำเข้าและบริโภคทุเรียนมากที่สุดในโลก. 

การเปลี่ยนแปลงของตลาด (ข้อมูล ณ ม.ค. 2026)
ราคา fluctuates: ราคาในจีนผันผวนตามฤดูกาลและปริมาณนำเข้า โดยเคยสูงมากจนขาดตลาด แต่ก็มีการแข่งขันจากทุเรียนเวียดนาม.
ตลาดหลัก: ตลาดกวางโจวมีการซื้อขายทุเรียนไทยเกรดสวยในราคาที่สูงขึ้น. 

ราคาขายปลีกในจีน (ตัวอย่าง)
ซูเปอร์มาร์เก็ตในเซินเจิ้นเคยขายหมอนทองไทยกิโลกรัมละเกือบ 600 บาท (60 หยวน/ครึ่งกิโลกรัม).
ราคาในตลาดจีนมีการแบ่งเกรด เช่น คุณภาพสูง ราคา 650-750 หยวน/หน่วย (ข้อมูล พ.ค. 2025). 

ข้อมูลเพิ่มเติม
ชื่อภาษาจีน: หมอนทอง (金枕榴莲 - จินเจิ่นหลิวเหลียน).
ผู้ส่งออก: ต้องลงทะเบียนและขอใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate). 

โดยสรุป ทุเรียนหมอนทองไทยยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดจีน และมีการซื้อขายในราคาสูง แต่ผู้ส่งออกต้องปรับตัวตามสถานการณ์ตลาดและการแข่งขันจากประเทศอื่น ***

-----

โซโอเคเทรดดิ้งเรามีความสามารถในการจัดหาทุเรียนเกรด AAA จากจังหวัดจันทบุรีเพื่อจัดจำหน่าย ไปยังตลาดจีน โดยทุเรียนที่เราส่งออกจะเป็นสายพันธ์หมอนทอง ซึ่งเป็นสายพันธ์ที่นิยมในตลาดจีน โดยทางเราจะส่งจากสวนในไทยที่คุณภาพสูง และ ทำการส่งออกไปยังจีน กวางโจว หรือ เมืองอื่นๆ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 วันจากสวนต้นทาง เพื่อคงความสดใหม่ และ รสชาติของผลผลิต : ทุเรียนของเรารับประกันความอร่อย และ เราส่งออกให้คู่ค้าด้วยราคาพิเศษ (คู่ค้าเราสามารถไปต่อในตลาด และ ค้าขายได้กำไร) YOU WIN : I WIN 

------

หากสนใจ กรุณาติดต่อ

WECHAT : SO OK TRADING : +66955566352

WHATAPP : SO OK TRADING : +66955566352

FACEBOOK : SO OK TRADING 

E-MAIL : SOOKTRADING@OUTLOOK.com

หรือติดต่อพวกเราผ่าน ช่อง Contact Us ในหน้า Web www.sooktrading.com ได้เลยครับ

-----

ขอบคุณมากครับ .....!!!!!


บทความที่เกี่ยวข้อง
พลังข้าวโพดไทย : จากไร่สู่ตลาดโลก - เจาะลึกตลาดข้าวโพด 2026: ไทยบนเวทีโลก - บทความจาก SO OK TRADING
อุตสาหกรรมข้าวโพดไทย : ข้าวโพดตลาดโลก โดย SO OK TRADING ประเทศไทยคือหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของโลกในอุตสาหกรรมข้าวโพด ทั้งด้านการเลี้ยงสัตว์และการส่งออกเพื่อการบริโภค โดยเฉพาะข้าวโพดหวานที่ไทยครองแชมป์ส่งออกอันดับ 1 ของโลก อินโฟกราฟิกนี้สรุปภาพรวมตลาดข้าวโพดไทย–โลกใน 5 มิติสำคัญ: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์: พื้นที่ปลูก 7 ล้านไร่ ผลผลิตยังไม่พอต่อความต้องการ ข้าวโพดบริโภค: ไทยส่งออกข้าวโพดหวานอันดับ 1 พร้อมต่อยอดสู่พลาสติกชีวภาพและสิ่งทอ โครงสร้างต้นทุนและสิ่งแวดล้อม: ต้นทุนสูง ปัญหา PM2.5 และมาตรฐานใหม่ “ปลอดการเผา” การนำเข้า: 3–4 ล้านตัน/ปี จากลาว เมียนมา กัมพูชา พร้อมมาตรฐานความชื้นและการตรวจสอบย้อนกลับ ราคาตลาด: แนวโน้มขาขึ้น (Bullish) ทั้งในประเทศและตลาดโลก CBOT โอกาสใหม่กำลังเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้ซื้อสินค้าข้าวโพดจากไทย หากท่านต้องการข้าวโพดคุณภาพสูง หรือสินค้าเกษตรจากไทย ส่งคำขอ INQUIRY ได้ที่: www.sooktrading.com หรืออีเมล: sooktrading@outlook.com
21 ก.พ. 2026
มรสุมคู่สะเทือนโลก: วิกฤตแนฟทา–ปุ๋ย จุดเปลี่ยนสู่ High-Cost Era พลาสติก–อาหารแพงทั่วโลก บทความโดย SO OK TRADING :10 เมษายน 2569
วิกฤตแนฟทาและปุ๋ย: มรสุมสองลูกที่เขย่าโลกและอาเซียน เดือนเมษายน 2569 โลกกำลังเผชิญกับ “มรสุมคู่” ที่สั่นสะเทือนเศรษฐกิจโลก — การขาดแคลน แนฟทา (Naphtha) และ ปุ๋ยเคมี จากความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ ผลกระทบลามทั่วโลก ตั้งแต่ราคาพลาสติกและอาหารที่พุ่งสูง ไปจนถึงต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในทุกอุตสาหกรรม แต่ในวิกฤตนี้ยังมี “โอกาสใหม่”
10 เม.ย. 2026
วิเคราะห์เศรษฐกิจโลกในจุดเปลี่ยน: จากสงครามสู่การปรับตัว พลังงานแพง ต้นทุนพุ่ง แต่โอกาสธุรกิจยังเปิดกว้าง : บทความโดย SO OK TRADING: 31.03.2026
✨ โลกเปลี่ยนทิศ: พลังงานแพง เศรษฐกิจผันผวน แต่ธุรกิจยังมีโอกาส ✨ วิเคราะห์สถานการณ์โดย SO OK TRADING วันที่ 31 มีนาคม 2026 ถูกบันทึกว่าเป็นวันสำคัญที่สงครามตะวันออกกลางได้เขย่าเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ราคาน้ำมันและก๊าซทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี ต้นทุนการผลิตในทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่พลาสติก ปุ๋ย ไปจนถึงอาหารและโลหะหนักเพิ่มขึ้นทันที ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ขณะที่ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีความเสี่ยงสูง แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ยังมี โอกาสใหม่สำหรับธุรกิจที่พร้อมปรับตัว — ไม่ว่าจะเป็นการหันสู่ Circular Economy, การใช้ พลังงานทางเลือก, หรือการเร่งลงทุนใน รีไซเคิลและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ SO OK TRADING มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญ: - ผู้ประกอบการที่ปรับตัวสู่ความยั่งยืนจะได้เปรียบ - นักลงทุนที่มองหาโอกาสในวิกฤตจะเห็นช่องทางใหม่ใน Green Energy และ Supply Chain ทางเลือก - ผู้บริโภคจะเริ่มหันไปใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนต่ำกว่า
31 มี.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy