แชร์

Wood Pellets แหล่งพลังงานสะอาด Green Energy เพื่อ Carbon Credit (BY SO OK TRADING)

อัพเดทล่าสุด: 8 ม.ค. 2026
3190 ผู้เข้าชม

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการขยายตัวของอุปสงค์ชีวมวลในญี่ปุ่น และ ประเทศต่างๆทั่วโลก

อุปสงค์ของเชื้อเพลิงชีวมวลนำเข้าขยายตัวตามนโยบายพลังงานหมุนเวียนของรัฐบาล ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่แหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยตั้งเป้าหมายในการเพิ่มอัตราการใช้พลังงานหมุนเวียนที่ร้อยละ 22 - 24 ภายในปี 2573 การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน และความยั่งยืนของพลังงานทางเลือก ยกตัวอย่างเช่น

- นโยบายด้านความยั่งยืน อาทิ Sustainable Biomass Program (SBP) และ Green Gold Label (GGL)
ความต้องการวัตถุดิบที่มั่นคงในอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะเยื่อกระดาษ และแผ่นไม้แปรรูป และโรงไฟฟ้า ทั้งนี้ แม้ญี่ปุ่นจะพยายามเพิ่มการใช้ชีวมวลในประเทศ (เช่น เศษไม้เหลือทิ้งจากการก่อสร้าง และเศษเหลือใช้จากโรงเลื่อย ฯลฯ) แต่ยังไม่เพียงพอต่ออุปสงค์ โดยจำเป็นต้องนำเข้า Wood Pellets และ Palm Kernel Shell (PKS) ในปริมาณมากเพื่อป้อนโรงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมการผลิตดังกล่าว

ญี่ปุ่นกระจายแหล่งนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงในการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง ภายใต้มาตรการด้านความมั่นคงทางพลังงาน (Stable Procurement) โดยปัจจุบันนำเข้าจากเวียดนาม ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นหลัก 
 
แนวโน้มสินค้า

- ชีวมวลอัดเม็ด(Wood Pellets) HS 4401.31 : มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีข้อกำหนดด้านคุณภาพสูง (High-Specification Market) และต้องเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน โดยผู้ส่งออกต้องสามารถรับประกันปริมาณ และความต่อเนื่องของวัตถุดิบ ภายใต้การรับรองความยั่งยืน SBP/GGL และความสามารถในการทำสัญญาจัดหามั่นคงในระยะยาว (10-20 ปี) ซึ่งจำเป็นสำหรับการลงทุนในโรงไฟฟ้าภายใต้ FIT 

- ไม้สับ (Non-coniferous Wood Chips/Waste) HS 4401.22 : นำเข้าเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเยื่อกระดาษคุณภาพสูง และแผ่นไม้แปรรูปเป็นหลัก อาทิ แผ่นใยไม้อัด (Fiber Board) และแผ่นไม้ปาร์ติเกิล (Particle Board) โดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 85) เป็นวัสดุจากไม้เนื้อแข็ง ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีความต้องการใช้ในปริมาณมาก และพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนหนึ่งในสามของการนำเข้าทั่วโลก แหล่งนำเข้าหลัก คือ เวียดนาม (สัดส่วนร้อยละ 40) ซึ่งมีจุดแข็งด้านราคา และปริมาณ ตามมาด้วยออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และไทยอยู่ในอันดับ 4 (สัดส่วนร้อยละ 0.6) 

* ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งมีความต้องการใช้ Wood Pellets อย่างมากเพื่อทดแทนเชื้อเพลิง ปิโตรเลียม เชื้อเพลิงถ่านหิน และเชื้อเพลิง คาร์บอนอื่นๆ ทั้งนี้ประเทศเกาหลีใต้ มีการนำเข้าเชื้อเพลิงขี้เลื่อยอัดเม็ด หรือ Wood Pellets จากไทยถึงกว่า 80% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกระแส Green Industry และ Carbon Credit ต่างๆ

------

Wood Pallets จากไทย และ ความเป็นไปในอนาคต 

ไทยกำลังเป็นผู้ส่งออก “Wood Pellets” ที่เติบโตขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตลาดหลักคือญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนถ่านหินและน้ำมันในการผลิตไฟฟ้าและความร้อน. แนวโน้มปี 2025–2026 แสดงว่าความต้องการยังสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากนโยบายพลังงานสะอาดของประเทศคู่ค้า.

 ภาพรวมการส่งออก Wood Pellets ของไทย

สถานะตลาด: ไทยถือเป็นผู้ส่งออกใหม่ในภูมิภาค แต่มีศักยภาพสูงเพราะมีวัตถุดิบจากเศษไม้และอุตสาหกรรมเกษตร

ตลาดหลัก: ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เนื่องจากนโยบายพลังงานหมุนเวียนและการลดการพึ่งพาถ่านหิน
แนวโน้ม: ความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่มีโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลหลายแห่ง
ราคา: รายงานปี 2025 ระบุว่าราคาส่งออกมีความผันผวนตามต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง แต่ยังอยู่ในระดับแข่งขันได้
 
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการส่งออก

วัตถุดิบ (Feedstock Security): ไทยมีเศษไม้และวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมเกษตรและสามารถแปรรูปได้มาก เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ยูคาลิปตัส
มาตรฐานคุณภาพ: ผู้ซื้อในญี่ปุ่นและเกาหลีต้องการมาตรฐานสากล เช่น ENplus และการรับรองความยั่งยืน (Sustainability Certification)
โลจิสติกส์: การขนส่งทางเรือจากท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุดเป็นเส้นทางหลักไปยังญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
นโยบายพลังงานโลก: การผลักดัน Net Zero และพลังงานสะอาดทำให้ตลาดมีความมั่นคงระยะกลางถึงยาว
 
สรุปตลาดส่งออก Wood Pellets ไทย

หัวข้อ รายละเอียด หมายเหตุ
ตลาดหลัก ญึ่ปุ่น , เกาหลีใต้ ใช้ในโรงไฟฟ้าหลัก
วัตถุดิบ เศษไม้ , ไม้ยูคาลิปตัส , ไม้ยางพารา
มาตราฐาน ENplus , Sustainability Certification จำเป็นต้องมี
เส้นทางส่งออก หลักๆ ท่าเรือแหลมฉบัง  ขนโดยเรือ ตู้คอนเทนเนอร์
แนวโน้มราคา (2026) ราคาผันผวนตามฤดุกาล แต่โดยรวมทิศทางราคาสูงขึ้น Demand สูงขึ้น
โอกาส ความต้องการเพิ่มสูงขึ้น จาก Carbon Credit , Green Energy  นโยบายบังคับใช้แล้ว (EU /US)
สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ความเพียงพอของแหล่งวัตถุดิบ , ต้นทุนค่าขนส่ง  

*** ไทยยังคงมีโอกาสในการส่งออกสินค้า Wood Pellets อยู่ โดยปริมาณการใช้งานจากลูกค้าปลายทางมีแนวโน้มจะสูงมากขึ้นทุกปี และหากท่านมีความต้องการใช้สินค้า Wood Pellets กรุณาติดต่อบริษัท SOOK TRADING เพื่อเป็นผู้จัดหาวัตถดิบให้ท่าน

We Chat +66955566352
What App +66955566352
Facebook : SOOKTRADING 
หรือติดต่อผ่าน LINK ด้านล่างได้เลยครับ ขอบคุณมากครับ
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
“Non-Ferrous Metals: พลังใหม่พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย–อาเซียน สู่ยุค EV และ Circular Economy”: SO OK TRADING: 8 OCT 2026
แนวโน้มการใช้งานโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) ในไทยและอาเซียน SO OK TRADING : 8 OCT 2026 ในปี 2026 โลกกำลังเข้าสู่ยุคแห่ง “การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง” ของอุตสาหกรรมโลหะ โดยเฉพาะกลุ่ม โลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) ที่ประกอบด้วย อลูมิเนียม ทองแดง สังกะสี ดีบุก และนิกเกิล ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตปลายน้ำ (Downstream Hub) ของภูมิภาคอาเซียน กำลังเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV), พลังงานสะอาด และระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยมีโลหะเหล่านี้เป็น “วัตถุดิบยุทธศาสตร์” ที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ในขณะเดียวกัน ภูมิภาคอาเซียนกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ส่งออกวัตถุดิบต้นน้ำ” สู่ “ศูนย์กลางเชิงกลยุทธ์ระดับโลก (Global Strategic Hub)” ที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบาย Carbon Neutrality, Circular Economy, และการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว บทความฉบับนี้จาก SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มสำคัญของตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็กในไทยและอาเซียน — ตั้งแต่แรงขับเคลื่อนของอุตสาหกรรม EV และพลังงานสะอาด ไปจนถึงการปรับตัวของผู้ประกอบการในยุค Supply Shock และการสร้างห่วงโซ่อุปทานรีไซเคิล (Circular Supply Chain) ที่กำลังกลายเป็น “กุญแจแห่งอนาคต” ของอุตสาหกรรมโลหะโลก SO OK TRADING : FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในโลกโลหะยุคใหม่
8 ต.ค. 2026
“Circular Economy พลิกโฉมพลังงานโลก: Biofuels & Waste-to-Energy ก้าวสู่ Net Zero”
แนวโน้มเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานทางเลือก 2026 SO OK TRADING — 23 กรกฎาคม 2026 โลกกำลังเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ เชื้อเพลิงชีวภาพกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้พืชอาหารไปสู่การใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ขยะ และน้ำมันใช้แล้ว เพื่อสร้างความยั่งยืน โดยเฉพาะในภาคการบินและอุตสาหกรรมหนักที่ไม่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ได้ เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) และ ไฮโดรเจนชีวภาพ จึงถูกพัฒนาเป็นหัวใจสำคัญในการลดคาร์บอน ในขณะเดียวกัน เชื้อเพลิงขยะ (Waste-to-Energy: WTE) กำลังกลายเป็นดาวรุ่งของ Circular Economy ที่สามารถเปลี่ยนปัญหาขยะล้นเมืองให้กลายเป็นพลังงานสะอาดและมั่นคง พร้อมตอบโจทย์มาตรการ CBAM ของยุโรป และนโยบายภาษีคาร์บอนที่กำลังถูกผลักดันในประเทศไทย SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของคุณ ด้วยการส่งมอบ WOOD PELLET และ RDF3 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีคุณภาพ และเชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเป้าหมาย Net Zero
23 ก.ค. 2026
พลังงานชีวภาพ: พลิกขยะจากไร่นาสู่พลังงานโลก สู่ตลาดพันล้านดอลลาร์ – Bioenergy 2030 พลังงานสีเขียวที่โลกต้องการ ลงทุนวันนี้เพื่อธุรกิจยั่งยืนกับ SO OK TRADING :5 เมษายน 2569
พลังงานชีวภาพ: พลังงานหมุนเวียนที่กำลังกลายเป็น “หัวใจหลัก” ของโลกอนาคต บทความโดย SO OK TRADING | 5 เมษายน 2569 ในยุคที่โลกกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด “พลังงานชีวภาพ” (Bioenergy) กำลังกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นภาคการบิน การขนส่ง หรือโรงงานอุตสาหกรรม พลังงานนี้เกิดจากสิ่งที่เรามองข้ามในชีวิตประจำวัน — เศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร มูลสัตว์ หรือพืชพลังงาน — ที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาดได้อย่างมหาศาล SO OK TRADING ขอพาทุกท่านเจาะลึกแนวโน้มของตลาดพลังงานชีวภาพทั่วโลกสู่ปี 2030 พร้อมบทวิเคราะห์ทิศทางในประเทศไทย ซึ่งกำลังขึ้นแท่นผู้นำอาเซียนด้านพลังงานหมุนเวียน และเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจในยุคที่ “พลังงานสีเขียว” คืออนาคตของโลก อ่านบทความเต็มได้ที่
5 เม.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy