ทิศทาง และ แนวโน้มราคาพลวงแท่ง 2021-2030 BY SO OK TRADING
อัพเดทล่าสุด: 5 ม.ค. 2026
2615 ผู้เข้าชม

ทิศทางและแนวโน้ม และ ราคาเคลื่อนไหวของราคาพลวงแท่ง อ้างอิงจาก ราคา CIF ROTTERDAM
ราคาพลวงแท่ง (Antimony Ingot) ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 25,450 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน (FOB จีน, ความบริสุทธิ์ 99.65%) และในตลาดยุโรปอยู่ที่ราว 34,000–35,500 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านอุปทานและความต้องการที่ยังคงทรงตัวในตลาดโลก.
ภาพรวมราคาพลวงแท่ง
ตลาดยุโรป (99.65% Sb): 34,000–35,500 USD/เมตริกตัน (31 ธ.ค. 2025) - CIF ROTTERDAM
ตลาดจีนภายในประเทศ (SB ANTIMONY 99.65%): 6,340–6,499 หยวน/ตัน - ราคานี้เป็นราคาสำหรับการใช้ภายในประเทศเนื่องจากจีนจำกัดการส่งออก และ ควบคุมการส่งออกโดยรัฐบาลจีน : - ราคาดังกล่าวข้างต้นหากแปรเป็น USD จะอยู่ที่ประมาณ 31,500 - 33,200 USD/MT
แนวโน้มและปัจจัยที่มีผล
อุปทาน: จีนเป็นผู้ผลิตพลวงรายใหญ่ที่สุดของโลก การควบคุมการผลิตและการส่งออกมีผลโดยตรงต่อราคาโลก
ความต้องการ: พลวงใช้ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่, วัสดุทนไฟ, และสารหน่วงไฟ ความต้องการเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของพลังงานใหม่และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ : พลวงเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ และ อาวุธ ตลอดจน เทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานในระดับสูง
ค่าเงินและต้นทุนโลจิสติกส์: ราคาตลาด FOB จีนต่ำกว่ายุโรปและสหรัฐอย่างชัดเจน สะท้อนถึงต้นทุนการขนส่งและภาษีนำเข้า , ทั้งนี้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน และ นโยบายเศรษฐกิจระหว่างชาติซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตราแลกเปลี่ยน การแข็งค่า อ่อนค่าของค่าเงิน ส่งผลโดยตรงต่อ ราคาพลวงแท่งหลังคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน
แนวโน้มล่าสุด: ราคามีการปรับตัวลงเล็กน้อยในตลาดจีนช่วงปลายปี 2025 แต่ตลาดยุโรปและสหรัฐยังคงทรงตัวที่ระดับสูง หลังจากชลอตัวลดลงช่วงปลายปี จากการที่มีข่าวว่าจีนจะผ่อนปรนการส่งออกพลวงแท่ง
แนวโน้มราคาพลวงแท่ง
แนวโน้มราคาพลวงแท่งปี 2026 มีโอกาสปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากแรงหนุนอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และสารหน่วงไฟ แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากอุปทานจีนและความผันผวนเศรษฐกิจโลก โดยคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 28,000- 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน (ราคา CIF ROTTERDAM) ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและต้นทุนโลจิสติกส์.
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดแนวโน้มปี 2026
อุปทานจากจีน: จีนยังคงเป็นผู้ผลิตพลวงรายใหญ่ที่สุด หากมีการจำกัดการผลิตหรือส่งออก ราคาจะปรับขึ้นทันที ---> ซึ่งตอนนี้ยังจำกัดการส่งออกอยู่
ความต้องการในอุตสาหกรรมพลังงานใหม่: พลวงใช้ในแบตเตอรี่และสารหน่วงไฟ ความต้องการเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ EV และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ --->ซึ่งตอนนี้ยังคงมีการใช้งานสูงอยู่
ตลาดยุโรปและสหรัฐ: ราคายังคงสูงกว่าจีนมาก (ส่วนต่าง ~30–50%) เนื่องจากต้นทุนโลจิสติกส์และภาษีนำเข้า --> ตลาดยุโรป และ สหรัฐ ยังคงพึ่งพาพลวงแท่งจากจีนอยู่ แหล่งอื่นๆที่สำรองไว้เช่นเอเซียกลาง และ ที่อื่นๆ ยังไม่สามารถทดแทนได้
เศรษฐกิจโลก: หากเศรษฐกิจชะลอตัว ความต้องการพลวงในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอิเล็กทรอนิกส์อาจลดลง กดดันราคา --> เศรษฐกิจโลกอาจจะไม่ดีมาก แต่การใช้งานพลวงในอุตสากหรรมยังคงดีอยู่ไม่มีแผ่ว
วิเคราะห์ราคาพลวงย้อนหลัง 2021 - 2025 และ ประเมินสถานการณ์ในปี 2026-2030
ราคาย้อนหลัง 5 ปี (CIF Rotterdam) + ประเมินสถานการณ์ในอนาคต
2021: ~8,500 - 9,500 USD/ตัน : อุปทานล้นตลาด ราคาต่ำสุดในรอบหลายปี
2022: ~12,500 - 15,000 USD/ตัน : ราคาเริ่มดีขึ้น หลังจากโควิดคลี่คลาย
2023: ~16,000 - 19,000 USD/ตัน : ความต้องการพลวงเพิ่มสูงขึ้น จากอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ทั้ง Traditional และ EV
2024: ~22,000 - 27,000 USD/ตัน : ความต้องการพลวงสูงขึ้น และ มีข่าวว่าทางการจีนจะจำกัดการส่งออกราคาจึงวิ่งสูงขึ้นมากในช่วงปลายปี
2025: ~34,500 -52,000 USD/ตัน : ราคาพลวงวิ่งสูงขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกทั้งการระงับการส่งออก ทั้งราคาขึ้น ของขาดในอุตสาหกรรม จนทำให้ราคาวิ่งขึ้นไปจนอยู่ในระดับที่สูงกว่า 50,000 USD/MT
2026 (คาดการณ์): ~30,000 - 35,000 USD/ตัน
2027 (คาดการณ์): ~35,500 USD/ตัน
2028 (คาดการณ์): ~37,000 USD/ตัน
2029 (คาดการณ์): ~39,500 USD/ตัน
2030 (คาดการณ์): ~41,000 USD/ตัน
การตีความแนวโน้ม
ราคาพุ่งแรงในปี 2025: จากอุปทานตึงตัวและความต้องการในยุโรป
คาดการณ์ 2026–2030: ราคาจะทรงตัวในระดับสูง โดยมีการปรับขึ้นทีละน้อยตามความต้องการในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และสารหน่วงไฟ
ความเสี่ยง: หากจีนเพิ่มการผลิตหรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ราคามีโอกาสปรับลง ---> โอกาสเกิดน้อย
-------
สรุปทิศทางแนวโน้มราคาพลวงแท่งยังคงเป็นขาขึ้น แม้ว่าราคาจะย่อลงมาในช่วงปลายปี 2026 จากการผ่อนปรนการส่งออกแร่พลวงจากทางการจีน แต่คาดการณ์กันว่า การผ่อนปรน น่าจะไม่น่าจะเป็นไปในระยะยาว ประกอบกับ การใช้การแร่พลวงสามารถใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ , EV Industry หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมอาวุธ จึงทำให้เป็นที่คาดการณ์ว่า การผ่อนปรนมาตราการน่าจะเป็นไปในระยะสั้น และราคาพลวงมีแนวโน้มที่จะสวิงกลับขึ้นมาได้อีกครั้งแต่คงไม่เคลื่นไหวรุนแรงในปี 2025 ที่ผ่านมา : - อีกทั้งแร่พลวงจากแหล่งอื่น ยังพัฒนามาได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และ ความเสถียรของคุณภาพยังไม่เท่ากับแหล่งจีน พลวง 90% ในโลกมาจากจีน
-------
ราคาพลวงแท่ง (Antimony Ingot) ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 25,450 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน (FOB จีน, ความบริสุทธิ์ 99.65%) และในตลาดยุโรปอยู่ที่ราว 34,000–35,500 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านอุปทานและความต้องการที่ยังคงทรงตัวในตลาดโลก.
ภาพรวมราคาพลวงแท่ง
ตลาดยุโรป (99.65% Sb): 34,000–35,500 USD/เมตริกตัน (31 ธ.ค. 2025) - CIF ROTTERDAM
ตลาดจีนภายในประเทศ (SB ANTIMONY 99.65%): 6,340–6,499 หยวน/ตัน - ราคานี้เป็นราคาสำหรับการใช้ภายในประเทศเนื่องจากจีนจำกัดการส่งออก และ ควบคุมการส่งออกโดยรัฐบาลจีน : - ราคาดังกล่าวข้างต้นหากแปรเป็น USD จะอยู่ที่ประมาณ 31,500 - 33,200 USD/MT
แนวโน้มและปัจจัยที่มีผล
อุปทาน: จีนเป็นผู้ผลิตพลวงรายใหญ่ที่สุดของโลก การควบคุมการผลิตและการส่งออกมีผลโดยตรงต่อราคาโลก
ความต้องการ: พลวงใช้ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่, วัสดุทนไฟ, และสารหน่วงไฟ ความต้องการเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของพลังงานใหม่และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ : พลวงเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ และ อาวุธ ตลอดจน เทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานในระดับสูง
ค่าเงินและต้นทุนโลจิสติกส์: ราคาตลาด FOB จีนต่ำกว่ายุโรปและสหรัฐอย่างชัดเจน สะท้อนถึงต้นทุนการขนส่งและภาษีนำเข้า , ทั้งนี้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน และ นโยบายเศรษฐกิจระหว่างชาติซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตราแลกเปลี่ยน การแข็งค่า อ่อนค่าของค่าเงิน ส่งผลโดยตรงต่อ ราคาพลวงแท่งหลังคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน
แนวโน้มล่าสุด: ราคามีการปรับตัวลงเล็กน้อยในตลาดจีนช่วงปลายปี 2025 แต่ตลาดยุโรปและสหรัฐยังคงทรงตัวที่ระดับสูง หลังจากชลอตัวลดลงช่วงปลายปี จากการที่มีข่าวว่าจีนจะผ่อนปรนการส่งออกพลวงแท่ง
แนวโน้มราคาพลวงแท่ง
แนวโน้มราคาพลวงแท่งปี 2026 มีโอกาสปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากแรงหนุนอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และสารหน่วงไฟ แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากอุปทานจีนและความผันผวนเศรษฐกิจโลก โดยคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 28,000- 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน (ราคา CIF ROTTERDAM) ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและต้นทุนโลจิสติกส์.
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดแนวโน้มปี 2026
อุปทานจากจีน: จีนยังคงเป็นผู้ผลิตพลวงรายใหญ่ที่สุด หากมีการจำกัดการผลิตหรือส่งออก ราคาจะปรับขึ้นทันที ---> ซึ่งตอนนี้ยังจำกัดการส่งออกอยู่
ความต้องการในอุตสาหกรรมพลังงานใหม่: พลวงใช้ในแบตเตอรี่และสารหน่วงไฟ ความต้องการเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ EV และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ --->ซึ่งตอนนี้ยังคงมีการใช้งานสูงอยู่
ตลาดยุโรปและสหรัฐ: ราคายังคงสูงกว่าจีนมาก (ส่วนต่าง ~30–50%) เนื่องจากต้นทุนโลจิสติกส์และภาษีนำเข้า --> ตลาดยุโรป และ สหรัฐ ยังคงพึ่งพาพลวงแท่งจากจีนอยู่ แหล่งอื่นๆที่สำรองไว้เช่นเอเซียกลาง และ ที่อื่นๆ ยังไม่สามารถทดแทนได้
เศรษฐกิจโลก: หากเศรษฐกิจชะลอตัว ความต้องการพลวงในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอิเล็กทรอนิกส์อาจลดลง กดดันราคา --> เศรษฐกิจโลกอาจจะไม่ดีมาก แต่การใช้งานพลวงในอุตสากหรรมยังคงดีอยู่ไม่มีแผ่ว
วิเคราะห์ราคาพลวงย้อนหลัง 2021 - 2025 และ ประเมินสถานการณ์ในปี 2026-2030
ราคาย้อนหลัง 5 ปี (CIF Rotterdam) + ประเมินสถานการณ์ในอนาคต
2021: ~8,500 - 9,500 USD/ตัน : อุปทานล้นตลาด ราคาต่ำสุดในรอบหลายปี
2022: ~12,500 - 15,000 USD/ตัน : ราคาเริ่มดีขึ้น หลังจากโควิดคลี่คลาย
2023: ~16,000 - 19,000 USD/ตัน : ความต้องการพลวงเพิ่มสูงขึ้น จากอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ทั้ง Traditional และ EV
2024: ~22,000 - 27,000 USD/ตัน : ความต้องการพลวงสูงขึ้น และ มีข่าวว่าทางการจีนจะจำกัดการส่งออกราคาจึงวิ่งสูงขึ้นมากในช่วงปลายปี
2025: ~34,500 -52,000 USD/ตัน : ราคาพลวงวิ่งสูงขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกทั้งการระงับการส่งออก ทั้งราคาขึ้น ของขาดในอุตสาหกรรม จนทำให้ราคาวิ่งขึ้นไปจนอยู่ในระดับที่สูงกว่า 50,000 USD/MT
2026 (คาดการณ์): ~30,000 - 35,000 USD/ตัน
2027 (คาดการณ์): ~35,500 USD/ตัน
2028 (คาดการณ์): ~37,000 USD/ตัน
2029 (คาดการณ์): ~39,500 USD/ตัน
2030 (คาดการณ์): ~41,000 USD/ตัน
การตีความแนวโน้ม
ราคาพุ่งแรงในปี 2025: จากอุปทานตึงตัวและความต้องการในยุโรป
คาดการณ์ 2026–2030: ราคาจะทรงตัวในระดับสูง โดยมีการปรับขึ้นทีละน้อยตามความต้องการในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และสารหน่วงไฟ
ความเสี่ยง: หากจีนเพิ่มการผลิตหรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ราคามีโอกาสปรับลง ---> โอกาสเกิดน้อย
-------
สรุปทิศทางแนวโน้มราคาพลวงแท่งยังคงเป็นขาขึ้น แม้ว่าราคาจะย่อลงมาในช่วงปลายปี 2026 จากการผ่อนปรนการส่งออกแร่พลวงจากทางการจีน แต่คาดการณ์กันว่า การผ่อนปรน น่าจะไม่น่าจะเป็นไปในระยะยาว ประกอบกับ การใช้การแร่พลวงสามารถใช้ได้ทั้งในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ , EV Industry หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมอาวุธ จึงทำให้เป็นที่คาดการณ์ว่า การผ่อนปรนมาตราการน่าจะเป็นไปในระยะสั้น และราคาพลวงมีแนวโน้มที่จะสวิงกลับขึ้นมาได้อีกครั้งแต่คงไม่เคลื่นไหวรุนแรงในปี 2025 ที่ผ่านมา : - อีกทั้งแร่พลวงจากแหล่งอื่น ยังพัฒนามาได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และ ความเสถียรของคุณภาพยังไม่เท่ากับแหล่งจีน พลวง 90% ในโลกมาจากจีน
-------
บทความที่เกี่ยวข้อง
สงครามตะวันออกกลาง ทำพลาสติกสะเทือน – แนฟทาขาดแคลน!
เมื่อวัตถุดิบสำคัญของโลกอย่าง แนฟทา (Naphtha) หายากขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกจึงสั่นสะเทือนทันที — พลาสติกแพงขึ้น ขาดตลาด และแบรนด์ต่างๆ ต้องหาทางออกใหม่อย่างเร่งด่วน
ในวิกฤตนี้ “อลูมิเนียม” กลับกลายเป็นวัสดุที่ถูกจับตามองมากที่สุด ทั้งในฐานะทางเลือกพรีเมียมที่รีไซเคิลได้ไม่จำกัดครั้ง และเป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนในยุคที่พลังงานแพง
บทความนี้โดย SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกว่า
ทำไมแนฟทาขาดแคลนถึงกระทบพลาสติกทั่วโลก
เหตุใดอลูมิเนียมจึงกลายเป็น “พระเอก” ของวงการบรรจุภัณฑ์
และกลยุทธ์ที่ธุรกิจควรใช้เพื่ออยู่รอดในตลาดที่ผันผวน
11 เม.ย. 2026
ทองแดงแผ่น: วัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์และแนวโน้มราคาทองแดงโลกปี 2569
โดย SO OK TRADING
ปี 2569 ถือเป็นปีที่ทองแดงได้รับการยกระดับจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป สู่การเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ด้วยแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด ทำให้ความต้องการใช้ทองแดงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และราคาทองแดงทะยานขึ้นเกินกว่า 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน
ในด้านอุปทาน ตลาดโลกกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอย่างรุนแรง โดยมีปริมาณขาดดุลอยู่ที่ประมาณ 150,000 – 330,000 ตัน สาเหตุหลักมาจากการหยุดชะงักของเหมืองขนาดใหญ่ในอินโดนีเซีย ชิลี และคองโก รวมถึงความล่าช้าในการพัฒนาเหมืองใหม่
SO OK TRADING มุ่งมั่นในการจัดหาทองแดงแผ่นคุณภาพสูง (Copper Cathode 99.99%) สำหรับการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น:
- บัสบาร์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Busbars)
- แผงวงจรพิมพ์ (PCB)
- ระบบแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchangers)
- แผงสวิตช์บอร์ด (Switchboards)
- วัสดุตกแต่งระดับพรีเมียมในงานสถาปัตยกรรม
หากคุณต้องการให้ผมจัดทำเวอร์ชันนี้เป็น อินโฟกราฟิกภาษาไทย พร้อมภาพประกอบสวยงามสำหรับใช้ในสื่อประชาสัมพันธ์ ผมสามารถสร้างให้ได้ทันทีครับ
26 ม.ค. 2026
แนวโน้มอุตสาหกรรมไทยปี 2569 กำลังเปลี่ยนจาก “ผลิตให้มาก” ไปสู่ “ผลิตให้ตรงเทรนด์โลก”
ธุรกิจที่ปรับตัวสู่พลังงานสะอาดและเกษตรชีวภาพจะได้เปรียบมหาศาล ทั้งด้านการส่งออกและการเข้าถึงแหล่งทุน
3 มี.ค. 2026


