SO OK TRADING Insight : เหล็กเส้นไทย–โลก ปี 2026–2027 — ราคาสูง แรงกดดันรอบด้าน และการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Steel Revolution

สถานการณ์ราคาเหล็กเส้นไทยและตลาดโลก ปี 2026–2027 : SO OK TRADING : 27 OCT 2026
-----------------------
“เหล็กเส้นไทย–โลก: ราคาสูง ความต้องการจำกัด และการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Steel”
-----------------------
บทนำ
ปี 2026 เป็นปีที่อุตสาหกรรมเหล็กทั้งในประเทศไทยและระดับโลกต้องเผชิญกับ แรงกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนพลังงานที่สูง ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ เช่น CBAM ของยุโรป ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้เหล็กก็เติบโตอย่างจำกัดและแตกต่างกันไปตามภูมิภาค ทำให้ตลาดเหล็กเข้าสู่ช่วง การปรับฐานครั้งใหญ่
-----------------------
ภาพรวมประเทศไทย
ราคายังคงอยู่ในระดับสูง โดย
เหล็กเส้นกลม (6 มม. มอก.) อยู่ที่ 36–42.50 บาท/กก.
เหล็กข้ออ้อย SD40 (DB12–DB20) อยู่ที่ 18.40–20.50 บาท/กก.
แม้ความต้องการในประเทศฟื้นตัวเล็กน้อยจากโครงการโครงสร้างพื้นฐาน แต่โรงงานไทยยังผลิตได้เพียง 35–43% ของตลาด ส่วนที่เหลือกว่า 12 ล้านตันต้องพึ่งพาการนำเข้า
แรงหนุนหลัก มาจาก Mega Projects เช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า และถนนสาธารณะ แรงฉุดรั้ง มาจากภาคอสังหาฯ เอกชนที่อ่อนแรง หนี้ครัวเรือนสูง และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัว
-----------------------
เจาะลึกกลุ่มเหล็กในไทย
เหล็กทรงยาว (Long Steel): ดีมานด์พุ่งสูงกว่า +31% YoY จากงานก่อสร้างและโครงการรัฐ แต่เผชิญความท้าทายจากการนำเข้า Prefabricated Steel ที่ยังไม่มีมาตรฐาน มอก.
เหล็กทรงแบน (Flat Steel): เติบโตจำกัดเพียง +2.7% YoY จากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV ที่ใช้เหล็กลดลงต่อคัน แต่ยังได้แรงหนุนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและมาตรการ CBAM ที่บังคับให้ผู้ผลิตปรับตัวสู่ Green Steel
------------------------
Outlook ตลาดโลก
ตลาดเหล็กโลกในปี 2026–2027 อยู่ในภาวะ การปรับฐานและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Green Steel
ความต้องการ (Growth Outlook): โลกขยายตัวต่ำเพียง 0–1% จีนชะลอตัวถาวรจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่อินเดียเติบโตโดดเด่น 7–8% ต่อปีจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ราคา (Price Trend): เหล็กขั้นต้นถูกกดดันต่ำจากสงครามราคาและกำลังการผลิตล้นตลาด แต่เหล็กพรีเมียมและ Green Steel ราคาสูงลิ่วจากต้นทุนเทคโนโลยีและมาตรการ CBAM
เหล็กทรงยาว (Global Long Steel): เติบโตแบบแยกส่วนตามภูมิภาค อินเดียและอาเซียนขยายตัวแรงจาก Mega Projects ขณะที่จีนซบเซาและทุ่มตลาดทั่วโลก หลายประเทศต้องใช้มาตรการ Anti-Dumping
เหล็กทรงแบน (Global Flat Steel): ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสีเขียวและการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ปริมาณเหล็กต่อคันลดลง แต่ความต้องการเหล็กคุณภาพสูง (UHSS, Green Steel) เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากพลังงานหมุนเวียน เช่น กังหันลม โซลาร์เซลล์ และโครงสร้างไฮโดรเจน
----------------------
บทสรุป
ตลาดเหล็กทั้งในไทยและโลกกำลังเผชิญ สองแรงกดดันหลัก:
ราคาสูงจากต้นทุนพลังงานและมาตรการสิ่งแวดล้อม
ความต้องการเติบโตจำกัดและแตกต่างกันตามภูมิภาค
ในประเทศไทย เหล็กทรงยาวยังได้แรงหนุนจากโครงการรัฐ ขณะที่เหล็กทรงแบนต้องเร่งปรับตัวสู่ Green Steel เพื่อแข่งขันในตลาดโลก ส่วนในระดับสากล อินเดียและอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดจะเป็นตัวขับเคลื่อนใหม่ ขณะที่จีนยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญจากภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาและการส่งออกเหล็กราคาถูก
----------------------
มุมมองต่อปี 2026-2027
ปี 2027 จะเป็นปีที่ตลาดเหล็กโลกเข้าสู่ ยุคการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง อย่างชัดเจน
Green Steel จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในการแข่งขัน โดยผู้ผลิตที่ไม่สามารถปรับตัวได้จะสูญเสียตลาดส่งออกไปยุโรปและสหรัฐฯ
อินเดียและอาเซียน จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดเหล็กทรงยาว
จีน จะยังคงเป็นผู้ส่งออกส่วนเกินที่กดดันราคาโลก
ประเทศไทย จะต้องเร่งปรับโครงสร้างการผลิตและมาตรฐาน มอก. เพื่อรองรับงานโครงสร้างพื้นฐานและแข่งขันกับสินค้านำเข้า
-----------------------
SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE
VISIT US AT WWW.SOOKTRADING.COM
FACEBOOK : SOOK TRADING
E-MAIL : SOOKTRADING@SOOKTRADING.COM , SOOKTRADING@OUTLOOK.COM
-------------------------
