แชร์

SO OK TRADING 's Insight จับชีพจรค่าเงินบาท เงินบาทโฟกัส สัปดาห์นี้ 26-30 OCT 2026

อัพเดทล่าสุด: 25 ต.ค. 2026
92 ผู้เข้าชม

บทความวิเคราะห์แนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (26–30 ตุลาคม 2026) : SO OK TRADING

---------------------

ค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (26–30 ตุลาคม 2569) มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30–33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และนักวิเคราะห์ชั้นนำประเมินว่าเงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันในฝั่งอ่อนค่า หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดเงินไทยท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ

--------------------------
 
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม

ปัจจัยภายในประเทศ

การประชุม กนง. (28 ต.ค.): ตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% แต่ทิศทางการสื่อสารของคณะกรรมการจะเป็นตัวกำหนดกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย

ตัวเลขเศรษฐกิจไทย: รายงานการส่งออกและรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนกันยายนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะสะท้อนภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย


ปัจจัยต่างประเทศ

การประชุมธนาคารกลางหลัก: เฟด (27–28 ต.ค.) คาดว่าจะคงดอกเบี้ย แต่ตลาดจับตาสัญญาณการปรับขึ้นในเดือนธันวาคม ขณะที่ ECB และ BOJ จะมีการประชุมในช่วงปลายสัปดาห์

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ: GDP ไตรมาส 3, ดัชนี PCE/Core PCE และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

เศรษฐกิจจีน: ตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนกันยายน ซึ่งมีผลต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาค

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์

ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน (ใกล้ 112 ดอลลาร์/บาร์เรล) กดดันดุลการค้าของไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ

ราคาทองคำ Spot ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ กระตุ้นแรงขายทองคำและกดดันค่าเงินบาท

สถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่ยังยืดเยื้อ ทำให้ตลาดโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-Off นักลงทุนโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ดอลลาร์สหรัฐ

--------------------------
 
ภาพรวมค่าเงินบาทปี 2569

จุดแข็งค่าที่สุด: ~30.92–30.96 บาท (ก.พ. 2569)

จุดอ่อนค่าที่สุด: ~33.83–33.84 บาท (ก.ค. 2569)

ระดับปัจจุบัน: 33.70 บาท (ปิดตลาด 23 ต.ค.)

ค่าเฉลี่ยทั้งปี: ~32.54–32.56 บาท

ระดับปัจจุบันถือว่าอยู่ในโซน “เกือบอ่อนค่าที่สุดของปี” โดยห่างจากจุดต่ำสุดเพียง 13–14 สตางค์เท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐและการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ

------------------------
 
แนวโน้ม Q4 และปัจจัยเสี่ยง

สถาบันการเงินหลัก (SCB EIC, KBANK, Krungsri) ประเมินกรอบ Q4 ที่ 33.25–33.70 บาทต่อดอลลาร์

แนวโน้มหลัก: แข็งค่าต่อในระยะสั้นจากฤดูกาลท่องเที่ยว (Seasonal Effect) ที่มีเงินดอลลาร์ไหลเข้าจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ความเสี่ยง: นโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ อาจกดดันการส่งออกไทยและทำให้เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่า

-------------------------
 
ระดับแนวรับ–แนวต้านสำคัญ ของค่าเงินบาท

แนวรับ (Support): 33.30 บาท → โซนทยอยซื้อดอลลาร์สำหรับผู้นำเข้า

ระดับปัจจุบัน: 33.70 บาท → โซนอ่อนค่า

แนวต้าน (Resistance): 33.80 บาท → หากทะลุ มีโอกาสทดสอบ High เดิมที่ 33.84 บาท

------------------------
 
✍️ สรุป

สัปดาห์หน้าเงินบาทยังมีแนวโน้ม ผันผวนสูงในฝั่งอ่อนค่า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการประชุมธนาคารกลางหลักทั่วโลก ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ขณะที่แรงหนุนจากราคาทองคำและฤดูกาลท่องเที่ยวอาจช่วยจำกัดการอ่อนค่าไม่ให้รุนแรงเท่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

สำหรับผู้ประกอบการนำเข้า–ส่งออก ควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น FX Forward หรือ Options เพื่อบริหารต้นทุนและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน

------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

-----------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทองแดงแผ่น: วัตถุดิบยุทธศาสตร์และแนวโน้มราคาทองแดงโลกปี 2569  โดย SO OK TRADING
ทองแดงแผ่น: วัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์และแนวโน้มราคาทองแดงโลกปี 2569 โดย SO OK TRADING ปี 2569 ถือเป็นปีที่ทองแดงได้รับการยกระดับจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป สู่การเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ด้วยแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด ทำให้ความต้องการใช้ทองแดงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และราคาทองแดงทะยานขึ้นเกินกว่า 13,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ในด้านอุปทาน ตลาดโลกกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอย่างรุนแรง โดยมีปริมาณขาดดุลอยู่ที่ประมาณ 150,000 – 330,000 ตัน สาเหตุหลักมาจากการหยุดชะงักของเหมืองขนาดใหญ่ในอินโดนีเซีย ชิลี และคองโก รวมถึงความล่าช้าในการพัฒนาเหมืองใหม่ SO OK TRADING มุ่งมั่นในการจัดหาทองแดงแผ่นคุณภาพสูง (Copper Cathode 99.99%) สำหรับการใช้งานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น: - บัสบาร์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Busbars) - แผงวงจรพิมพ์ (PCB) - ระบบแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchangers) - แผงสวิตช์บอร์ด (Switchboards) - วัสดุตกแต่งระดับพรีเมียมในงานสถาปัตยกรรม หากคุณต้องการให้ผมจัดทำเวอร์ชันนี้เป็น อินโฟกราฟิกภาษาไทย พร้อมภาพประกอบสวยงามสำหรับใช้ในสื่อประชาสัมพันธ์ ผมสามารถสร้างให้ได้ทันทีครับ
26 ม.ค. 2026
“จีนเขย่าโลกโลหะ: อลูมิเนียมชนเพดาน–ทองแดงขาดตลาด จุดไฟเศรษฐกิจโลกและเขย่าอุตสาหกรรมอนาคต”
จีนเขย่าโลกโลหะ: ทองแดง–อลูมิเนียม จุดไฟเศรษฐกิจโลก Q3/2026 SO OK TRADING | 27 JULY 2026 จีนกำลังเดินเกมเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในไตรมาส 3 ปี 2026 — จาก “โลหะเบา” อย่าง อลูมิเนียม ที่ชนเพดานกำลังการผลิต ไปจนถึง ทองแดง ที่กลายเป็น “โลหะเชิงยุทธศาสตร์” ที่ทั่วโลกกำลังแย่งชิง การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้ไม่เพียงสะเทือนตลาดโลก แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมถึงอุตสาหกรรมไทย ตั้งแต่พลังงาน ยานยนต์ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ใน Infographic ชุดนี้ เราจะพาคุณเจาะลึกว่า จีนกำลังพลิกเกมโลหะอย่างไรใน Q3/2026 ทำไมราคาทองแดงและอลูมิเนียมถึงพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และอุตสาหกรรมไทยควรปรับตัวอย่างไรให้ทันกระแสโลก
28 ก.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy