แชร์

“วิเคราะห์น้ำมันและแนฟทาโลก 2569–2570: Oil & Naphtha Shock เขย่าวิกฤตราคาพลังงาน สู่ผลกระทบลูกโซ่ EV และโลหะ”: SO OK TRADING: 23 OCT 26

อัพเดทล่าสุด: 23 ต.ค. 2026
81 ผู้เข้าชม

บทความวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันและแนฟทาโลก (ตุลาคม 2569 – แนวโน้มปี 2570): SO OK TRADING: 23 OCT 2026

--------------------
 
บทนำ

ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 โลกกำลังเผชิญกับความผันผวนด้านพลังงานครั้งใหญ่ ราคาน้ำมันดิบและแนฟทาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมี ยานยนต์ไฟฟ้า และตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก บทความนี้จะพาเจาะลึกทั้งสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในปี 2570 เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย

--------------------

 สถานการณ์ราคาน้ำมันโลก

ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 98–100 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 104–113 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล

---------------------

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคา ได้แก่:

ความเสี่ยงในตะวันออกกลาง – การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของกลุ่มฮูตีในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงแหล่งน้ำมัน Shaybah
การปรับคาดการณ์จากสถาบันการเงิน – Morgan Stanley เพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมัน Brent อีก 5–15 ดอลลาร์ฯ
มาตรการจากสหรัฐฯ – เร่งเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศและผลักดันโรงกลั่นที่เคยปิดตัวให้กลับมาเดินเครื่อง

----------------------
 
แนฟทา: สารตั้งต้นที่กำลังร้อนแรง

แนฟทาเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก แต่ราคากลับพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง:

ราคาแนฟทา ณ 22 ตุลาคม 2569 อยู่ที่ 916.21 ดอลลาร์ฯ/ตัน เพิ่มขึ้นกว่า 73.77% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ต้นทุนการผลิตในตะวันออกกลางสูงขึ้นจากการโจมตีโรงกลั่นและค่าระวางเรือที่แพงขึ้น

โรงงานปิโตรเคมีในเอเชียและยุโรปหลายแห่งต้องลดกำลังการผลิต เพราะค่าส่วนต่าง (Crack Spreads) ติดลบ

----------------------
 
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

ราคาน้ำมันที่สูงทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้ EV เร็วขึ้น:

จีนมีอัตราการเข้าถึงตลาด EV สูงถึง 65%
ยุโรปขยายตัวขึ้นเป็น 29%
สหรัฐฯ ชะลอตัวเล็กน้อยจากการยกเลิกมาตรการอุดหนุนภาษี

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนชิ้นส่วนพลาสติกและสารเคลือบที่ใช้แนฟทาเพิ่มขึ้น ทำให้ห่วงโซ่อุปทานของค่ายรถยนต์ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

---------------------
 
ผลกระทบต่อตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก

การเร่งใช้ EV ทำให้ความต้องการโลหะพุ่งสูง:

ทองแดง (Copper): เสี่ยงขาดแคลนถึง 44% ต้องลงทุนเหมืองใหม่กว่า 3.32 แสนล้านดอลลาร์ฯ
อลูมิเนียม (Aluminium): ราคายังสูงจากต้นทุนพลังงานและการหยุดชะงักในตะวันออกกลาง
ลิเทียม, นิกเกิล, แกรไฟต์ และกำมะถัน ต่างเผชิญแรงกดดันจากทั้งอุปสงค์ EV และอุปทานที่ตึงตัว

----------------------
 
แนวโน้มราคาน้ำมันและแนฟทา (Q4/2569 – ปี 2570)

น้ำมันดิบ Brent

Q4/2569: คาดเฉลี่ย 101–105 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล
ปี 2570: มีแนวโน้มปรับลดลงเหลือ 80–89.50 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล


แนฟทา (Naphtha)

Q4/2569: คาดเฉลี่ย 905–916 ดอลลาร์ฯ/ตัน
ปี 2570: ลดลงสู่กรอบ 720–810 ดอลลาร์ฯ/ตัน จากการใช้ LPG และ Propane ทดแทน

---------------------
 
บทสรุป

ราคาน้ำมันและแนฟทาที่พุ่งสูงใน Q4/2569 เป็นทั้งแรงผลักดันและแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก ฝั่งอุปสงค์ (Demand) เร่งให้ผู้บริโภคหันมาใช้ EV แต่ฝั่งอุปทาน (Supply Chain) กลับต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและความเสี่ยงด้านโลหะและแร่พลังงาน การปรับฐานในปี 2570 อาจช่วยบรรเทาความตึงตัว แต่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่โลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

----------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

---------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
จากเจรจาสู่แรงสั่นสะเทือน: เกมกดดันสหรัฐฯ–อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจโลก ผ่านพลังงาน เงินทุน และทองคำ
สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ณ ปลายกุมภาพันธ์ 2569 กำลังเขย่าเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ทั้งด้านการเมือง การทหาร และตลาดการเงิน SO OK TRADING สรุปภาพรวมแบบเข้าใจง่าย พร้อมข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
28 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy