“จับตาทองคำโลก–เงินบาทไทย : เกมพักฐานก่อนดีดตัว Q4/2026 เมื่อทองคำเริ่มสร้างฐานใหม่ และเงินบาทรอแรงหนุนจาก High Season”: SO OK TRADING: 21 OCT 2026

บทความวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำโลก (XAU/USD) และค่าเงินบาท (USD/THB) ประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2569 : SO OK TRADING:
-------------------------------
ภาพรวมตลาดทองคำและค่าเงินบาท
ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 4,120 – 4,125 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากปรับฐานลงจากจุดสูงสุดของปีที่ทะลุ 5,300 ดอลลาร์ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยแรงกดดันหลักมาจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยังคงส่งสัญญาณ Higher for Longer ทำให้ตลาดระมัดระวังต่อการเข้าซื้อเพิ่ม
ราคาทองคำในประเทศยังทรงตัวเหนือ 65,000 บาทต่อบาททองคำ เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าช่วยพยุงราคาไม่ให้ร่วงแรง แม้ทองโลกจะปรับฐานลงมา
ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.63 บาทต่อดอลลาร์ และแกว่งตัวในกรอบแคบ 33.50 – 33.80 บาท โดยมีแรงหนุนจากดัชนีเงินดอลลาร์ที่ชะลอตัวและผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลง แต่ยังถูกกดดันจากความต้องการถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
-------------------------------
แนวโน้มไตรมาส 4 ปี 2569
ทองคำโลก (XAU/USD):
เชิงเทคนิค: Bank of America คาดว่าราคาเฉลี่ยใน Q4 อยู่ที่ 4,000 ดอลลาร์ และอาจย่อตัวลงไปทดสอบแนวรับ 3,750 ดอลลาร์ หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
เชิงบวกระยะยาว: สภาทองคำโลก (WGC) และ YLG Bullion ชี้ว่าธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเข้าซื้อทองคำเพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์ หากราคายืนเหนือแนวรับสำคัญได้ มีโอกาสฟื้นตัวกลับไปทดสอบ 4,500 – 4,900 ดอลลาร์ ในต้นปีหน้า
ค่าเงินบาท (USD/THB):
คาดการณ์เคลื่อนไหวแบบ Sideway-Up ในกรอบ 33.20 – 33.80 บาทต่อดอลลาร์
แรงหนุนฝั่งแข็งค่า: ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ที่จะมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามา
แรงกดดันฝั่งอ่อนค่า: นโยบายดอกเบี้ยเฟดที่ยังเป็นขาขึ้นและราคาพลังงานโลกที่สูง
ผลกระทบเชิงกลยุทธ์ต่อทองคำไทย
การที่เงินบาทอ่อนค่าอยู่ที่ 33.60 บาทต่อดอลลาร์ ทำหน้าที่เป็น Buffer พยุงราคาทองคำในประเทศให้อยู่เหนือ 65,000 บาท แม้ราคาทองโลกจะปรับฐานลงมา หากเงินบาทแข็งค่ากลับไปที่ 32.00 บาท ราคาทองคำในประเทศอาจร่วงต่ำกว่า 62,500 บาท ได้ทันที
ผู้ถือทองคำ: ระดับเงินบาทปัจจุบันถือเป็นโอกาสทยอยแบ่งขายทำกำไร โดยอาศัยอัตราแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า
ผู้รอซื้อทองคำ: ควรรอดูจังหวะเงินบาทแข็งค่าจากกระแสเงินทุนท่องเที่ยวในเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการซื้อทองคำในประเทศ
---------------------------------
บทวิเคราะห์เชิงลึก: ราคาทองคำและค่าเงินบาท
ทองคำโลก (XAU/USD): ราคาทองคำกำลังอยู่ในช่วง “สร้างฐานใหม่” หลังจากการปรับฐานแรงในไตรมาสที่ผ่านมา ระดับ 4,100 – 4,120 ดอลลาร์ ถือเป็นแนวรับจิตวิทยาสำคัญ หากราคายืนเหนือได้ มีโอกาสเกิดแรงซื้อคืน (Buy on Dip) และฟื้นตัวไปทดสอบแนวต้าน 4,155 – 4,180 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม ตลาดอาจเผชิญแรงขายทำกำไรและกดดันให้ราคาลงไปทดสอบ 4,000 – 3,750 ดอลลาร์
ค่าเงินบาท (USD/THB): เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในฝั่งอ่อนค่า แต่มีปัจจัยบวกจาก High Season ที่จะดึงเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจทำให้เงินบาทแข็งค่าชั่วคราวไปทดสอบแนวรับ 33.20 บาท อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างและความต้องการถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงจำกัดการแข็งค่าของเงินบาทในภาพรวม
--------------------------------
หากราคาทองคำโลกยืนเหนือ 4,135 ดอลลาร์ สามารถเปิดสถานะซื้อได้ แต่ควรตั้ง Stop Loss แคบๆ หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,120 ดอลลาร์
นักลงทุนระยะยาว: การทยอยสะสมทองคำที่ระดับ 4,100 – 4,135 ดอลลาร์ ถือว่ายังน่าสนใจ เพราะราคาปรับฐานลงมาลึกจากจุดสูงสุดของปีแล้ว
ทองคำไทย: รอจังหวะเงินบาทแข็งค่าจากภาคท่องเที่ยวควบคู่กับทองโลกย่อตัวลงใกล้ 4,050 – 4,100 ดอลลาร์ จะเป็นต้นทุนการเข้าซื้อที่ปลอดภัยที่สุดในไตรมาสนี้
ค่าเงินบาท คาดว่าน่าจะคงแข็งค่าที่ระดับ 33.25-33.85 จนถึงสิ้นปี
--------------------------------
SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE
VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM
FACEBOOK : SOOK TRADING
-------------------------------


