แชร์

“จับชีพจรตลาดโลก 2026: น้ำมัน โลหะ และค่าเงินในสัปดาห์แห่งความผันผวน ก่อน LME Week — วิเคราะห์ลึกกับ SO OK TRADING”: 18 OCT 2026

อัพเดทล่าสุด: 18 ต.ค. 2026
81 ผู้เข้าชม

ภาพรวมตลาดโลก: น้ำมัน โลหะ และค่าเงิน (12–23 ตุลาคม 2026) : SO OK TRADING : 18 OCT 2026

------------------------------
 
✨ บทนำ (Introduction)
ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2026 ตลาดโลกเผชิญความผันผวนสูงจากหลายปัจจัย ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง, การคาดการณ์ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), รวมถึงการเข้าสู่ LME Week 2026 ที่เป็นเวทีสำคัญของการเจรจาสัญญาซื้อขายโลหะรายปี การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน โลหะ และค่าเงินจึงสะท้อนแรงกดดันและแรงหนุนที่สลับกันไปมา ทำให้นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

-----------------------------
 
เนื้อหา Outlook (Analysis & Outlook)

️ ตลาดน้ำมันดิบ (Crude Oil)

สถานการณ์ล่าสุด: ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความเสี่ยงอุปทานตึงตัวในตะวันออกกลาง หลังเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซและซาอุดีอาระเบีย

แรงกดดัน: ข่าวข้อตกลงหยุดโจมตีระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และการระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินกว่า 20 ล้านบาร์เรลจากสหรัฐฯ และ IEA กดดันให้ราคาย่อตัวลงชั่วคราว

สถานการณ์ในไทย: ราคาน้ำมันขายปลีกทรงตัวหลังปรับขึ้น 0.75 บาท/ลิตร โดย กบน. มีมติชดเชยราคาดีเซล 2.25 บาท/ลิตร และแก๊สโซฮอล์ 1.09 บาท/ลิตร

แนวโน้มสัปดาห์หน้า (19–23 ต.ค.): ราคาน้ำมันยังมีทิศทาง Bullish Volatility โดยมีแรงหนุนจากความไม่สงบในซาอุดีอาระเบียและช่องแคบฮอร์มุซ แต่ถูกจำกัดกรอบบนจากการคาดการณ์อุปสงค์ชะลอตัวและความเสี่ยงดอกเบี้ย Fed

------------------------------
 
⚙️ ตลาดโลหะลอนดอน (LME Metals)

ภาพรวม: เคลื่อนไหวแบบผสมผสาน (Mixed) จากทั้งค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและปัจจัยเฉพาะตัว

ทองแดง (Copper): แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง กรอบ 14,400–14,800 ดอลลาร์/ตัน จากปัญหาเหมืองหยุดชะงักและค่าธรรมเนียมการถลุงแร่ต่ำเป็นประวัติการณ์

อะลูมิเนียม (Aluminium): ซึมตัวลง กรอบ 2,980–3,120 ดอลลาร์/ตัน แม้สต็อก LME ต่ำสุดในรอบศตวรรษยังช่วยพยุงราคา

ดีบุก (Tin): แข็งแกร่งที่สุด รักษาระดับเหนือ 50,000 ดอลลาร์/ตัน จากความต้องการในอุตสาหกรรม AI และชิป รวมถึงปัญหาการฟื้นตัวของเหมืองเมียนมา

นิกเกิล (Nickel): ล่าสุดอยู่ที่ 15,170 ดอลลาร์/ตัน ได้แรงหนุนจากโควตาผลิตอินโดนีเซีย

สังกะสีและตะกั่ว: เคลื่อนไหวทรงตัว โดยสังกะสีถูกกดดันจากภาคอสังหาฯ จีน ส่วนตะกั่วเคลื่อนไหวแคบที่สุดในกลุ่ม

----------------------------
 
ตลาดค่าเงินและเศรษฐกิจมหภาค (Forex & Macro)

เงินเฟ้อสหรัฐฯ (US CPI): เดือน ก.ย. อยู่ที่ 3.7% สูงกว่าคาด ทำให้ตลาดคาดว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 4.00–4.25%

ดอลลาร์สหรัฐ (USD): แข็งค่าต่อเนื่องจากความคาดหวังดอกเบี้ยสูง แต่เริ่มถูกกดดันจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและสัญญาณผ่อนคลายจากเจ้าหน้าที่ Fed

ดัชนีดอลลาร์ (DXY): อ่อนค่าลงชั่วคราว ปิดที่ 101.78 จากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีและท่าที Fed ที่ไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย

เงินบาท (THB): แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ปิดตลาดที่ 33.44–33.45 บาท/ดอลลาร์ คาดแกว่งในกรอบ 33.15–33.65 บาท/ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าและราคาน้ำมันนำเข้าที่ลดแรงกดดัน

ยูโร (EUR/USD): ฟื้นตัวเหนือ 1.1230 จากแรงขายทำกำไรดอลลาร์ แต่แนวโน้มระยะกลางยังเปราะบาง

---------------------------
 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“จับสัญญาณเศรษฐกิจโลก ดอลลาร์พุ่ง สหรัฐฯ แกร่ง จีนประคอง ไทยต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ในสมรภูมิเศรษฐกิจโลก”
ดอลลาร์แข็ง – สหรัฐฯ แกร่ง จีนประคองตัว โลกเผชิญแรงกดดัน เศรษฐกิจไทยรับผลกระทบสองด้าน บทความวิเคราะห์เศรษฐกิจโลก โดย SO OK TRADING | 19 มิถุนายน 2569 ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง สะท้อนพลังของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังเติบโตเหนือความคาดหมาย ขณะที่จีนพยายามประคองเศรษฐกิจด้วยมาตรการกระตุ้นและนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ส่วนเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ สำหรับประเทศไทย — เงินบาทยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่า ส่งผลสองด้านต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งช่วยหนุนรายได้จากการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่ก็เพิ่มภาระต้นทุนให้กับผู้นำเข้าและผู้บริโภคในประเทศ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกภาพรวมเศรษฐกิจโลก สหรัฐฯ จีน และไทย พร้อมแนวโน้มค่าเงินในเดือนกรกฎาคม รวมถึงกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการไทยควรจับตาอย่างใกล้ชิด ✨ SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ FAST • SHARP • RELIABLE
19 มิ.ย. 2026
มอเตอร์และคอมเพรสเซอร์ไทย: พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก : ทิศทางอุตสาหกรรรม แนวโน้ม และ การเติบโต โดย SO OK TRADING: 5 OCT 2026
อุตสาหกรรม Motor & Air Compressor ไทย — พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก SO OK TRADING | 5 ตุลาคม 2026 ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกในฐานะ ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกเครื่องปรับอากาศอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและเม็กซิโก โดยมี “มอเตอร์ไฟฟ้า” และ “คอมเพรสเซอร์” เป็นหัวใจหลักของระบบทำความเย็นที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทั่วโลก
5 ต.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy