“SO OK TRADING Economic Pulse | ตุลาคม 2569 – ดอลลาร์แรง บาทอ่อน หุ้นไทยลุ้นฟื้น”

บทความสรุปภาพรวมเศรษฐกิจโลก ค่าเงิน และตลาดทุน (ตุลาคม 2569) : SO OK TRADING : 15 OCT 2026
-----------------------
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index: DXY)
ดัชนีดอลลาร์ล่าสุดเคลื่อนไหวบริเวณ 102.06 – 102.12 จุด หลังจากพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 18 เดือนที่ระดับ 102.75 – 102.95 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ภาพรวมถือเป็นการ พักตัวระยะสั้น (Technical Pullback) หลังจากการปรับขึ้นแรงในสัปดาห์ก่อนหน้า
-----------------------------
1. ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Outlook)
แรงหนุนระยะสั้น (Hawkish Support): เงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนเร่งขึ้นสู่ 3.7% และเงินเฟ้อพื้นฐานขยับขึ้นเป็น 2.6% ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักว่า Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้
แรงกดดันชะลอตัว (Dovish Pushback): เจ้าหน้าที่ Fed หลายท่าน เช่น Mary Daly และ Michelle Bowman แสดงความเห็นเชิงระมัดระวัง โดยระบุว่ายังสามารถรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนประชุมปลายเดือนตุลาคม ส่งผลให้ Bond Yield อายุ 10 ปี ชะลอตัวลงที่ 5.12% ลดแรงหนุนฝั่งดอลลาร์ลงชั่วคราว
2. มุมมองทางเทคนิค (Technical Outlook)
แนวโน้มหลัก: RSI เริ่มชะลอตัว โมเมนตัม Bullish แผ่วลง มุมมองปัจจุบันเป็น Neutral (แกว่งตัวออกข้าง)
แนวรับสำคัญ: 101.93 และ 101.62 หากหลุด 101.93 มีโอกาสพักฐานลงไปทดสอบโซน 101.30
แนวต้านสำคัญ: 102.61 และ 102.95 หากปิดเหนือ 102.61 ได้อย่างมั่นคง จะเปิดโอกาสกลับไปทดสอบระดับ 103.30
3. คาดการณ์ระยะยาว (Long-term Forecast)
สิ้นปี 2569 (Q4): คาด DXY อยู่ที่ราว 101.81
ปลายปี 2570: มีแนวโน้มอ่อนค่าลงสู่ 100.47 ตามวัฏจักรเศรษฐกิจโลกและการลดดอกเบี้ยในระยะยาว
------------------------------
ค่าเงินบาท (THB) และปัจจัยขับเคลื่อน
ล่าสุด (15 ต.ค. 2569) เคลื่อนไหวในกรอบ 33.45 – 33.75 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าตามแรงกดดันจากดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่า
Mid-market rate:
USD/THB = 33.526
EUR/THB = 37.61
JPY/THB = 21.20 (ต่อ 100 เยน)
แนวโน้มระยะสั้น: ค่าเงินบาทมีโอกาสผันผวนในฝั่งอ่อนค่า โดยแนวรับอยู่ที่ 33.45 – 33.50 และแนวต้าน 33.65 – 33.80 บาท/ดอลลาร์
แรงกดดัน: ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ทรงตัวสูงและราคาน้ำมันโลกที่ปรับขึ้นจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์
แรงหนุน: ราคาทองคำโลกที่ยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์/ออนซ์ ช่วยจำกัดการอ่อนค่า
-------------------------------
แนวโน้มระยะยาว: ปลายปี 2569 – 2570 เงินบาทมีโอกาสทยอยกลับมาแข็งค่าจาก
ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)
แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ Fed หลังปี 2570
ตลาดหุ้นไทย (SET Index) และเปรียบเทียบตลาดโลก
ล่าสุด SET Index อยู่ที่ 1,566 – 1,585 จุด ปรับฐานตามตลาดหุ้นโลกจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยี
ตลาดหุ้นสำคัญ:
S&P 500 (สหรัฐฯ): 7,691.76 จุด – กังวล Fed ตรึงดอกเบี้ยสูง
Nikkei 225 (ญี่ปุ่น): 70,035.71 จุด – ร่วงแรงตาม Semiconductor
KOSPI (เกาหลีใต้): 6,589.08 จุด – ดิ่งลงกว่า -4.09%
แนวโน้ม SET Index: ปลายปี 2569 มีโอกาสกลับขึ้นทดสอบ 1,600 จุด โดยหุ้นไทยถูกมองเป็น Value Play ที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
-------------------------------
Outlook เศรษฐกิจโลกและไทย
เศรษฐกิจโลก: สหรัฐฯ มีแนวโน้ม Soft Landing, ยุโรปยังถูกกดดันจากงบประมาณขาดดุล, จีนทยอยฟื้นตัวจากมาตรการรัฐ แต่ยังถูกถ่วงจากอสังหาริมทรัพย์
เศรษฐกิจไทย: ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ แม้การส่งออกยังชะลอตัว
บทสรุป
ค่าเงิน: ระยะสั้นเงินบาทยังอ่อนค่า แต่ทองคำช่วยพยุง ระยะยาวมีโอกาสแข็งค่าตามดุลบัญชีและ Fund Flow ต่างชาติ
ตลาดหุ้น: SET Index มีลักษณะเป็น Value Play เหมาะแก่การทยอยสะสมหุ้นเชิงรับและ Domestic Play
การทยอยสะสมหุ้นในจังหวะที่ SET Index อ่อนตัวต่ำกว่า 1,570 จุด อาจเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว
บทความนี้จึงสะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว แต่มีปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวและ Fund Flow ต่างชาติ ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญในช่วงปลายปี 2569 ถึงปี 2570
--------------------------------
SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE
VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM
FACEBOOK : SOOK TRADING
-------------------------------


