แชร์

“เศษทองแดง: วัตถุดิบแห่งอนาคตของโลกรีไซเคิล – วัฏจักรขาขึ้นของไทยในยุค EV และ AI | FAST • SHARP • RELIABLE | SO OK TRADING INSIGHT : 11 OCT 2026”

อัพเดทล่าสุด: 11 ต.ค. 2026
117 ผู้เข้าชม

การจำแนกประเภทเศษทองแดง และแนวโน้มเศษทองแดงในตลาดโลกและไทย : SO OK TRADING : 11 OCT 2026

--------------------

✨ บทนำ

เศษทองแดง (Copper Scrap) เป็นวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ในอุตสาหกรรมโลหะและรีไซเคิลยุคใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% โดยไม่สูญเสียสมบัติทางไฟฟ้าและกายภาพ การรีไซเคิลทองแดงจึงมีบทบาทสำคัญต่อการลดต้นทุนการผลิต การลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ และการตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) การจำแนกประเภทเศษทองแดงตามมาตรฐานสากล เช่น ISRI จึงเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดราคาและการใช้งาน

------------------
 
การจำแนกประเภทเศษทองแดง (ISRI Standard)

Bare Bright Copper (ทองแดงปอกสวย / Millberry) ความบริสุทธิ์ ≥ 99% ลวดทองแดงเปลือย ปอกฉนวนแล้ว ผิวเงางาม ไม่มีคราบสนิมหรือสารเคลือบ มูลค่าสูงที่สุด

No. 1 Copper (ทองแดงเบอร์ 1) ความบริสุทธิ์ ≥ 98% ตัวอย่างเช่น ท่อทองแดงสะอาด บัสบาร์ ไม่มีบัดกรีหรือฉนวน มูลค่าสูง รองจาก Bare Bright

No. 2 Copper (ทองแดงเบอร์ 2) ความบริสุทธิ์ 94–96% มีคราบน้ำมัน สี หรือรอยบัดกรี มูลค่าปานกลาง ต้องผ่านการหลอมและคัดกรองมากกว่า

No. 3 Copper / Light Copper (ทองแดงเบอร์ 3) ความบริสุทธิ์ ~92% เช่น แผ่นทองแดงบาง รางน้ำ หรือภาชนะทองแดงเก่า มูลค่าต่ำกว่าเบอร์ 2

Insulated Copper Wire (สายไฟหุ้มฉนวน) แบ่งเป็นสายไฟเกรดสูง (แกนใหญ่ เปอร์เซ็นต์ทองแดงสูง) และเกรดต่ำ (ฉนวนหนา ลวดเล็ก) มูลค่าขึ้นอยู่กับสัดส่วนทองแดงหลังการปอกฉนวน

Copper Alloys (โลหะผสมทองแดง) เช่น ทองเหลือง (Brass), บรอนซ์ (Bronze), คิวโปรนิกเกิล (Cupronickel) ต้องแยกออกจากทองแดงบริสุทธิ์

------------------
 
Outlook ตลาดเศษทองแดงโลก

Supply Shortfall: เหมืองทองแดงในชิลีและเปรูผลิตลดลง ทำให้ตลาดโลกขาดดุลสูงถึง ~379,000 เมตริกตัน

Demand พุ่งสูง: EV, Grid Expansion, AI/Data Center หนุนความต้องการทองแดง

ESG & Low-Carbon: รีไซเคิลทองแดงช่วยประหยัดพลังงาน ~85% เมื่อเทียบกับการถลุงใหม่

จีนเป็นผู้ซื้อใหญ่ที่สุด: ครองสัดส่วน ~48% ของตลาดโลก

------------------
 
สถานการณ์ปัจจุบันตลาดเศษทองแดงไทย

Top 10 ผู้ส่งออกโลก: ไทยส่งออกเศษทองแดงมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยจีนเป็นตลาดหลัก (~60%)

Supply Hub ของเอเชีย: ไทยนำเข้าเศษทองแดงจากสหรัฐฯ และยุโรป มาคัดแยกด้วยเทคโนโลยี Mechanical Liberation

ความต้องการในประเทศสูง: FDI ใน EEC, EV, และ Data Center ทำให้โรงหลอมไทยแข่งขันกันซื้อเศษทองแดงเกรดพรีเมียม
กฎสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น: มีการแบนการเผาสายไฟเพื่อลด PM 2.5 โรงงานต้องใช้เครื่องบดและเครื่องแยกแทน

------------------
 
ทิศทางอนาคตตลาดเศษทองแดง

การเติบโตสวนเศรษฐกิจ: อุปสงค์จาก EV, เครื่องปรับอากาศ, Data Center สูงมาก

วิกฤตสิ่งแวดล้อมใหม่: กากพลาสติกฉนวนสายไฟสะสมหลายแสนตัน → รัฐเข้มงวดใบอนุญาต

การแบนทองแดงเผา: ส่งเสริมการใช้เครื่องบดและแยกสายไฟระบบกลไก

โครงสร้างตลาดใหม่: จากซาเล้งสู่เครือข่ายแฟรนไชส์และแอปพลิเคชัน พร้อมระบบดิจิทัลมาตรฐาน

------------------
 
แนวโน้มราคาและการใช้งาน เศษทองแดง

ราคา Bare Bright ในไทยเคยสูงถึง 330–420 บาท/กก.
ราคามีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามตลาดโลก (LME, COMEX) และค่าเงินบาท

-----------------

แนวโน้มการใช้งาน: เศษทองแดง

โรงงาน EV และแบตเตอรี่ ต้องการทองแดงบริสุทธิ์สูง
Data Center และ AI Infrastructure ใช้ทองแดงจำนวนมากในระบบไฟฟ้าและระบายความร้อน
อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์และกังหันลม ต้องใช้ทองแดงในสายส่งไฟฟ้า

-----------------
 
✨ บทสรุปส่งท้าย: Copper Recycled

เศษทองแดงไม่ใช่เพียง “ของเก่า” แต่เป็น วัตถุดิบแห่งอนาคต ที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งตลาดโลกและไทยกำลังเข้าสู่ วัฏจักรขาขึ้นเชิงโครงสร้าง ผู้ประกอบการที่สามารถลงทุนในเทคโนโลยีรีไซเคิลสะอาด ปรับตัวตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และใช้ระบบดิจิทัลในการจัดการ จะมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

-------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย


บทความที่เกี่ยวข้อง
“Zinc Fever 2026: สังกะสีเดือด ราคาพุ่งแรงสุดในรอบ 4 ปี เขย่าโลกโลหะและอุตสาหกรรมไทย”: SO OK TRADING: 26 AUG 2026
Zinc Rally 2026: ราคาทะยานสูงสุดในรอบ 4 ปี เขย่าห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลกและไทย ปี 2026 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดสังกะสีโลก เมื่อราคาพุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ท่ามกลางภาวะอุปทานตึงตัวจากเหมืองใหญ่ทั่วโลกที่หยุดผลิต และค่าฟีถลุงแร่ที่ติดลบเป็นประวัติการณ์ สถานการณ์นี้สะท้อนแรงซื้อคืน (Short Squeeze) ที่เขย่าตลาดโลหะทั่วโลก พร้อมส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำในประเทศไทย ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าเกือบ 100% ราคาซื้อขายสังกะสีในตลาด LME พุ่งแตะระดับ 3,987 ดอลลาร์/ตัน ขณะที่สัญญาล่วงหน้า 3 เดือนอยู่ที่ 3,853 ดอลลาร์/ตัน และปริมาณสินค้าคงคลังลดลงเหลือเพียง 95,050 ตัน ต่ำสุดในรอบหลายเดือน สะท้อนภาวะตลาดแบบ Backwardation ที่รุนแรง ส่วนต่างราคาทันทีและสัญญาล่วงหน้าสูงถึง 132–156 ดอลลาร์/ตัน แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการใหม่ในภาค พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ขณะที่ผู้ผลิตทั่วโลกต้องปรับตัวต่อแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรการ CBAM ของยุโรป ที่ผลักดันให้เกิดการใช้ Green Zinc และสังกะสีรีไซเคิลมากขึ้น สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมเหล็กชุบสังกะสีและชิ้นส่วนยานยนต์ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็เป็นโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุใหม่ เช่น ZAM (Zinc-Aluminium-Magnesium) และการใช้วัสดุทดแทนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในตลาดโลหะโลก FAST • SHARP • RELIABLE
26 ส.ค. 2026
“ทองคำร่วงแรงเกือบ 100 เหรียญ! ข่าวดีเศรษฐกิจโลก–ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ–จีน กลายเป็นข่าวร้าย กดดัน Safe Haven จาก Fed เข้ม, Bond Yield พุ่ง และดอลลาร์แข็งค่า”: SO OK TRADING Insight: 28 SEP 2026
ทองคำร่วงแรง! ข่าวดีเศรษฐกิจโลก กลายเป็นข่าวร้ายของ Safe Haven บทความโดย SO OK TRADING | 28 กันยายน 2569 ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ร่วงลงแรงเกือบ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดระดับจิตวิทยา $4,300 ลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ $4,230–$4,270 สะท้อนแรงกดดันจากหลายปัจจัยสำคัญ ทั้งท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield), การแข็งค่าของดอลลาร์ และราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง ที่น่าสนใจคือ “ข่าวดีทางเศรษฐกิจโลก” อย่างการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน กลับกลายเป็น “ข่าวร้ายของทองคำ” เพราะเมื่อความเสี่ยงในตลาดลดลง นักลงทุนจึงหันกลับไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงแทนสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ในสัปดาห์นี้ ตลาดทองคำทั่วโลกจึงอยู่ในภาวะ Sideways Down โดยมีแนวรับสำคัญที่ $4,200–$4,230 และแนวต้านที่ $4,300–$4,430 นักลงทุนควรจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Nonfarm Payrolls และ Core PCE ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และแนวโน้มราคาทองคำในระยะถัดไป ✨ SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในตลาดโลหะมีค่าและโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) จากประเทศไทย
28 ก.ย. 2026
“ทองคำยุคสันติภาพโลก – ฟื้นพลัง เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ สู่โอกาสการลงทุนครั้งใหม่”: SO OK TRADING: 18.06.2026
ทองคำหลังสันติภาพโลก – จากวิกฤตสู่โอกาสการลงทุนครั้งใหม่ 17 มิถุนายน 2026 — วันที่โลกจับตา “ข้อตกลงสันติภาพ 14 ข้อ” ระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ลงนามอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการประกาศ “คงอัตราดอกเบี้ย” โดย ประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและตลาดทองคำ หลังจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ภาวะสงคราม” สู่ “ภาวะฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง” — ราคาน้ำมันดิ่งลง เงินเฟ้อเริ่มเย็นตัว และแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง ทองคำจึงไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ปลอดภัยอีกต่อไป แต่กลายเป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเงินโลกในยุคใหม่
18 มิ.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy