แชร์

“Global Zinc Insight Q4 2026 — จับทิศราคาสังกะสีโลก ตุลาคม 2026: อุปทานตึงตัว อุปสงค์ชะลอ สัญญาณปรับฐานในกรอบสูง”: SO OK TRADING: 1 OCT 2026

อัพเดทล่าสุด: 1 ต.ค. 2026
297 ผู้เข้าชม

ทิศทางราคาสังกะสีโลก ตุลาคม 2026: อุปทานตึงตัว อุปสงค์ชะลอ และมุมมองจากสถาบันการเงินชั้นนำ: บทความโดย SO OK TRADING : 1 OCT 2026

--------------------
 
บทนำ

ราคาสังกะสี (Zinc) ในตลาดโลก ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2026 เคลื่อนไหวอยู่ที่ 3,819–3,821 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน โดยปรับฐานลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้าและลดลงราว 1% ในรอบเดือน แม้ราคาจะอ่อนตัวลง แต่ยังสูงกว่าปีก่อนหน้าถึงกว่า 26% สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ยังคงตึงตัวจากฝั่งอุปทาน ขณะเดียวกันอุปสงค์เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวหลังผ่านพ้นช่วง Peak Season ของเดือนกันยายน

--------------------
 
เนื้อหาและการวิเคราะห์ราคา

---------------------

ปัจจัยหนุน (Bullish Drivers)

อุปทานเหมืองลดลง: JP Morgan ระบุว่ากำลังการผลิตเหมืองสังกะสีทั่วโลกปี 2026 ลดลง ~5% จากการหยุดชะงักในสวีเดน สหรัฐฯ และเปรู

ค่าธรรมเนียมการถลุง (TCs) ต่ำสุดในประวัติการณ์: โรงถลุงจีนลดกำลังผลิตและดึงสต็อกมาใช้

สต็อก LME ต่ำมาก: เหลือเพียง ~121,600 ตัน ลดลงกว่า 58% จากปลายปี 2024 เกิดภาวะ Backwardation (ราคาส่งมอบทันทีสูงกว่าล่วงหน้า)

--------------------

 ปัจจัยกดดัน (Bearish Drivers)

อุปสงค์ชะลอตัว: โรงงานเหล็กชุบสังกะสีลดกำลังผลิตเพราะต้นทุนสูงและความต้องการในภาคก่อสร้าง/ยานยนต์เริ่มแผ่ว

มหภาคกดดัน: เงินเฟ้อสูงจากปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง และดัชนีดอลลาร์ (DXY) แข็งค่า

ฤดูกาล: หลัง Peak Season เดือนกันยายน ความต้องการซื้อเริ่มลดลง

--------------------

สถานการณ์ตลาด LME และ SHFE

ราคาสังกะสี LME อยู่ในภาวะ High-level Consolidation หลังจากพุ่งแตะจุดสูงสุด 4,186 ดอลลาร์/ตัน เมื่อ 9 กันยายน

ตลาด SHFE เคลื่อนไหว Sideways ที่อัตราส่วน SHFE/LME ~6.8 โดย “หน้าต่างการนำเข้า” ของจีนยังคงปิดอยู่

--------------------
 
มุมมองจากสถาบันการเงินชั้นนำ

JP Morgan: คาดว่าการหยุดชะงักของเหมืองและการผลิตที่พลาดเป้าจะทำให้อุปทานทั่วโลกหดตัวต่อเนื่องในปี 2026 ส่งผลให้ราคายังมีแรงหนุนแม้จะปรับฐานลง

Goldman Sachs: ประเมินว่าราคาสังกะสีใน Q4/2026 จะยังคงทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากสต็อก LME ต่ำมากและความต้องการในตลาดสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่งจากการกักตุนก่อนมาตรการภาษีนำเข้า

Shanghai Metals Market (SMM): คาดว่าราคาในเดือนตุลาคมจะเคลื่อนไหวแบบ Sideways Down โดยมีกรอบ 3,400–3,950 ดอลลาร์/ตัน เนื่องจากอุปสงค์ชะลอหลัง Peak Season แต่ยังมีแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัว

----------------------
 
ทิศทางในอนาคต (OUTLOOK) - ราคาสังกะสีโลก

กรอบราคาเดือนตุลาคม: 3,400 – 3,950 ดอลลาร์/ตัน

ราคาเฉลี่ยทั้งเดือน: 3,500 – 3,650 ดอลลาร์/ตัน

แนวโน้ม: Sideways Down (แกว่งตัวปรับฐานในกรอบสูง) โดยมีอุปทานตึงตัวและสต็อกต่ำค้ำจุนราคาไม่ให้ดิ่งแรง
ปัจจัยจำกัดขาลง: ภาวะตลาดขาดดุลเฉียบพลันและสต็อก LME ต่ำมาก

ปัจจัยกดดันขาขึ้น: อุปสงค์ชะลอตัวในภาคก่อสร้างและยานยนต์, ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า

---------------------
 
ผลกระทบต่อพรีเมี่ยมในเอเชีย

ค่าขนส่งสูง: ผู้ค้าในจีนและเทียนจินปรับพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้น ~120 หยวน/ตัน

แรงดึงจากสหรัฐฯ และยุโรป: Tariffs และการกักตุนทำให้สินค้าถูกดึงออกจากเอเชีย

ผู้ซื้อปลายน้ำระมัดระวัง: โรงชุบเหล็กและวัสดุก่อสร้างชะลอการซื้อเพราะพรีเมี่ยมสูง

---------------------
 
บทสรุปส่งท้าย

ราคาสังกะสีโลกในเดือนตุลาคม 2026 กำลังเข้าสู่ช่วง ปรับฐานในกรอบสูง โดยแม้อุปสงค์จะเริ่มชะลอ แต่ปัจจัยฝั่งอุปทานที่ตึงตัวและสต็อกต่ำยังคงค้ำจุนราคาไม่ให้ปรับลงแรง สถาบันการเงินชั้นนำต่างเห็นพ้องว่าราคาจะยังทรงตัวในระดับสูงตลอด Q4/2026 ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้แนวรับ 3,400–3,500 ดอลลาร์/ตัน และหลีกเลี่ยงการไล่ราคาซื้อในช่วงที่ราคาดีดตัวแรง

---------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

---------------------

SO OK TRADING ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย

---------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“สงครามราคาเหล็ก 2026: เอเชียร่วง ตะวันตกแรง ไทยได้เปรียบในฐานะผู้ซื้อ แต่ผู้ผลิตต้องสู้ด้วยกลยุทธ์ใหม่ — วิเคราะห์แนวโน้มและโอกาส Green Steel ในสมรภูมิโลก”
สงครามราคาเหล็ก 2026: เมื่อเอเชียดิ่งลง ตะวันตกพุ่งทะยาน ผู้ซื้อไทยได้เปรียบ แต่ผู้ผลิตต้องสู้เพื่ออยู่รอด ตลาดเหล็กโลกกำลังอยู่ใน “เกมสองขั้ว” ที่ร้อนแรงที่สุดในรอบปี — ฝั่งเอเชียราคาดิ่งแรงจาก Oversupply และดีมานด์จีนที่ชะลอตัว ขณะที่ฝั่งตะวันตกกลับพุ่งทะยานจากกำแพงภาษีและต้นทุนพลังงานที่บีบคั้น สำหรับประเทศไทย ภาพรวมคือ “ผู้ซื้อยิ้มได้ แต่ผู้ผลิตต้องกัดฟันสู้” ราคาหน้าร้านถูกลงกว่า 8% จากการทุ่มตลาดของจีนและเวียดนาม แต่ต้นทุนโรงงานกลับพุ่งขึ้นกว่า 50% ทั้งค่าไฟฟ้าและค่าขนส่ง ทำให้ผู้ผลิตไทยต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่ออยู่รอดในสมรภูมิที่แข่งขันดุเดือด ในขณะเดียวกัน ตลาดบรรจุภัณฑ์โลหะ (Tin Plate) แม้ยอดขายจะหดตัว -1.2% ถึง -4.5% แต่ต้นทุนวัตถุดิบลดลง 9–10% ช่วยพยุงมาร์จิ้น และยังมีจุดแข็งด้านการรีไซเคิลสูงถึง 92% ตอบโจทย์เทรนด์ ESG และ Green Steel ที่กำลังมาแรงทั่วโลก
5 มิ.ย. 2026
“รีไซเคิลโลหะไทย พลิกเกมสู่เศรษฐกิจสีเขียวโลก — Copper & Aluminum Revolution: ศูนย์กลางเศรษฐกิจหมุนเวียนเอเชีย ขับเคลื่อนสู่ยุค Decarbonization และ Circular Economy แห่งอนาคต”
อุตสาหกรรมรีไซเคิลทองแดงและอลูมิเนียมในประเทศไทย หัวใจเศรษฐกิจหมุนเวียนและแนวโน้มตลาดโลก 2026–2032 บทความโดย SO OK TRADING — ตัวจริงในธุรกิจ NON‑FERROUS ไทย (29 กรกฎาคม 2026) ในยุคที่โลกกำลังขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวและการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ อุตสาหกรรมรีไซเคิล ทองแดงและอลูมิเนียม ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่าง “เศรษฐกิจ–สิ่งแวดล้อม–ความยั่งยืน” อย่างแท้จริง โลหะทั้งสองชนิดนี้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ไม่จำกัดครั้งโดยไม่สูญเสียคุณสมบัติทางกายภาพ อีกทั้งกระบวนการรีไซเคิลยังช่วย ประหยัดพลังงานได้มากถึง 95% เมื่อเทียบกับการผลิตจากแร่บริสุทธิ์ใหม่ ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้ไม่เพียงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนเป้าหมาย ESG ขององค์กรทั่วโลก ในบทความนี้ SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกภาพรวมของธุรกิจรีไซเคิลโลหะในประเทศไทย ตั้งแต่โครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน การตั้งราคา ความแตกต่างของสินค้า ไปจนถึงแนวโน้มตลาดโลกและไทยในช่วงปี 2026–2032 พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยหนุนและความท้าทายที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม NON‑FERROUS ให้กลายเป็น “เส้นเลือดใหม่ของเศรษฐกิจสีเขียว”
29 ก.ค. 2026
กระป๋องอลูมิเนียม 2026: สัญลักษณ์ใหม่ของธุรกิจสีเขียว : ความยั่งยืนนำการเติบโต
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ “กระป๋องอลูมิเนียม” ไม่ใช่แค่บรรจุภัณฑ์ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืน นวัตกรรม และการเติบโตแบบหมุนเวียนอย่างแท้จริง ในปี 2568 ตลาดบรรจุภัณฑ์โลหะมีรายได้รวมกว่า 18,000 ล้านบาท โดยอลูมิเนียมครองสัดส่วนถึง 74.22% และกระป๋องอลูมิเนียมมีส่วนแบ่งสูงสุดถึง 58.48% ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงหันมาใช้อลูมิเนียมแทนพลาสติก เพื่อตอบโจทย์ ESG และสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากคุณกำลังมองหา Aluminium Coil, Ingot หรือ Remelt สำหรับบรรจุภัณฑ์หรืออุตสาหกรรมที่ต้องการความยั่งยืนและคุณภาพระดับสากล ติดต่อ SO OK TRADING ได้ทันที
20 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy