แชร์

“บาทอ่อนแรง–หุ้นไทยแกว่งตัว: แรงสั่นสะเทือนจาก Trump–Xi Summit และทิศทางเศรษฐกิจโลกสัปดาห์สุดท้ายเดือนกันยายน”: SO OKTRADING: 25 SEP 2026

อัพเดทล่าสุด: 25 ก.ย. 2026
239 ผู้เข้าชม

ค่าเงินบาทอ่อนแรง – ตลาดโลกผันผวน , หุ้นไทยแกว่งตัว และผลกระทบจาก Trump–Xi Summit : รวมทั้ง OUTLOOK ค่าเงิน และ ปฎิทินเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า : บทความโดย SO OK TRADING : 25 SEP 2026

------------------

บทนำ

------------------

ปลายเดือนกันยายน 2569 ตลาดการเงินโลกและค่าเงินบาทไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากนโยบายการเงินสหรัฐฯ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ ขณะเดียวกัน การพบกันของสองมหาอำนาจ “Trump–Xi Summit” ได้สะท้อนการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้มข้น โดยเฉพาะในสมรภูมิเทคโนโลยี AI และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับทิศทางค่าเงินและตลาดทุนไทย

---------------------
 
ภาพรวมค่าเงินบาท

25/9/26 ปิดตลาดที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และเคลื่อนไหวในฝั่งอ่อนค่า

ปัจจัยกดดันหลัก:

ดอลลาร์แข็งค่า จากสัญญาณดอกเบี้ยเฟดและดัชนี PMI สหรัฐฯ ที่พุ่งสูงถึง 57

บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปีแตะ 5.44% ดึงดูดเงินทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์ดอลลาร์

ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะลุ $93 และ Brent ทะลุ $105 กดดันดุลบัญชีเดินสะพัดไทย

เงินทุนไหลออก จากตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย

กรอบการเคลื่อนไหวระยะสั้น: 33.30 – 33.60 บาท/ดอลลาร์ แนวโน้มสัปดาห์หน้า: เคลื่อนไหวแบบ Sideways ในกรอบ 33.25 – 33.60 บาท/ดอลลาร์

-----------------------
 
⚖️ ผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจ กรณีค่าเงินบาทอ่อนตัว : 33.50

ผู้ส่งออก / ท่องเที่ยว → ได้ประโยชน์จากรายรับดอลลาร์

ผู้นำเข้า → เสียประโยชน์ ต้นทุนสูงขึ้น ควรทำ FX Hedging

นักลงทุนไทย → เสี่ยงค่าเงิน แต่หุ้นส่งออก/อิเล็กทรอนิกส์อาจได้แรงหนุน

-----------------------
 
ตลาดหุ้นไทย (SET Index)

ปิดภาคเช้า 25 ก.ย. ที่ 1,609.18 จุด (+6 จุด)
คาดการณ์แนวรับสัปดาห์หน้า: 1,560 / 1,545 จุด
คาดการณ์แนวต้าน: 1,595 / 1,610 จุด

-----------------------

หุ้นเด่นที่ได้ประโยชน์

อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, HANA, KCE) → รายรับดอลลาร์ + AI Boom
อาหารและเกษตรส่งออก (CPF, TU, ASIAN) → แข่งด้านราคาส่งออกดีขึ้น
การแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS, BH) → บาทอ่อนค่าดึงดูดนักท่องเที่ยว

หุ้นที่เสียประโยชน์

สายการบิน / โรงไฟฟ้า (AAV, BA, GULF, BGRIM) → ต้นทุนพลังงานสูง + FX Loss
กลุ่มนำเข้าน้ำมัน → ราคาน้ำมันสูงซ้ำเติมดุลการค้า

-------------------------
 
สถานการณ์โลก: Trump–Xi Summit

การพบกันระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (23–25 ก.ย. 2569) เป็นเวทีที่สะท้อนการแข่งขันเชิงมหาอำนาจใน 3 แกนหลัก:

AI คือสมรภูมิหลัก – ทรัมป์ประกาศว่า “ใครชนะ AI ผู้นำนั้นคือผู้ชนะโลก”

พักรบสงครามการค้า – ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงชั่วคราว ลดแรงกดดันตลาดโลก

เส้นแดงไต้หวันและตะวันออกกลาง – จีนเตือนสหรัฐฯ เรื่องไต้หวัน พร้อมเสนอบทบาทเจรจาสงครามอิหร่าน

แม้ภาพการจับมือจะดูชื่นมื่น แต่เบื้องหลังยังคงเป็นการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้มข้นและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 --------------------------

OUTLOOK และทิศทางเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า

เฟด: ตลาดให้น้ำหนัก ~69% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนตุลาคม หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง

น้ำมันดิบ: ราคายังผันผวนจากภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง

Fund Flow: บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ สูงยังดึงดูดเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่

SET Index: คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,545 – 1,610 จุด โดยหุ้น Defensive และปันผลสูงยังเป็นที่พักเงินลงทุน

ค่าเงินบาท: มีแรงกดดันจากดอกเบี้ยเฟดและราคาน้ำมัน แต่แรงประคองจากทองคำและการท่องเที่ยว Q4 จะช่วยชะลอการอ่อนค่าไม่ให้ทะลุ 34 บาท/ดอลลาร์

--------------------------
 
บทสรุปส่งท้าย

ค่าเงินบาทและตลาดทุนไทยกำลังอยู่ในภาวะ Two-Way Risk ที่มีทั้งแรงกดดันและแรงประคอง จึงต้องจับตาดูสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และ แนวโน้มต่างๆ อย่างใกล้ชิด

---------------------------

ภาพใหญ่ระดับโลกยังคงถูกกำหนดโดยการแข่งขันเชิงมหาอำนาจสหรัฐฯ–จีน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจและค่าเงินในไตรมาสสุดท้ายของปี

---------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

---------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
- หลังเลือกตั้ง…เศรษฐกิจไทยบนเส้นทางฟื้นตัวและความเสี่ยง : - SO OK TRADING Insight: เศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้งในมุมมองโลก
Thailand Economy After Election 2026: Confidence Returns, Challenges Remain หลังการเลือกตั้งครั้งสำคัญ เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วง “ฟื้นตัวบนความเสี่ยง” — ตลาดหุ้นพุ่งแรง ค่าเงินบาทแข็งขึ้น แต่มรสุมจากภายนอกยังรอการรับมือ
10 ก.พ. 2026
“อาเซียน 2030: เครื่องยนต์เศรษฐกิจดิจิทัลสีเขียวแห่งอนาคตโลก : SO OK TRADING: 13 SEP 2026
อาเซียน: กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกใหม่ SO OK TRADING | 13 SEP 2026 อาเซียน (ASEAN) กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ที่เคยพึ่งพาการผลิตแรงงานเข้มข้น สู่การเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจโลกใหม่” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ภายในปี 2573 (2030) อาเซียนตั้งเป้าจะก้าวขึ้นเป็น เศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก ด้วยประชากรกว่า 680 ล้านคน และการลงทุนมหาศาลในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Data Center, AI, EV และพลังงานหมุนเวียน ภูมิภาคนี้ไม่เพียงเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก แต่กำลังกลายเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจและนวัตกรรมระดับโลก ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี การค้า และพลังงานสะอาดเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
13 ก.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy