แชร์

“กลยุทธ์ส่วนต่างราคาโลหะโลก: เจาะลึกเกม Arbitrage จากลอนดอนถึงเซี่ยงไฮ้”: SO OK TRADING: 14 SEP 2026

อัพเดทล่าสุด: 14 ก.ย. 2026
41 ผู้เข้าชม

ShFE–LME Arbitrage: กลยุทธ์เชื่อมโยงตลาดโลหะโลก (Arbitrage :กลยุทธ์ส่วนต่างราคาจาก LME โลก และ LME จีน

-----------------

แนวคิดหลัก

การทำ Arbitrage คือการหากำไรจาก “ส่วนต่างราคา” ของโลหะชนิดเดียวกันระหว่างสองตลาดใหญ่ คือ Shanghai Futures Exchange (ShFE) และ London Metal Exchange (LME)

ถ้าราคาในจีนแพงกว่าตลาดโลก → ซื้อจาก LME แล้วขายใน ShFE

ถ้าราคาโลกแพงกว่าจีน → ซื้อจาก ShFE แล้วขายใน LME

----------------------

สูตรเปรียบเทียบราคา:

ราคา ShFE≈(ราคา LME×USD/CNY)+ภาษีนำเข้า+ค่าขนส่ง
 
⚙️ กลไกและความเสี่ยงที่ต้องรู้

Legging Risk → เวลาทำการไม่ตรงกัน, ShFE มีเพดานการแกว่งราคาต่อวัน
FX Risk → LME ใช้ USD, ShFE ใช้ RMB → ต้องป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ต้นทุนแฝง → VAT 13%, Premium ท่าเรือ (Yangshan/Mulan), ค่าขนส่ง, คลังสินค้า
นโยบายจีน → ภาษีส่งออกสูง, ระบบ VAT Rebate เปลี่ยนบ่อย

-----------------------
 
Import Arbitrage (ซื้อ LME / ขาย ShFE)

ใช้ได้เมื่อราคาฝั่งจีนสูงกว่าตลาดโลกมาก
ต้องบวกภาษี 13%, Premium ท่าเรือ, ค่าขนส่ง และดอกเบี้ยคลังสินค้า
เหมาะในช่วงจีนขาดแคลนพลังงานหรือซัพพลายหายไป

-----------------------
 
⚪ Export Arbitrage (ซื้อ ShFE / ขาย LME)

ใช้ได้เมื่อราคาตลาดโลกพุ่งสูงจากซัพพลายตึงตัวหรือปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
ข้อจำกัด: จีนเก็บภาษีส่งออก 15% สำหรับ Primary Aluminum
ทางออก: ส่งออกในรูป Semi-fabricated Aluminum (เช่น แผ่น, ม้วน, เส้น) ที่ได้ VAT Rebate

-----------------------
 
Copper Arbitrage
Yangshan Copper Premium เป็นตัวชี้วัดสำคัญ → บอกความต้องการนำเข้าจริง
Arbitrage เกิดบ่อยกว่า เพราะทองแดงเป็น “Doctor Copper” ที่สะท้อนเศรษฐกิจโลก
กลยุทธ์นิยม: Import Arbitrage (ซื้อ LME → ส่งเข้าจีน) เมื่อ ShFE แข็งแรงกว่าราคาโลก

-------------------------
 
⚪ Aluminum Arbitrage
จีนเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคใหญ่ที่สุด → ราคาฝั่ง ShFE ถูกกำหนดโดยซัพพลายในประเทศ
Export Arbitrage ทำได้ผ่าน Semi-fabricated Products เพื่อเลี่ยงภาษีส่งออกและรับ VAT Rebate

--------------------------

ความเสี่ยงเฉพาะตัว:

Power Rationing → การผลิตใช้ไฟฟ้าสูง, หากจีนจำกัดไฟฟ้า ราคาฝั่ง ShFE พุ่งทันที
Trade Barriers → CBAM ของยุโรป, Section 232 ของสหรัฐฯ ทำให้ Spread พังได้ในข้ามคืน
Legging Risk → หาก ShFE ชน Limit แต่ LME ยังวิ่งต่อ จะปิดความเสี่ยงไม่ทัน

-------------------------
 
สถานการณ์ปัจจุบัน (กันยายน 2026)
LME Aluminum (3M): $3,230 – $3,260/mt

SHFE Aluminum (2610): ~24,000 RMB/mt
USD/CNY: ~6.73
Spread Parity: ต้นทุนนำเข้าจริง > 25,000 RMB → สูงกว่าราคา ShFE → Import Arbitrage Loss

 
กลยุทธ์หน้างาน

ไม่เหมาะ สำหรับ Physical Import (ซื้อโลก–ขายจีน) เพราะสเปรดติดลบชัดเจน
เหมาะ สำหรับ Financial Spread Trade (Paper Arbitrage) → เฝ้ารอจังหวะสเปรดขยายตัวสูงสุด
ทางเลือก: Reverse Arbitrage (Short LME / Long ShFE) หรือส่งออก Semi-fabricated Aluminum เพื่อเลี่ยงภาษีและรับ VAT Rebate

--------------------------
 
✨ สรุป
ทองแดง (Copper) → Arbitrage ทำได้บ่อยกว่า, ใช้ Yangshan Premium เป็นตัวชี้นำ
อะลูมิเนียม (Aluminum) → Physical Arbitrage ยากกว่า, ต้องอาศัย Semi-fabricated Export และ VAT Rebate
สถานการณ์ปัจจุบัน (ก.ย. 2026) → Import Arbitrage ขาดทุน, เหมาะกับ Paper Arbitrage และ Reverse Spread Trade โดยเฉพาะเมื่อจีนเข้าสู่ฤดูกาลดีมานด์ปลายปี

--------------------------
 
หากเปรียบเทียบให้เข้าใจง่าย:

Copper Arbitrage = เหมือน “ซื้อของจากห้างต่างประเทศแล้วขายในจีน” เพราะความต้องการสูงและราคามักต่างกันบ่อย
Aluminum Arbitrage = เหมือน “ซื้อขายของที่จีนผลิตเองเยอะ” → ทำกำไรยากกว่า ต้องหาช่องทางผ่านสินค้ากึ่งสำเร็จรูปและสิทธิประโยชน์ภาษี
 

-----------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

-------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย


บทความที่เกี่ยวข้อง
“Copper Supercycle 2026–2030: โลหะยุทธศาสตร์แห่งอนาคต ขับเคลื่อนโลกใหม่จาก EV ถึง Data Center”
สถานการณ์ราคาทองแดงโลกและไทย ปี 2026–2030 โดย SO OK TRADING | 21 กรกฎาคม 2026 ตลาดทองแดงทั่วโลกกำลังเข้าสู่ “Supercycle” รอบใหม่ — ราคาทองแดงโลก (LME) เคลื่อนไหวในกรอบสูง 11,000–13,000 ดอลลาร์/ตัน และเคยแตะระดับสูงสุด 13,943 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
21 ก.ค. 2026
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสราคาขยับขึ้น โดย SO OK TRADING
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสขยับราคาขึ้น ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็กโลก หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในปีที่ผ่านมา ความต้องการเหล็กทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัว 1.3% สู่ระดับ 1,773 ล้านตัน โดยมีอินเดียเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปฟื้นตัวจากการลงทุนในพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนจีนแม้ยังชะลอตัว แต่การลดลงเริ่มเบาลง ด้านราคาเหล็กมีแนวโน้มขยับขึ้น โดยราคาเหล็กเส้นเฉลี่ยอยู่ที่ 16,000–17,000 บาท/ตัน (450–530 USD/MT) แม้ยังมีแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินของจีนและมาตรการกีดกันทางการค้า แต่ตลาดกำลังเข้าสู่ “สมดุลใหม่” ที่มั่นคงมากขึ้น สำหรับประเทศไทย ความต้องการเหล็กมีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาคก่อสร้างและยานยนต์ แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากเหล็กราคาถูกจีนที่ครองตลาดสูงถึง 50% ผู้ประกอบการไทยจึงต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และการยกระดับมาตรฐานคุณภาพเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออกเฉพาะกลุ่ม SO OK Trading: พันธมิตรเชื่อมเหล็กไทยสู่ตลาดโลก SO OK Trading พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเหล็กไทยด้วยโซลูชันครบวงจร ตั้งแต่การเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อ ผ่านเครือข่ายคู่ค้ากว้างขวางและระบบโลจิสติกส์ราง–เรือ–ถนน ไปจนถึงการวิเคราะห์ตลาดและแนวโน้มราคา พร้อมคำแนะนำสูตรราคาอิงดัชนี เราช่วยจัดทำสัญญาซื้อขายที่ลดความผันผวน ดูแลเอกสารและมาตรฐานการส่งออก เพื่อสร้างความมั่นใจ และพัฒนาข้อเสนอเชิงเทคนิคที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าจีนที่มองหาเหล็กเฉพาะทาง SO OK Trading ไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดเหล็กระดับโลก
15 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy