แชร์

“เศษทองแดง: วัตถุดิบยุทธศาสตร์แห่งอนาคตสีเขียว ขับเคลื่อนโลก Net Zero และตลาดร้อนแรงยุค AI–EV”: SO OK TRADING: 13 SEP 2026

อัพเดทล่าสุด: 13 ก.ย. 2026
1139 ผู้เข้าชม

เศษทองแดง (Copper Scrap): ทรัพยากรยุทธศาสตร์ในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน : SO OK TRADING: 13 SEP 2026

------------------------

บทนำ

เศษทองแดง (Copper Scrap) ได้เปลี่ยนสถานะจาก “ขยะรีไซเคิล” สู่ วัตถุดิบยุทธศาสตร์ (Strategic Resource) ที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Centers เนื่องจากสามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติทางกายภาพและเคมี จึงเป็นหัวใจสำคัญของ Circular Economy และห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain)

---------------------
 
ประเภทและการจำแนกเกรดเศษทองแดง

Bare Bright Copper (ทองแดงปอกสวย): บริสุทธิ์สูงสุด ≥99% ไม่มีคราบสนิมหรือสารเคลือบ ราคาสูงที่สุด

Copper Scrap #1: บริสุทธิ์ 98–99% มักเป็นท่อทองแดงสะอาดหรือสายไฟปอก

Copper Scrap #2: บริสุทธิ์ 94–96% มีสิ่งปนเปื้อน เช่น คราบสี ตะกั่วบัดกรี หรือเศษจากมอเตอร์

Light Copper: แผ่นทองแดงบาง รางน้ำฝน เครื่องใช้ในครัวเรือน ราคาต่ำกว่าเนื่องจากสูญเสียน้ำหนักมากในการหลอม

Insulated Copper Wire: สายไฟที่ยังมีฉนวน ต้องหักค่าแรงและค่าเครื่องจักรในการคัดแยก

Brass & Bronze Scrap: โลหะผสมทองแดงกับสังกะสีหรือดีบุก

-----------------------
 
ทิศทางการใช้งานในอนาคต (2026–2030)


Carbon-Free Smelting: โรงหลอมทั่วโลกหันมาใช้เศษทองแดงแทนการถลุงแร่ใหม่ ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้ถึง 85%

อุตสาหกรรมขั้นสูง (AI, Data Centers, EV): ใช้ทองแดงรีไซเคิลบริสุทธิ์สูงในสายไฟแรงดันสูง, Busbars และชิ้นส่วน EV

Green Regulations: กฎหมายบังคับสัดส่วนทองแดงรีไซเคิล และการทำ Closed-Loop Recycling โดยแบรนด์เทคโนโลยี

-----------------------
 
Outlook และแนวโน้มตลาด

ความต้องการทั่วโลก: ปัจจุบัน ~28–34 ล้านตัน/ปี คาดแตะ ~42 ล้านตัน/ปี ภายในปี 2040 (+50%)

ราคาตลาดโลก (LME): กันยายน 2569 ราคาทองแดงพุ่งสูงสุดใหม่ 14,875 ดอลลาร์/ตัน และยังทรงตัวในระดับสูง (11,000–12,000 ดอลลาร์/ตัน คาดการณ์ปี 2026–2027)

ปัจจัยหนุน: EV, Data Centers, AI, พลังงานสะอาด และงบประมาณทางทหาร

ความเสี่ยง: ความผันผวนจากนโยบายการนำเข้า-ส่งออกของจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

-----------------------
 
ปริมาณนำเข้า-ส่งออกทองแดงของไทย

การนำเข้า: ประเทศไทยไม่มีเหมืองหรือโรงถลุงขั้นต้น ต้องพึ่งพาการนำเข้า Copper Cathode และเศษทองแดง 100%
การใช้งานในไทย: ~250,000–300,000 ตัน/ปี

เครื่องใช้ไฟฟ้าและปรับอากาศ: ~45–50%
สายไฟและเคเบิล: ~30%
ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์: ~15–20%

CAGR: อุตสาหกรรมปลายน้ำของไทยเติบโตเฉลี่ย 15.1% ต่อปี (ข้อมูลจาก LH Bank)

---------------------
 
♻️ สัดส่วนการรีไซเคิลทองแดง

ทั่วโลก: 30–35% ของความต้องการทองแดงมาจากการรีไซเคิล

ประเภทเศษ:

New Scrap (เศษจากการผลิต) ~40%
Old Scrap (เศษหลังการใช้งาน) ~60%
ยุโรป (EU): ใช้ทองแดงรีไซเคิลสูงถึง 45–50%

---------------------
 
ราคาทองแดง (LME Copper Price)

กันยายน 2569: ราคาสูงสุดใหม่ 14,875 ดอลลาร์/ตัน
ปัจจัยหนุน: การลงทุน Data Centers, AI, พลังงานสะอาด, และงบประมาณทางทหาร
ปัจจัยตึงตัว: การปิดเหมืองทองแดงในชิลีและมาตรการภาษีสหรัฐฯ

-----------------------
 
สรุป

เศษทองแดงได้กลายเป็น หัวใจของเศรษฐกิจหมุนเวียนและอุตสาหกรรมอนาคต ทั้งในระดับโลกและประเทศไทย โดยมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด, AI, Data Centers และการผลิต EV ขณะที่ประเทศไทยแม้ไม่มีเหมืองหรือโรงถลุงขั้นต้น แต่ยังคงมีความต้องการสูงและเติบโตต่อเนื่องจากการเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

----------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

-----------------------

SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย

------------------------

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทิศทางการใช้ อลูมิเนียมในอนาคต (ปี2026) , ทิศทางราคาอลูมิเนียม และ สถานะการณ์ Carbon Footprint
ทิศทางในอนาคตของอลูมิเนียมไทยมุ่งเน้น ความยั่งยืน (Sustainability) และ เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced Technology) โดยจะเน้น อลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ และ อลูมิเนียมรีไซเคิล เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนา การเคลือบผิวใหม่ๆ และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่น โครงการ Aluminium Loop เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก. แนวโน้มสำคัญ: การเติบโตในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV): รถ EV ต้องการใช้อลูมิเนียมเพิ่มขึ้นมากเพื่อลดน้ำหนัก ช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มระยะทางวิ่ง. ความต้องการอลูมิเนียมคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Aluminium): ตอบสนองมาตรการสิ่งแวดล้อมทั่วโลก (เช่น EU CBAM) โดยเฉพาะการใช้อลูมิเนียมรีไซเคิลสูง ซึ่งลดการปล่อยคาร์บอนได้มาก. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): โครงการอย่าง "Aluminium Loop" ขับเคลื่อนการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมครบวงจร เพื่อลดขยะและสร้างมูลค่า. นวัตกรรมการเคลือบผิว (Coating Innovations): การเคลือบผิวแบบใหม่ๆ เพื่อเพิ่มฟังก์ชัน เช่น ป้องกันแบคทีเรีย (Anti-microbial) ทำความสะอาดง่าย (Easy-to-clean) สร้างผิวสัมผัสใหม่. การก่อสร้างแบบสำเร็จรูปและโมดูลาร์ (Modular Construction): ใช้อลูมิเนียมมากขึ้นในการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปนอกสถานที่ เพื่อความแม่นยำและลดของเสีย. การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy): ใช้อลูมิเนียมในโครงสร้างรองรับแผงโซลาร์เซลล์ และระบบพลังงานสะอาดอื่นๆ. ความท้าทาย: ต้นทุนพลังงาน & ห่วงโซ่อุปทาน: ความผันผวนของราคาพลังงานและความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน. การแข่งขัน: ประเทศคู่แข่งเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล ทำให้ไทยต้องพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรักษาผู้นำ. โอกาส: ไทยมีศักยภาพด้านแรงงานฝีมือ และอุตสาหกรรมต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำที่ครบวงจร. การปรับตัวสู่การผลิตคาร์บอนต่ำสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะการเป็นผู้นำด้านอลูมิเนียมรีไซเคิล. สรุป: อลูมิเนียมไทยจะก้าวสู่ยุคใหม่ที่เน้น "เขียว" (Green) และ "ฉลาด" (Smart) โดยการรีไซเคิลและเทคโนโลยีจะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตและความยั่งยืน.
16 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy