แชร์

“อนาคตยานยนต์ไฟฟ้า 2026 ⚡ Non-Ferrous Metals หัวใจแห่งการขับเคลื่อนโลก — SO OK TRADING พันธมิตรโลหะสู่ยุค EV” : 9 SEP

อัพเดทล่าสุด: 9 ก.ย. 2026
133 ผู้เข้าชม

“อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปี 2026: การเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์และบทบาทโลหะ Non-Ferrous ในอนาคต” : SO OK TRADING : 9 SEP 

------------------

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปี 2026 และบทบาทของโลหะ Non-Ferrous

------------------
 
บทนำ

ปี 2026 ถือเป็น “ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน” ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากการเติบโตแบบก้าวกระโดดเข้าสู่ช่วงปรับฐาน ทั้งในระดับโลกและประเทศไทย ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดคือการแข่งขันด้านราคา การลงทุนในฐานการผลิตท้องถิ่น และแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้แร่และโลหะอุตสาหกรรม (Critical & Non-Ferrous Metals) ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากรถ EV 1 คันใช้แร่ธาตุมากกว่ารถยนต์สันดาปถึง 3–6 เท่า

------------------
 
Outlook และทิศทางอนาคต

ระดับโลก

การเปลี่ยนผ่านสู่ Mass Market: ตลาด EV กำลังขยายจากกลุ่ม Early Adopters ไปสู่ผู้ใช้ทั่วไป โดยมีรถราคาประหยัด (<25,000 ดอลลาร์สหรัฐ) และแบตเตอรี่ Solid-State เป็นตัวเร่ง

สงครามการค้าและ Localization: สหรัฐฯ และยุโรปตั้งกำแพงภาษีสูงต่อรถยนต์ไฟฟ้าจีน ทำให้ค่ายจีนต้องย้ายฐานการผลิตไปยังยุโรปตะวันออก เม็กซิโก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เทคโนโลยีใหม่: Solid-State เริ่มถูกนำมาใช้จริง ขณะที่ Hybrid และ Plug-in Hybrid กลับมาได้รับความนิยม เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จยังไม่ครอบคลุม

แรงกดดันด้านพลังงาน: EV เพิ่มภาระต่อระบบไฟฟ้าโลก หลายประเทศเร่งลงทุนในระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และสถานีชาร์จเร็ว (Ultra-fast Charging)

---------------------------

ประเทศไทย

การปรับฐานตลาด: หลังจากเติบโตแรงในปี 2023 ตลาดเริ่มชะลอตัวจากเศรษฐกิจและมาตรการสินเชื่อเข้มงวด ผู้บริโภคกังวลเรื่องราคาขายต่อ ค่าประกัน และค่าซ่อมบำรุง

การผลิตในประเทศ (CKD): ปี 2026 เป็นจุดเริ่มต้นที่ค่ายรถต้องผลิต EV ในไทยตามนโยบาย 30@30 โดยคนไทยกว่า 71% ให้ความสำคัญกับการซื้อรถที่ประกอบในประเทศ

การแข่งขันของแบรนด์จีน: BYD, MG, NETA, DEEPAL, CHERY และ JAECOO ยังคงครองตลาดไทย

คาดการณ์อนาคต (2026–2028): ยอดจดทะเบียนใหม่ BEV คาดว่าจะเฉลี่ย 125,000 คันต่อปี จากการมีฐานผลิตในประเทศและสถานีชาร์จที่ครอบคลุมมากขึ้น

---------------------------
 
สัดส่วนรถยนต์

ในไทย: รถสะสมทั้งหมด ~44 ล้านคัน โดย ICE ครอง 93–94% ส่วน BEV ~450,000 คัน (4–5%) และ HEV/PHEV ~1% แต่ในยอดขายรถใหม่ BEV+HEV+PHEV ครอง 60–67% แล้ว

ทั่วโลก: รถ EV (BEV+PHEV) มีสัดส่วน ~5% ของรถสะสมทั้งหมด แต่ในยอดขายรถใหม่ทั่วโลก EV ครอง 25% โดยจีนเป็นผู้นำตลาด

----------------------------
 
⚡ กลุ่มโลหะ Non-Ferrous และบทบาทในอุตสาหกรรม EV

ลิเธียม (Lithium): หัวใจหลักของแบตเตอรี่ NMC และ LFP ใช้เฉลี่ย 8–10 กก./คัน เผชิญ Oversupply ราคาลดลง แต่ยังเป็นโลหะเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
“พลวง–ซิลิกอน: อาวุธลับแห่งสงครามเทคโนโลยีโลก และหัวใจใหม่ของอุตสาหกรรมโลก 2026–2027 — จุดชนวนโลกเทคโนโลยีใหม่”
พลวงและซิลิกอน: หัวใจใหม่ของสงครามเทคโนโลยีโลก อุตสาหกรรมโลกกำลังเปลี่ยนทิศทาง — และประเทศไทยอยู่ในเกมนี้แล้ว ในยุคที่ “แร่” กลายเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ พลวง (Antimony) และซิลิกอน (Silicon) คือทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่กำลังเขย่าโลกเทคโนโลยี ทั้งสองแร่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรม EV, AI, Semiconductor และพลังงานทดแทน ซึ่งกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในทศวรรษหน้า
28 ก.ค. 2026
“Metal Shift 2026: จุดเปลี่ยนแห่งยุคโลหะโลก — ทองคำ–แร่เงินร่วง แต่ทองแดงรุ่ง สัญญาณใหม่ของเศรษฐกิจหลังสงคราม”: SO OK TRADING 20 JUNE
Metal Divergence 2026: เมื่อทองคำ–แร่เงินถูกกดดัน แต่ทองแดงกลับมาเด่นหลังสงครามสงบ บทความโดย SO OK TRADING | 20 มิถุนายน 2026 หลังการลงนามสันติภาพในตะวันออกกลาง ตลาดโลหะทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ — จาก “ยุคสงคราม” สู่ “ยุคเศรษฐกิจจริงและนโยบายดอกเบี้ย” โลหะมีค่าอย่าง ทองคำและแร่เงิน สูญเสียพรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม ทำให้ราคาปรับฐานลงแรง ขณะที่ ทองแดง กลับได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์จริงในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และพลังงานสะอาด บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มและการประเมินราคาจากสถาบันการเงินระดับโลก ทั้ง Goldman Sachs, J.P. Morgan, UBS, Citigroup และ TD Securities เพื่อมองเห็นภาพชัดว่า “เกมโลหะโลก” กำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างไรในปี 2026
20 มิ.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy