แชร์

“อุตสาหกรรมเหล็กไทยบนเส้นทาง Net Zero : จากเศษเหล็กสู่อนาคตสีเขียว — จุดเปลี่ยน EAF & Green Steel โดย SO OK TRADING Insight”: 11 AUG 2026

อัพเดทล่าสุด: 11 ส.ค. 2026
505 ผู้เข้าชม

Business Insight: อุตสาหกรรมเหล็กและเศษเหล็กไทย 2026 – ทางรอดสู่ Green Steel และการแข่งขันโลก : บทความโดย SO OK TRADING : 11 AUG 2026

------------------------

  1. ภาพรวมสถานการณ์
    อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ การแข่งขันจากเหล็กราคาถูกที่ทะลักเข้ามาจากจีนและประเทศอื่น ๆ ทำให้กำลังการผลิตในประเทศลดลงเหลือเพียง 28–30% จากเดิมกว่า 40% ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    จุดแข็งของไทยคือการใช้ เตาหลอมไฟฟ้า (EAF) ที่รีไซเคิลเศษเหล็กในประเทศ ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero 2050 แต่การเปลี่ยนผ่านนี้ต้องอาศัยทั้งมาตรการรัฐและการลงทุนเชิงกลยุทธ์จากภาคเอกชน

     
    2. กรอบยุทธศาสตร์ 4S – เส้นทางสู่ความยั่งยืน
    บริษัทเหล็กรายใหญ่ เช่น ทาทา สตีล (ประเทศไทย) ได้เสนอกรอบยุทธศาสตร์ 4S เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ได้แก่:

    Sustainable Production – พัฒนาเทคโนโลยี EAF และ Circular Economy
    Future-ready Standards – ยกระดับมาตรฐานเหล็กไทยให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
    Smart & Fair Competition – ผลักดันมาตรการรัฐควบคุมเหล็กนำเข้า
    Strong Local Ecosystem – สร้างเครือข่ายซัพพลายเชนและพัฒนาบุคลากร
    นี่คือการวางรากฐานเพื่อให้เหล็กไทยสามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดโลกและตลาดพรีเมียมภายในประเทศ

     
    3. โครงสร้างราคาและกำไร – ความจริงที่ต้องเผชิญ
    ราคาเหล็กเส้นสำเร็จรูป: 18.00–18.60 บาท/กก.
    ราคารับซื้อเศษเหล็กหนา: 8.50–9.50 บาท/กก.
    ส่วนต่างขั้นต้น (Gross Spread): 9.10–9.30 บาท/กก.
    แต่เมื่อหัก Yield Loss (10–12%) และต้นทุนแฝง เช่น ค่าไฟฟ้าและคาร์บอนอิเล็กโทรด กำไรสุทธิของโรงงานกลับบางเฉียบลงอย่างมาก

    บทวิเคราะห์เชิงธุรกิจ:

    หากเหล็กนำเข้ายังคงกดราคา → โรงงานไทยเสี่ยงต่อการหยุดเดินเครื่อง
    หากมาตรการ AD และ Green Steel ถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง → โรงงานไทยสามารถขยับราคาขึ้นและขยาย Spread ได้
     
    4. มิติการแข่งขันโลก
    จีน: ดีมานด์หดตัวต่อเนื่องจากวิกฤตอสังหาฯ → ส่งออกเหล็กราคาถูก
    อินเดียและอาเซียน: เติบโตโดดเด่นจากเมกะโปรเจกต์และโครงสร้างพื้นฐาน
    สหรัฐฯและยุโรป: ฟื้นตัวจำกัดแต่มีแรงหนุนจากรัฐ
    OECD เตือน: กำลังการผลิตส่วนเกินอาจทะลุ 700 ล้านตัน → กดดันราคาโลก
    บทวิเคราะห์เชิงธุรกิจ: ไทยต้องหาตำแหน่งในห่วงโซ่โลกที่ชัดเจน โดยเน้นการผลิต Green Steel และจับตลาดที่ต้องการมาตรฐานสูง เช่น โครงสร้างพื้นฐานรัฐและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

     
    5. ตลาดไทย – “ทรงตัวบนความเสี่ยง”
    มูลค่าอุตสาหกรรมก่อสร้าง: 1.41 ล้านล้านบาท
    งานภาครัฐ: โตช้า +1% ถึง +2.5% จากเมกะโปรเจกต์และ EEC
    งานเอกชน: หดตัว -1% จากอสังหาฯ ซบเซา
    ดีมานด์เหล็กทรงยาว: 6.5 ล้านตัน (+0.5% YoY) แต่โรงงานไทยไม่ได้อานิสงส์เพราะเหล็กนำเข้าทะลัก
    ภัยคุกคามใหม่: ผู้รับเหมาจีนเข้ามาตัดราคาในตลาดไทย

    กลยุทธ์รับมือ:

    บริหารสต็อกอย่างรัดกุม
    มุ่งงานโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐและโรงงานอุตสาหกรรม เช่น Data Center และคลังสินค้า
    เร่งพัฒนา Green Steel เพื่อจับตลาดพรีเมียม
     
    6. แนวโน้มราคาเหล็กเส้นปี 2569
    ม.ค.–ก.พ.: ปรับขึ้นรอบแรกแตะ 17.50–18.00 บาท/กก.
    มี.ค.–พ.ค.: ไฮซีซั่น ก่อสร้าง ดันราคาทะลุ 18.50–19.50 บาท/กก.
    มิ.ย.–ก.ค.: โลว์ซีซั่น ราคาย่อตัว
    ส.ค. (ล่าสุด): ราคาทรงตัวในกรอบแคบ

    เหล็กเส้น มอก.: 16.95–17.60 บาท/กก.
    เหล็ก EF/EAF: 18.00–18.60 บาท/กก.
    เหล็กพรีเมียม (TATA): 18.60–19.10 บาท/กก.
     
    7. บทสรุป
    อุตสาหกรรมเหล็กไทยปี 2026 เป็นปีแห่งการ ประคองตัวและปรับโครงสร้าง

    ทางรอดระยะสั้น: พึ่งพามาตรการรัฐ (AD) และบริหารสต็อกอย่างรัดกุม
    ทางรอดระยะกลาง: ปรับตัวสู่ Green Steel และยกระดับมาตรฐาน มอก.
    ทางรอดระยะยาว: สร้าง Ecosystem ที่แข็งแรง เชื่อมโยงซัพพลายเชน และจับตลาดพรีเมียม/เมกะโปรเจกต์
    ✨ ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวสู่ Green Steel ได้เร็วที่สุด จะเป็นผู้ครองตลาดในอนาคต เพราะไม่เพียงตอบโจทย์ Net Zero แต่ยังสร้างความแตกต่างเชิงคุณค่าในตลาดที่กำลังแข่งขันรุนแรง

     -------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING

---------------------------

สนใจเหล็กเส้น เหล็กก่อสร้าง CONSTRUCTION REBAR ท่านสามารถติดต่อเราได้เลยครับ

-----------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“Q2/2026: คลื่นน้ำมันโลกหักหัว — จาก Peak สู่ Stability สัญญาณใหม่ของตลาดพลังงานโลก”
น้ำมันโลก Q2/2026: จากจุดสูงสุดสู่การปรับฐาน หลังจากผ่านช่วง “รถไฟเหาะแห่งราคาพลังงานโลก” ในเดือนเมษายน–พฤษภาคม ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ที่เคยพุ่งทะยานแตะระดับ 125–132 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กำลังเริ่ม หักหัวลงและปรับฐาน เข้าสู่เดือนมิถุนายน เส้นทางเดินเรือกลับมาเปิด อุปทานจากสหรัฐฯ และประเทศนอก OPEC+ ทยอยไหลเข้าสู่ระบบ ส่งสัญญาณผ่อนคลายให้ตลาดพลังงานโลก และส่งผลดีโดยตรงต่อประเทศไทย — ราคาน้ำมันขายปลีกเริ่มลดลงทันที ⛽ เบนซินและแก๊สโซฮอล์ ลดลงราว 0.70–1.40 บาท/ลิตร
1 มิ.ย. 2026
“STR 20 พลิกเกมโลกยางพารา: พระเอกยางแท่งไทย สู่ยุคทองอุตสาหกรรม EV โลก”: SO OK TRADING: 4 JUNE 2026
STR 20 พลิกเกมโลกยางพารา: จาก “ขี้ยาง” สู่ “วัตถุดิบยุทธศาสตร์” ของอุตสาหกรรม EV
4 มิ.ย. 2026
 “พลังโลหะเปลี่ยนโลก: อลูมิเนียม ทองแดง นิกเกิล และแร่หายาก จุดชนวนแห่งนวัตกรรม ปฏิวัติรถยนต์ไฟฟ้า EV: บทความโดย SO OK TRADING 19 มีนาคม 2026
สงครามโลหะและแร่หายาก: พลังที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วย “อลูมิเนียม ทองแดง นิกเกิล และแร่หายาก” ที่กำลังกลายเป็นหัวใจของนวัตกรรม EV ทั่วโลก บทความล่าสุดจาก SO OK TRADING วิเคราะห์เจาะลึกว่า: - โลหะพื้นฐานเหล่านี้มีบทบาทอย่างไรในแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าของรถ EV - แร่หายากอย่าง Neodymium, Dysprosium, Praseodymium ช่วยให้มอเตอร์มีแรงบิดสูงและขนาดเล็กได้อย่างไร - เทรนด์โลกปี 2025–2030 จะเปลี่ยนทิศทางการใช้โลหะและแร่หายากอย่างไร - ค่ายรถยนต์ชั้นนำอย่าง Tesla, BMW, Renault, Nissan, BYD และ Toyota กำลังพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อลดการพึ่งพาแร่หายากอย่างไร
19 มี.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy