แชร์

“บาทไทยอ่อนต่อเนื่อง! วิเคราะห์แนวโน้มไตรมาส 3/2569 — SO OK TRADING จับตาทิศทางค่าเงินบาทกลางพายุเศรษฐกิจโลก”

อัพเดทล่าสุด: 24 ก.ค. 2026
1531 ผู้เข้าชม

บทวิเคราะห์สถานการณ์ค่าเงินบาท (24 กรกฎาคม 2569) พร้อม OUTLOOK : SO OK TRADING : 

---------------

ภาพรวมค่าเงินบาทวันนี้

ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.83 – 33.85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และเคลื่อนไหวในกรอบ 33.70 – 34.00 บาท/ดอลลาร์

ปิดตลาดที่ 33.81/83 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าต่อเนื่องจากแรงกดดันภายนอกประเทศ ทั้งจากเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกา และ ปัจจัยภายนอกต่างๆ

---------------

ปัจจัยหลัก: ที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท

️ ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล
⚔️ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (สหรัฐฯ พิจารณาโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่)

การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

---------------
 
⚔️ ปัจจัยกดดันเงินบาท

Oil Shock: ราคาน้ำมันสูงขึ้น → ไทยต้องใช้เงินดอลลาร์มากขึ้น → ดุลบัญชีเดินสะพัดตึงตัว  ---> เงินไหลออก

นโยบายดอกเบี้ยไทย: กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1.00% ขณะที่ Fed อยู่ที่ 3.50% – 3.75% → ส่วนต่างดอกเบี้ยกว้าง เงินทุนไหลออก

Safe-Haven Demand: นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง หันไปถือดอลลาร์ → กดดันค่าเงินบาท

---------------
 
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) และผลกระทบ

ปัจจุบัน: 101.38 – 101.45 จุด ขึ้นจากระดับ 99.00- 100.00 เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

แนวโน้ม Q3–Q4: เคลื่อนไหวในกรอบ 95.00 – 102.00 จุด

ปัจจัยหนุน US DOLLAR: วิกฤตสงคราม, มาตรการภาษีนำเข้า

ปัจจัยกดดัน US DOLLAR : ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว, เงินเฟ้อลดลง

----------------
 
ผลกระทบต่อสกุลเงินหลัก เมื่อเทียบกับ USD

THB: อ่อนค่าตาม DXY แต่มีโอกาสกลับมาแข็งค่าหากสงครามคลี่คลาย

EUR: มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากการส่งสัญญาณปรับดอกเบี้ยของ ECB

JPY: อ่อนค่าหนักจากส่วนต่างดอกเบี้ย แม้ BOJ พยายามขึ้นดอกเบี้ย

GBP: เคลื่อนไหวผันผวน แต่ยังมีแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ

CNY: มีแนวโน้มอ่อนค่าจากผลกระทบกำแพงภาษีสหรัฐฯ

-----------------
 
OUTLOOK ค่าเงินบาท (THB)

เดือนสิงหาคม 2569: คาดแกว่งตัวในกรอบ 33.70 – 34.20 บาท/ดอลลาร์ โดยยังถูกกดดันจากภาวะ Risk-Off

ไตรมาส 3/2569: คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20 – 34.40 บาท/ดอลลาร์ สะท้อนแรงกดดันจากราคาน้ำมันและเงินทุนไหลออก

ปลายปี 2569: หากสงครามคลี่คลายและดอลลาร์กลับมาอ่อนค่า มีโอกาสที่เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น

------------------

ปัจจัยประคอง (ค่าเงินบาท)

รายได้จากการท่องเที่ยว (High Season กันยายน–ธันวาคม)

เงินทุน FDI ใน Data Center และ Cloud Service

-------------------
 
OUTLOOK เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)

ระยะสั้น (Q3/2569): มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องจากบทบาท Safe-Haven และการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของ Fed → DXY อาจแตะ 103.6 จุด หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง

ระยะกลาง–ยาว (Q4/2569): หากตลาดแรงงานชะลอตัวและเงินเฟ้อลดลงต่อเนื่อง Fed อาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ย → DXY มีโอกาสอ่อนค่าลงต่ำกว่า 97 จุด

ปัจจัยเสี่ยง: มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อาจกระทบการค้าโลกและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในภูมิภาค

--------------------

 เปรียบเทียบกับ JPY/CNY: บาทแข็งค่าขึ้น → จังหวะดีในการแลกเงินหรือทำสัญญาล่วงหน้า
เปรียบเทียบกับ EUR: ยูโรมีแนวโน้มแข็งค่า → ควรทำ Hedging หรือล็อกต้นทุนล่วงหน้า
เปรียบเทียบกับ USD : ควรจับตา DXY และราคาน้ำมันเป็นตัวกำหนดทิศทางหลักของค่าเงินบาทใน Q3
 
✨ สรุป: เงินบาทยังคงอ่อนค่าตามแรงกดดันจากราคาน้ำมันและดอลลาร์ที่แข็งค่า แต่มีปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวและ FDI ที่ช่วยประคองไม่ให้หลุดกรอบรุนแรง ขณะที่ผู้ประกอบการควรใช้จังหวะนี้บริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะการทำ Hedging กับเงินยูโร และวางแผนแลกเงินเยน/หยวนล่วงหน้าเพื่อได้ต้นทุนที่คุ้มค่า ส่วนดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งแกร่งในระยะสั้นจาก Safe-Haven แต่มีความเสี่ยงอ่อนค่าลงในระยะยาวหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัว

-------------------

SO OK TRADING  : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
SO OK TRADING Insight: Bullish Momentum! เจาะลึกแนวโน้มโลหะโลก สัปดาห์แห่งการไล่ราคา (24–28 ส.ค. 2026) — โลหะเดือดทั่วโลก! สังกะสีทะลุ 3,800 ดอลลาร์ พร้อมทองแดง–อลูมิเนียม–ดีบุกพุ่งแรง ขณะที่ตะกั่ว–นิเกิลยังอ่อนแรง
โลหะนอกกลุ่มเหล็กเดือด! ตลาดโลกแตกขั้ว — โลหะพลังงานสะอาดพุ่งแรง ขณะที่โลหะดั้งเดิมยังทรงตัว Bullish Momentum! เจาะลึกแนวโน้มทองแดง อลูมิเนียม ดีบุก และสังกะสี สัปดาห์ 24–28 ส.ค. 2026 โดย SO OK TRADING | วันที่ 22 สิงหาคม 2026 ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) กำลังอยู่ในช่วง “ร้อนแรงที่สุดแห่งปี” — สังกะสีทะลุระดับ 3,800 ดอลลาร์/ตัน ขณะที่ทองแดง อลูมิเนียม และดีบุกต่างเร่งตัวขึ้นตามแรงหนุนจาก AI Data Center และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดทั่วโลก ในทางกลับกัน โลหะดั้งเดิมอย่าง ตะกั่วและนิเกิล ยังคงเคลื่อนไหวแบบ Sideways ท่ามกลางอุปทานล้นคลัง
22 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy