แชร์

SO OK TRADING Insight — Twin Crisis & Premium Shift: เจาะลึกอนาคตสินค้าเกษตรไทย 2569–2570 พลิกเกมสู่มูลค่าสูง : 7 AUG 2026

อัพเดทล่าสุด: 7 ส.ค. 2026
1290 ผู้เข้าชม

Twin Crisis & Premium Shift : Outlook การส่งออกสินค้าเกษตรไทย 2569–2570: เจาะลึกทุกมิติ : SO OK TRADING : 7 AUGUST 2026 

-----------------
 
ข้าวไทย: จากแรงกดดันสู่การพลิกเกม

ครึ่งแรกปี 2569 ไทยส่งออกข้าวได้ 3.28 ล้านตัน ลดลงกว่า 18.81% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยลบสำคัญคือ การแข่งขันด้านราคา จากอินเดียและเวียดนาม, ค่าเงินบาทแข็งค่า, และ นโยบายพึ่งพาตนเองของอินโดนีเซีย ที่ลดการนำเข้า

แต่รัฐบาลยังคงเป้าส่งออกทั้งปีที่ 7 ล้านตัน พร้อมมาตรการเชิงรุก:

เจาะตลาดใหม่: ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, แอฟริกาใต้, โมซัมบิก
เจรจา G-to-G: จีน (COFCO), สิงคโปร์
ยกระดับตลาดพรีเมียม: ข้าวหอมมะลิ, ข้าวอินทรีย์, ข้าวรักษ์โลก
ราคาข้าวเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อยที่ 11,264 บาท/ตัน จากแรงหนุนอุปสงค์สำรองสต็อกเพื่อรับมือเอลนีโญ

Outlook 2570: ไทยต้องเดินเกม “Premium Shift” อย่างจริงจัง หากทำได้จะสร้างมูลค่าเพิ่มสูง แม้ปริมาณไม่โต แต่รายได้รวมมีโอกาสฟื้นตัว

-------------------
 
ยางพารา: ดาวรุ่งจาก EV และสิ่งแวดล้อม

ปี 2569 ยางพาราไทยคาดโต 10% โดยเฉพาะยางแปรรูปขั้นกลาง เช่น ยางแท่งและน้ำยางข้น ปัจจัยบวกคือ:

EV Demand: รถยนต์ไฟฟ้าใช้ยางธรรมชาติมากขึ้น
EUDR Advantage: กฎหมายยุโรปปลอดการตัดไม้ทำลายป่า ไทยมีระบบ Traceability ที่เหนือคู่แข่ง
Synthetic Rubber Crisis: ราคายางสังเคราะห์สูงจากวิกฤตพลังงาน
ราคายางในประเทศ:

ยางแผ่นรมควันชั้น 3: 74–82 บาท/กก.
น้ำยางสด: 73–75 บาท/กก.
ยางก้อนถ้วย: 39–41 บาท/กก.

Outlook 2570: หากเศรษฐกิจโลกฟื้นเต็มที่ ราคายางมีโอกาสแตะ 100 บาท/กก. และไทยจะยิ่งได้เปรียบในตลาดยุโรป

-------------------
 
มันสำปะหลัง: วิกฤตวัตถุดิบ แต่มีดาวรุ่ง

ครึ่งแรกปี 2569 การส่งออกมันสำปะหลังทุกประเภทหดตัวถึง 51.63% เพราะโรคใบด่างและภัยแล้ง โดยเฉพาะ มันเส้น ที่จีนลดนำเข้าลงกว่า 60%

แต่ มันอัดเม็ด กลับโตสวนกระแสกว่า 30% จากความต้องการในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์โลก รัฐบาลยังบุกตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง เช่น UAE และซาอุฯ

Outlook 2570: หากเทคโนโลยี Genome Editing พัฒนาสายพันธุ์ทนโรคและทนแล้งได้จริง ไทยจะกลับมามีวัตถุดิบเพียงพอ และสามารถขยายตลาดมันอัดเม็ดต่อเนื่อง

--------------------
 
แป้งมันสำปะหลัง: ดัดแปรรุ่ง ดิบร่วง

แป้งมันดัดแปร (Modified Starch): โตต่อเนื่อง คาดปีนี้ส่งออกได้ 1.10 ล้านตัน สูงสุดในรอบ 4 ปี ไทยยังครองแชมป์โลกด้วยมาร์เก็ตแชร์กว่า 30%

แป้งมันดิบ (Native Starch): หดตัวแรงจากโรคใบด่างและการแข่งขันตัดราคาจากแป้งข้าวโพด

Outlook 2570: ตลาดแป้งดัดแปรยังโตต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและยา ขณะที่แป้งดิบจะถูกลดบทบาทลงเรื่อย ๆ

---------------------
 
บทสรุป Outlook 2569–2570 - สินค้าเกษตรไทย

ข้าว: Twin Crisis กดดัน แต่ Premium Shift คือทางรอด

ยางพารา: ดาวรุ่งจาก EV และสิ่งแวดล้อม ราคามีโอกาสแตะ 100 บาท/กก.

มันสำปะหลัง: ต้องแก้โรคใบด่าง แต่ตลาดมันอัดเม็ดและแป้งดัดแปรยังสดใส

แป้งมันดัดแปร: จุดแข็งของไทยที่ยังครองแชมป์โลก

✨ ปีนี้คือปีแห่ง “การปรับตัว” — Twin Crisis กดดันข้าวและมันสำปะหลัง แต่ Premium Shift และ EV Demand เปิดโอกาสใหม่ให้ไทยพลิกเกมการส่งออกสินค้าเกษตร

----------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK :SO OK TRADING

----------------------

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 โดย SO OK TRADING : FAST • SHARP • RELIABLE ราคาทองคำทั่วโลกปรับตัวร่วงลงแรงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายใต้แรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล และความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและเกิดแรงขายในตลาดทองคำทั่วโลก ในประเทศ ทองคำแท่ง 96.5% ปรับลดลงทันที 700 บาทในช่วงเช้า ขายออกที่ 64,600 บาท ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยบริเวณ 33.82–33.84 บาทต่อดอลลาร์ ช่วยพยุงราคาทองไทยไม่ให้ร่วงแรงเท่าตลาดโลก ⚡ ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาด ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบปี → เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ตลาดคาด Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน (โอกาส 83%) แรงขายจากจีนหลังปรับกฎการซื้อขายทองคำ → เกิด Forced Liquidation สัญญาณทางเทคนิคหลุดแนว Pivot 4,076 ดอลลาร์ → RSI อ่อนแรง
24 ก.ค. 2026
“จับตาเงินบาทอ่อนค่าใกล้จุดต่ำสุดรอบปี: เจาะกลยุทธ์รับมือและวิเคราะห์แนวโน้มเดือนตุลาคม 2569”: SO OK TRADING INSIGHT: 29 SEP
บทวิเคราะห์ค่าเงินบาท (29 กันยายน 2569 – ตุลาคม 2569) ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันนี้อ่อนค่าลงต่อเนื่อง เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.46–33.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ใกล้ระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบปี สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ ทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED ที่ตลาดคาดการณ์กว่า 70.3% ว่าจะขยับขึ้นอีก 0.25% ในเดือนตุลาคมนี้ ในขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยรวมกว่า 9,529 ล้านบาท ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องเข้าสู่โซน 33.60–33.70 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับเดือนตุลาคม แนวโน้มเงินบาทยังอยู่ในทิศทาง “ผันผวนเชิงอ่อนค่า” โดยมีกรอบคาดการณ์เฉลี่ยที่ 33.30–33.90 บาทต่อดอลลาร์ หากเฟดยังคงขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ำมันยืนเหนือระดับ 106 ดอลลาร์/บาร์เรล มีโอกาสที่เงินบาทจะทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 33.90–34.00 บาทต่อดอลลาร์
29 ก.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy