แชร์

“อุตสาหกรรมเหล็กไทย 2026–2027 : เหล็กไทยยุคใหม่ สู่อนาคตสีเขียวแห่งความยั่งยืน — จุดเปลี่ยนแห่งอนาคต โดย SO OK TRADING”

อัพเดทล่าสุด: 2 ส.ค. 2026
1430 ผู้เข้าชม

อุตสาหกรรมเหล็กไทย: ภาพรวม สถานการณ์ และการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต (2026–2027) : SO OK TRADING : 2 AUGUST 2026

------------------

ภาพรวมความต้องการและการผลิต

ประเทศไทยมีความต้องการใช้เหล็กเฉลี่ย 16.2–18.9 ล้านตันต่อปี โดยคาดว่าปี 2026–2027 จะขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 18.7–18.9 ล้านตัน สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและโครงการลงทุนภาครัฐ

------------------

กำลังการผลิตในประเทศ: อยู่ที่ราว 5.8 ล้านตัน แต่การใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 30%

การนำเข้า: ไทยต้องพึ่งพาเหล็กจากจีนและเกาหลีใต้เป็นหลัก เนื่องจากราคาต่ำกว่าและมีซัพพลายต่อเนื่อง

-------------------

⚠️ ปัญหาและความท้าทาย

การแข่งขันจากเหล็กราคาถูกนำเข้า ทำให้ผู้ผลิตไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
ต้นทุนพลังงานและค่าเงินบาทผันผวน กดดันราคาหน้าโรงงาน
มาตรฐานเข้มงวด จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อสกัดเหล็กต่ำเกณฑ์

-------------------

️ การใช้งานเหล็กตามอุตสาหกรรมหลัก

การก่อสร้าง – ใช้เหล็กทรงยาวมากที่สุด (57% ของการบริโภคทั้งหมด) โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ภาครัฐ

ยานยนต์และชิ้นส่วน – ใช้เหล็กแผ่นคุณภาพสูงสำหรับตัวถังและชิ้นส่วนประกอบ

เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ – ใช้เหล็กเคลือบผิวในตู้เย็น เครื่องซักผ้า และแอร์

เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ – ใช้ในภาคเกษตรและโรงงานอุตสาหกรรม

บรรจุภัณฑ์ – ใช้เหล็กเคลือบดีบุกและโครเมียมในการผลิตกระป๋องอาหารและเครื่องดื่ม

--------------------------

การเปลี่ยนผ่านสู่ “เหล็กกรีน” (Green Steel)

อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดย เหล็กคาร์บอนต่ำ กลายเป็นเงื่อนไขหลักในการแข่งขันระดับโลก

-------------------------

แรงผลักดัน: เหล็กกับสิ่งแวดล้อมโลก

มาตรการ CBAM ของ EU/US
เกณฑ์อาคารสีเขียว TREES
ความต้องการจากอุตสาหกรรม EV และพลังงานหมุนเวียน

-------------------------

เทคโนโลยีหลัก:

EAF (Electric Arc Furnace) – รีไซเคิลเศษเหล็ก ปล่อยคาร์บอนต่ำ

Hydrogen-based DRI/HBI – ใช้ไฮโดรเจนสีเขียว ลดคาร์บอน 70–90%

--------------------------

เศษเหล็ก: วัตถุดิบต้นน้ำที่ขาดไม่ได้

ประเทศไทยไม่มีอุตสาหกรรมถลุงแร่เหล็กต้นน้ำ จึงต้องพึ่งพา เศษเหล็กรีไซเคิล เป็นหลัก

การใช้เศษเหล็ก: เฉลี่ย 5.2–6 ล้านตัน/ปี

แหล่งที่มา:

Domestic Scrap ~4 ล้านตัน (Prompt Scrap + Obsolete Scrap)

Imported Scrap ~1.2–2 ล้านตัน

ความท้าทาย: ซัพพลายไม่พอ, การปนเปื้อนสูง, กฎระเบียบสิ่งแวดล้อมเข้มงวด

---------------------------

️ แนวโน้มเหล็กเส้นก่อสร้าง

ภาครัฐ: โครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า ทางด่วน เป็นแรงหนุนหลัก

ภาคเอกชน: อสังหาฯ และที่อยู่อาศัยยังชะลอตัว

--------------------------

ประเภทเหล็กเส้น:

เหล็กข้ออ้อย SD50 มาแรงในโครงการอาคารสูง

เหล็กเส้นกลม RB ลดบทบาท ใช้เฉพาะงานโครงสร้างเล็ก

ความยาวมาตรฐาน 10–12 เมตรยังครองตลาด

--------------------------

Outlook ตลาดเหล็กโลกและไทย

ตลาดโลก:

ดีมานด์เริ่มฟื้นตัว (2026 +0.3–0.4%, 2027 +2.2%)

อินเดียและอาเซียนเป็น Bright Spots

ความเสี่ยง: กำลังการผลิตล้นตลาดอาจแตะ 745 ล้านตันในปี 2028

-----------------------------

ตลาดไทย:

เผชิญ “4-Crisis Shock”: ต้นทุนพลังงานสูง, ค่าระวางเรือผันผวน, ขาดแคลนเศษเหล็ก, การทุ่มตลาดจากจีน

การบริโภคฟื้นตัวจำกัด แต่จำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเพื่อความอยู่รอด

-----------------------------
 
✨ บทสรุป อุตสาหกรรมเหล็กไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันราคานำเข้าและต้นทุนพลังงาน แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสสำคัญจากการเปลี่ยนผ่านสู่ เหล็กกรีน ซึ่งจะเป็นกุญแจหลักในการแข่งขันระดับโลกในอนาคต การปรับตัวเชิงโครงสร้างและการลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “เงื่อนไขแห่งการอยู่รอด” ของอุตสาหกรรมเหล็กไทย

-----------------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

------------------------------

สนใจเหล็กก่อสร้าง และ เหล็กรูปพรรณ ติดต่อ SO OK TRADING ได้เลยครับ ขอขอบคุณมาก

------------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“วิกฤติวัตถุดิบโลก : ฮอร์มุซคลี่คลาย พลิกโฉมพลังงาน — น้ำมันร่วงแรง แนฟทาคลายตัว ปุ๋ยยังแพงต่อเนื่อง”
วิกฤติวัตถุดิบโลก : จากสงครามตะวันออกกลาง สู่การฟื้นตัวของตลาดพลังงานและอุตสาหกรรม โดย SO OK TRADING | 18 เมษายน 2569 หลังจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ราคาน้ำมันและวัตถุดิบพุ่งทะยาน โลกกำลังเห็นสัญญาณการคลี่คลายและฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม — น้ำมันดิบเริ่มปรับราคาลงแรง แนฟทาเริ่มคลายตัว แม้ยังมีต้นทุนสูง และปุ๋ยเคมียังคงแพงต่อเนื่อง แต่ทิศทางโดยรวมคือการกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลที่จับต้องได้ ⛽ น้ำมัน : ราคาลดลงทันทีหลังอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ⚗️ แนฟทา : Supply เริ่มกลับมา แต่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
18 เม.ย. 2026
“อลูมิเนียมเดือดทะลุเพดานโลก ราคาสูงสุดในรอบปี – ราคาวิ่งไม่หยุดสูงสุดประวัติการณ์ ตลาดตึงตัวขั้นสุด มิถุนายน 2569”
อะลูมิเนียมเดือด! มิถุนายน 2569 – ราคาพุ่งแรงที่สุดในรอบ 4 ปี SO OK TRADING | 1 มิถุนายน 2569 เดือนนี้ตลาดอะลูมิเนียมทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะ “พุ่งทะยานรุนแรงและตึงตัวขั้นสุด” ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใน LME ดีดตัวแตะ 3,675 – 3,769 ดอลลาร์/ตัน สูงสุดตั้งแต่ปี 2565 และเพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก สงครามตะวันออกกลาง, การจำกัดส่งออกแร่โบไซต์ของกินี, จีนชนเพดานการผลิต, และ ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงกว่า 30% ขณะที่ สต็อก LME ลดต่ำสุดในรอบหลายปี ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตึงตัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน สถาบันการเงินชั้นนำต่างปรับมุมมองไปในทิศทางเดียวกันว่า ราคาจะยืนสูงต่อเนื่อง: Morgan Stanley: 3,700 – 3,800 ดอลลาร์ (หากสงครามยืดเยื้ออาจทะลุ 4,000) World Bank: 3,300 – 3,600 ดอลลาร์ (แรงหนุนจากความต้องการใน AI และ Data Center) Goldman Sachs: 3,150 – 3,500 ดอลลาร์ (ตลาดเข้าสู่ภาวะขาดดุล) SO OK TRADING: 3,500 – 3,900 ดอลลาร์ สำหรับประเทศไทย แม้ผู้ผลิตในกลุ่ม EV, โครงสร้างไฟฟ้า, โซลาร์ และบรรจุภัณฑ์ จะเจอแรงกดดันต้นทุน แต่ก็มี โอกาสทองจากราคาสcrapที่พุ่งสูง และ การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และยุโรปที่ขาดแคลนหนัก ✨ มิถุนายน 2569 คือเดือนที่ตลาดอะลูมิเนียมร้อนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี — ราคาสูงสุด, ซัพพลายขาดแคลน, และโอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการไทย SO OK TRADING พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ — FAST • SHARP • RELIABLE
1 มิ.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy