
✨ บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 – บทความโดย SO OK TRADING :
-------------------
ภาพรวมสถานการณ์
ราคาทองคำทั่วโลกและในประเทศปรับตัวร่วงลงแรงอย่างมีนัยสำคัญ
Gold Spot (ตลาดโลก): เคลื่อนไหวในกรอบ 4,026 – 4,042 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงมากกว่า 100 ดอลลาร์ในวันเดียว
ทองคำแท่งไทย (96.5%): สมาคมค้าทองคำประกาศปรับลดราคาลงทันที 700 บาทในช่วงเช้า → ราคาขายออก 64,600 บาท / รับซื้อคืน 64,400 บาท
ค่าเงินบาท: เคลื่อนไหวบริเวณ 33.82–33.84 บาทต่อดอลลาร์ แนวโน้มอ่อนค่าเล็กน้อย ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันไม่ให้ราคาทองคำไทยร่วงแรงเท่าตลาดโลก
------------------
⚡ ปัจจัยกดดันตลาด
วิกฤตพลังงานและเงินเฟ้อ: ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความตึงเครียดในทะเลแดงและการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย → เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก
ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ: ตลาดคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน (โอกาส 83%) → ดอลลาร์แข็งค่า กดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน
แรงขายจากจีน: การปรับกฎเกณฑ์การซื้อขายทองคำในจีน → เกิดการปิดสถานะและ Forced Liquidation จำนวนมาก
แรงขายทางเทคนิค: ราคาหลุดแนว Pivot 4,076 ดอลลาร์ → RSI อ่อนแรง สะท้อนแรงขายคุมตลาด
------------------
แนวรับ–แนวต้านสำคัญ
Gold Spot: แนวรับ 4,012 / 4,000 / 3,975 ดอลลาร์ | แนวต้าน 4,076 / 4,113 ดอลลาร์
ทองคำไทย: แนวรับ 64,300 – 64,200 บาท | แนวต้าน 65,100 – 65,300 บาท
-------------------
กลยุทธ์การลงทุน
นักเก็งกำไรระยะสั้น: เน้น “ขึ้นขาย–ลงซื้อ” ตามกรอบราคา หลีกเลี่ยงการไล่ราคา และตั้ง Stop Loss เคร่งครัด
นักลงทุนระยะกลาง–ยาว: แม้ราคาปรับฐานแรง แต่โครงสร้างขาขึ้นยังไม่เสียทรง การทยอยสะสมเมื่อราคาทดสอบแนวรับถือเป็นโอกาส
คำแนะนำ InterGOLD: “นั่งทับมือ รอดูทรง” รอดูราคาปิดสัปดาห์ว่าจะยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่
--------------------
แนวโน้มเดือนสิงหาคม 2569
Gold Spot: คาดแกว่งตัวในกรอบ 3,875 – 4,125 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับจิตวิทยาสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์
ทองคำไทย: แนวรับ 64,000 บาท | แนวต้าน 65,500 – 65,600 บาท
-------------------
ปัจจัยที่ต้องจับตา:
นโยบายการเงินและการส่งสัญญาณของ Fed ภายใต้ประธานใหม่ Kevin Warsh
ราคาน้ำมันและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
แรงซื้อเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลางทั่วโลก
--------------------
แนวโน้มจนถึงสิ้นปี 2569
กรอบทั่วไป: 3,800 – 4,900 ดอลลาร์/ออนซ์
กรณีเลวร้าย (Bearish): หาก Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุกและตะวันออกกลางคลี่คลาย → อาจหลุด 3,270 – 3,500 ดอลลาร์
กรณีดีที่สุด (Bullish): หากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงและดอลลาร์อ่อนค่า → มีโอกาสกลับไปยืนเหนือ 5,200 ดอลลาร์
---------------------
มุมมองสถาบันการเงินชั้นนำ
J.P. Morgan: 6,000 ดอลลาร์ (ปรับลดจาก 6,300 แต่ยังเชื่อว่าปลายปีฟื้นแรง)
Goldman Sachs: 4,900 ดอลลาร์ (ลดจาก 5,400 สะท้อนต้นทุนค่าเสียโอกาสสูงขึ้น)
HSBC: 4,560 ดอลลาร์ (แรงขายจากดอลลาร์แข็ง แต่ความเสี่ยงขาลงจำกัด)
UBS: 4,675 – 5,500 ดอลลาร์ (แรงซื้อจากธนาคารกลางจีนและอุซเบกิสถานยังหนุน)
Bank of America: 4,360 ดอลลาร์ (ลดลง 14% จาก Real Yields ที่สูง)
--------------------
ราคาทองคำไทยสิ้นปี (96.5%)
แนวรับ: 62,000 – 63,000 บาท
แนวต้าน: 67,500 – 69,000 บาท
หมายเหตุ: โอกาสกลับไปแตะ 80,000 บาทเหมือนต้นปีเป็นไปได้ยากภายใต้เงื่อนไขปัจจุบัน
---------------------
✨ สรุปภาพรวม: ราคาทองคำกำลังเผชิญแรงกดดันหนักจากดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่พุ่งสูง แต่แรงซื้อเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลางยังช่วยพยุงภาพรวมระยะยาวไม่ให้เสียทรงขาขึ้นเต็มตัว เดือนสิงหาคมคาดเคลื่อนไหวแบบ Sideways โดยมีแนวรับจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์เป็นจุดสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่สิ้นปี 2569 ตลาดยังมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบกว้าง 3,800 – 4,900 ดอลลาร์ โดยขึ้นอยู่กับทิศทางดอกเบี้ยและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวกำหนด
---------------------
SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE
SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM
FACEBOOK : SOOK TRADING
---------------------
SO OK TRADING : ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS
---------------------


