แชร์

“2026 จุดเปลี่ยนโลก: ยุคทรัมป์เขย่าระบบ — จากวอชิงตันถึงปักกิ่ง สู่สมดุลใหม่ของสองขั้วอำนาจ”

อัพเดทล่าสุด: 22 ก.ค. 2026
1932 ผู้เข้าชม

มุมมองและบทบาทของประชาคมโลก ต่อ  Donald Trump (สมัยที่ 2 – ปี 2026) 

-------------------------

  1. ภายในสหรัฐอเมริกา
    ผู้สนับสนุน (Pro-Trump)

    ฐานเสียง MAGA และนโยบาย America First ยังคงเหนียวแน่น
    กลุ่มคริสเตียนผิวขาวและอนุรักษ์นิยมมองว่าเขาปกป้องค่านิยมดั้งเดิมและเข้มงวดกับผู้อพยพ
    ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันกว่า 82% เชื่อว่าประเทศดีขึ้นภายใต้การนำของเขา
    ผู้ต่อต้าน (Anti-Trump)

    59% ของประชาชนไม่เห็นด้วยกับการทำงานของเขา และ 55% มองว่าประเทศกำลังไปผิดทาง
    เศรษฐกิจถูกมองว่าแย่ลง (61% ให้ความเห็นเชิงลบ) และโยนความรับผิดชอบให้ทรัมป์
    นโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีอิหร่าน ถูกวิจารณ์อย่างหนัก (69% ไม่ไว้วางใจ)
    ฝ่ายเดโมแครตมากกว่า 90% มองว่าเขา “อันตราย” หรือ “ทุจริต”
     
    2. มุมมองประชาคมโลก
    ภาพรวมเชิงลบ

    ความเชื่อมั่นทั่วโลกตกต่ำเป็นประวัติการณ์ เหลือเพียง 23% ที่ไว้วางใจทรัมป์
    จีนถูกมองในแง่บวกมากกว่าสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี
    ผู้นำยุโรป เช่น มาครง และแมร์ทซ์ วิจารณ์ว่าเขากำลังทำให้โลกเข้าสู่ยุค “ไร้ระเบียบ”
    พันธมิตรที่ยังสนับสนุน

    อิสราเอล, โปแลนด์, ญี่ปุ่น, อินเดีย, เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ ยังคงมองสหรัฐฯ เป็นตัวถ่วงดุลอำนาจจีน
     
    3. มุมมองเฉพาะประเทศ
    ชาวจีน

    ล้อเลียนว่าเป็น “ชวนเจี้ยนกั๋ว” (ทรัมป์ผู้สร้างชาติจีน)
    มองว่าเขากำลังช่วยกระตุ้นชาตินิยมและความสามัคคีในจีน
    แต่กังวลต่อสงครามการค้าและการกีดกันเทคโนโลยี
    ชาวรัสเซีย

    จากความหวังในอดีต กลายเป็นความระแวงและไม่ไว้วางใจ
    มองว่าเขา “คาดเดาไม่ได้และอันตราย”
    แม้ชอบที่เขาเขย่าระเบียบโลกเดิม แต่ก็กลัวผลกระทบหากระบบโลกพังทลาย
     
    4. ผลกระทบเชิงโครงสร้าง
    ด้านเศรษฐกิจโลก
    สงครามการค้าและกำแพงภาษี: ทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ต้นทุนสินค้าพุ่งสูง เกิดภาวะเงินเฟ้อในหลายภูมิภาค
    การแยกขั้วเทคโนโลยี (Tech Decoupling): สหรัฐฯ กีดกันการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน บีบให้โลกต้องแยกขั้วทางเทคโนโลยี
    ความผันผวนค่าเงินและดอกเบี้ย: การกดดัน Fed ทำให้ตลาดโลกเสี่ยงต่อความไม่แน่นอน โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีหนี้สินเป็นดอลลาร์
    ด้านความมั่นคงโลก
    NATO สั่นคลอน: การตั้งคำถามต่อมาตรา 5 ทำให้ยุโรปเริ่มสร้างศักยภาพทางทหารพึ่งพาตนเอง
    ตะวันออกกลาง: นโยบายแข็งกร้าวต่ออิหร่านเพิ่มความเสี่ยงต่อการปะทะทางทหาร
    เอเชีย-แปซิฟิก: การเผชิญหน้ากับจีนในไต้หวันและทะเลจีนใต้สร้างจุดตึงเครียดใหม่
     
    5. Outlook และบทบาทของสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก
    เศรษฐกิจโลก

    สหรัฐฯ ยังคงเป็นศูนย์กลางการเงินโลก ดอลลาร์สหรัฐยังเป็นสกุลเงินสำรองหลัก
    การดำเนินนโยบาย America First ทำให้โลกต้องปรับตัวเข้าสู่ยุค “เศรษฐกิจสองขั้ว” (Bipolar Economy) ระหว่างสหรัฐฯ และจีน
    ตลาดเกิดใหม่ต้องเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยและค่าเงินที่ผันผวน
    ความมั่นคงโลก

    บทบาทสหรัฐฯ ในการเป็น “ผู้ค้ำประกันความมั่นคง” ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
    พันธมิตรยุโรปและเอเชียเริ่มหาทางเลือกใหม่ เช่น การรวมกลุ่มทางทหารและเศรษฐกิจโดยไม่พึ่งสหรัฐฯ
    โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบพหุภาคีนิยม (Multilateralism) ไปสู่ระบบที่ใช้ “ผลประโยชน์และกำลัง” เป็นตัวต่อรอง
     
    ✦ สรุป
    Donald Trump ในสมัยที่สองถูกมองว่าเป็นผู้นำที่ เด็ดขาดแต่คาดเดาไม่ได้

    ในประเทศ: ฐานเสียงอนุรักษ์นิยมยังคงเหนียวแน่น แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการบริหาร
    ในโลก: ความเชื่อมั่นตกต่ำ พันธมิตรตะวันตกเริ่มหันหาทางเลือกใหม่
    จีนและรัสเซีย: มองเขาเป็นทั้งตัวกระตุ้นและภัยคุกคาม
    Outlook: โลกกำลังเข้าสู่ยุค “สองขั้ว” ที่สหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ค้ำประกันหลักอีกต่อไป แต่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง
“สงครามสะเทือนโลกบรรจุภัณฑ์: Supply Chain Disruption พลาสติกสะดุด อลูมิเนียมขาดแคลน – จากวิกฤติสู่โอกาสใหม่ของธุรกิจ": บทความโดย SO OK TRADING :26 มีนาคม 2026
สงครามพลิกเกมบรรจุภัณฑ์ – พลาสติกสะดุด อลูมิเนียมเริ่มขาดแคลน สงครามในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ พลาสติกขาดแคลนอย่างหนัก ขณะที่อลูมิเนียมถูกดึงเข้ามาเป็นวัสดุทดแทน จนเกิดภาวะตึงตัวทั้งสองฝั่ง บทความโดย SO OK TRADING ฉบับนี้จะพาคุณเจาะลึกผลกระทบจากสงครามต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ พร้อมแนวทางรับมือและโอกาสในการปรับตัวสู่บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลและนวัตกรรมใหม่ในปี 2569
26 มี.ค. 2026
“SO OK TRADING วิเคราะห์เจาะลึก: ดอลลาร์อ่อนแรง–เงินบาทพุ่งแรง สะท้อนทิศทางค่าเงินโลกสิงหาคม–กันยายน 2569”: 21 AUG 2026
ดอลลาร์อ่อนค่า–เงินบาทแข็งแรง: Outlook ค่าเงินโลก : SO OK TRADING : 22 AUGUST 2026 ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ตลาดเงินทั่วโลกกำลังจับตา “การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ” ซึ่งเกิดจากแรงกดดันหลายด้าน ทั้งแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ตัวเลขหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง และการโยกย้ายเงินทุนไปยังภูมิภาคที่เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วกว่าอย่างยุโรปและเอเชีย ผลลัพธ์คือ ค่าเงินบาทแข็งแรงขึ้นต่อเนื่อง แตะระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นและนักลงทุนไทยเริ่มเผชิญความเสี่ยงจาก FX Loss แม้ตลาดหุ้นต่างประเทศยังปรับตัวในเชิงบวก บทวิเคราะห์นี้จาก SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มค่าเงินโลกในช่วงสิงหาคม–กันยายน 2569 ทั้งภาพรวมของสกุลเงินหลัก (USD, EUR, GBP, JPY, CNY, SGD, AUD, KRW) และการเปรียบเทียบทิศทางนโยบายการเงินของ BOJ และ ECB ที่กำลังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดโลก พร้อมแนวทางบริหารความเสี่ยงและกลยุทธ์การลงทุนในช่วง “The September Cluster” — การประชุมธนาคารกลางใหญ่ 3 แห่ง (ECB, Fed, BoE) ที่จะกำหนดทิศทางค่าเงินโลกในไตรมาสสุดท้ายของปี
22 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy