แชร์

์NON FERROUS METAL “โลหะนอกกลุ่มเหล็ก 2026–2027: ศึกเดือดกลางสมรภูมิโลก ฝ่าวิกฤตสงคราม–พลังงาน–ซัพพลายใหม่”:SO OK TRADING: 30 JUNE 2026

อัพเดทล่าสุด: 30 มิ.ย. 2026
3645 ผู้เข้าชม

Outlook โลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) 2026–2027
ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็กกำลังอยู่ในช่วง ผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ราคาหน้ากระดาน LME ขยับขึ้นลงตามแรงกดดันจากสงคราม ภาษีการค้า และเงินทุนเก็งกำไร ทำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบ

 
ราคาล่าสุด (มิ.ย. 2026 – LME Official Price)
ทองแดง (Copper): $13,286/ตัน
อะลูมิเนียม (Aluminium): $3,162/ตัน
สังกะสี (Zinc): $3,459/ตัน
นิกเกิล (Nickel): $16,550/ตัน
ตะกั่ว (Lead): $1,878/ตัน
ดีบุก (Tin): $50,275/ตัน
 
NON FERROUS Metal Outlook 2026–2027: ฝ่าวิกฤตสงครามและซัพพลายใหม่” รายโลหะ (๋JULY 2026–2027): บทความโดย SO OK TRADING: 30 JUNE 2026 

------------

ทองแดง (Copper)

กรกฎาคม–Q3/2026: เคลื่อนไหวในกรอบสูง $12,000–$13,400 ต่อตัน ถูกพยุงด้วยแรงเก็งกำไรและการลงทุนใน AI Data Centers และโครงข่ายไฟฟ้า

ปี 2027: มีแนวโน้มปรับฐานลงสู่ $11,000–$11,500 ต่อตัน หากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ชัดเจนและซัพพลายโลกยังล้นตลาด

ปัจจัยหนุน: พลังงานสะอาด, โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า, AI

ปัจจัยกดดัน: กำแพงภาษีสหรัฐฯ และสต็อกโลกส่วนเกิน

--------------
 
⚪ อะลูมิเนียม (Aluminium)

กรกฎาคม–Q3/2026: ทรงตัวในระดับสูง $3,100–$3,400 ต่อตัน ได้แรงหนุนจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงและสต็อก LME ลดลง

ปี 2027: คาดปรับฐานลงสู่ $3,000/ตัน จากซัพพลายใหม่ในอินโดนีเซียและการคลายข้อจำกัดการผลิตในจีน

ปัจจัยหนุน: ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์, ต้นทุนพลังงานสูง

ปัจจัยกดดัน: กำลังการผลิตใหม่จากอินโดนีเซีย

---------------
 
⚫ สังกะสี (Zinc)

กรกฎาคม 2026: ราคาทรงตัว $3,400–$3,500 ต่อตัน

Q3/2026: เริ่มย่อตัวลงสู่ $3,100–$3,200 ต่อตัน จากเหมืองใหม่ทั่วโลก

ปี 2027: ทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่องจากภาวะซัพพลายส่วนเกิน

ปัจจัยกดดัน: เหมืองใหม่ 5 แห่งทั่วโลก (รัสเซีย, คองโก, จีน ฯลฯ)

----------------
 
⚫ ตะกั่ว (Lead)

กรกฎาคม–Q3/2026: เคลื่อนไหวในกรอบแคบ $1,850–$1,950 ต่อตัน

ปี 2027: แนวโน้มลดลงต่อเนื่องตามการเปลี่ยนผ่านสู่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

ปัจจัยกดดัน: EV ลดการใช้แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด, สต็อกโลกสูงสุดตั้งแต่ปี 2012

-----------------
 
พลวง (Antimony)

กรกฎาคม–Q3/2026: อยู่ในช่วงปรับฐานต่อเนื่อง หลังจากราคาพุ่งทำสถิติสูงสุดในปี 2025

ปี 2027: คาดทรงตัวในฐานราคาใหม่ เนื่องจากซัพพลายจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการผ่อนคลายมาตรการส่งออกของจีน

ปัจจัยกดดัน: โรงถลุงใหม่, ผู้ซื้อชะลอการสั่งซื้อ

------------------
 
นิกเกิล (Nickel) & ดีบุก (Tin)

นิกเกิล: ราคายังทรงตัวสูงกว่า $16,000 ต่อตัน ได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ EV และสแตนเลส แต่เสี่ยงต่อแรงกดดันจากซัพพลายอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้น

ดีบุก: เคลื่อนไหวเหนือ $50,000 ต่อตัน จากความต้องการในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ คาดว่าราคาจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง

------------------
 
⚡ ปัจจัยมหภาคที่เขย่าตลาด

สงครามในตะวันออกกลาง (อิหร่าน): ดันต้นทุนพลังงานและค่าระวางเรือสูงขึ้น

มาตรการภาษีสหรัฐฯ (Section 232/301): ทำให้ตลาดผันผวนจากข่าวลือและการกักตุนสต็อกเชิงกลยุทธ์

นโยบายการเงินโลก: Fed คงดอกเบี้ยสูง กดดันการฟื้นตัวของภาคการผลิต

----------------------

ปี 2026–2027 ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็กถูกขับเคลื่อนด้วย สงคราม ภาษี และเงินทุนเก็งกำไร มากกว่าปัจจัยอุปสงค์จริง การบริหารต้นทุนด้วยการ ล็อกราคาเมื่อมีคำสั่งซื้อ และการซื้อแบบ Hand-to-Mouth จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความคล่องตัวให้ผู้ประกอบการไทย

ทองแดง & อะลูมิเนียม: เน้นทำ Forward Contract / Hedging เมื่อมีออเดอร์จริง หลีกเลี่ยงการไล่ราคาตอนพุ่งแรง

สังกะสี & ตะกั่ว: ซื้อแบบ Hand-to-Mouth เท่าที่ใช้ ลดความเสี่ยงจากราคาปรับฐาน

พลวง: ไม่ควรกักตุนยาว เพราะซัพพลายใหม่กำลังทยอยเข้าสู่ตลาด

นิกเกิล & ดีบุก: ควรจับตาความต้องการจาก EV และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยังเป็นแรงหนุนสำคัญ
 
-----------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

----------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
SO OK INSIGHT | บาทแข็ง–ทองคำพุ่ง: ศึกชี้ชะตาก่อนพายุ Jackson Hole จุดเปลี่ยนของค่าเงิน–ทองคำ–ดอลลาร์โลก : 17 AUG 2026
บาทแข็ง–ทองคำพุ่ง: เกมชักเย่อก่อนพายุ Jackson Hole สัปดาห์นี้ (17–21 สิงหาคม 2569) ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาการประชุม Jackson Hole Economic Symposium ที่จะเป็นเวทีสำคัญในการส่งสัญญาณนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ซึ่งอาจพลิกทิศทางค่าเงินและราคาทองคำทั่วโลก ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.90–33.40 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากแรงหนุนของดอลลาร์ที่อ่อนตัวและแรงขายทำกำไรในทองคำ ขณะที่ราคาทองคำโลกยังทรงตัวในระดับสูงกว่า 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
17 ส.ค. 2026
“จับตาตลาดโลก Risk-Off – บาทแข็งทะลุ 33, เยน Safe Haven เด่น, ดอลลาร์อ่อนแรง สัปดาห์แห่งความผันผวน”: SO OK TRADING: 10 AUG 2026
ตลาดโลก Risk-Off – เงินบาทแข็ง, เยนเด่น, ดอลลาร์อ่อน 10–14 ส.ค. 2569 : Outlook ค่าเงินสัปดาห์แห่งความผันผวน บทความโดย SO OK TRADING สัปดาห์นี้ตลาดโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-Off อย่างเต็มรูปแบบ หลังตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด ส่งผลให้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าแรง และกระตุ้นแรงซื้อเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง เยนญี่ปุ่นและทองคำ ขณะที่ เงินบาทแข็งค่าทะลุระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ ทำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนทิศ นักลงทุนลดความเสี่ยงในหุ้นเทคโนโลยีและหันมาถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ส่วนตลาดหุ้นไทยยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและส่งออกยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวระดับสูง ในบทความนี้ SO OK TRADING ได้รวบรวม ภาพรวมค่าเงินหลักทั่วโลก (USD, EUR, GBP, JPY, CNY, AUD) พร้อมแนวโน้มและกลยุทธ์สำหรับผู้นำเข้า–ส่งออก รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการปรับพอร์ตให้เหมาะกับสภาวะตลาดโลกที่ผันผวนสูงในช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE
10 ส.ค. 2026
“Copper Supercycle 2026–2030: โลหะยุทธศาสตร์แห่งอนาคต ขับเคลื่อนโลกใหม่จาก EV ถึง Data Center”
สถานการณ์ราคาทองแดงโลกและไทย ปี 2026–2030 โดย SO OK TRADING | 21 กรกฎาคม 2026 ตลาดทองแดงทั่วโลกกำลังเข้าสู่ “Supercycle” รอบใหม่ — ราคาทองแดงโลก (LME) เคลื่อนไหวในกรอบสูง 11,000–13,000 ดอลลาร์/ตัน และเคยแตะระดับสูงสุด 13,943 ดอลลาร์/ตัน ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
21 ก.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy