แชร์

“SO OK TRADING วิเคราะห์เกมเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2569: บาทอ่อน–หุ้นไทยแกว่ง แต่โอกาสยังมี” :26 JUNE 2026

อัพเดทล่าสุด: 26 มิ.ย. 2026
96 ผู้เข้าชม

“เงินบาทอ่อน–หุ้นไทยแกว่งตัว: กครึ่งปีหลัง 2569” : SO OK TRADING : 26 JUNE 2026

---------------
 
ค่าเงินบาท: อ่อนค่าต่อเนื่อง เทียบสกุลหลักโลก เงินบาทเปิดตลาดวันที่ 26 มิ.ย. 2569 ที่ 33.39 – 33.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากแรงกดดันเงินทุนไหลออกและดัชนีดอลลาร์แข็งค่า โดยมีกรอบเคลื่อนไหวสำคัญ: 

---------------

แนวรับ: 33.30 บาท/ดอลลาร์
แนวต้าน: 33.60 บาท/ดอลลาร์

---------------

บทวิเคราะห์เชิงลึก: เงินบาท vs ดอลลาร์สหรัฐ (USD)

แรงกดดันจาก Fed: ตลาดคาดว่า Fed อาจคงดอกเบี้ยสูงยาวนาน หรือปรับขึ้นอีก → ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง

US Treasury Yields: Bond Yield สหรัฐฯ ปรับขึ้น หนุนให้เงินไหลกลับไปหาสินทรัพย์ดอลลาร์

เศรษฐกิจไทยโตต่ำ: GDP ปี 2569 คาดโตเพียง 2.3% + หนี้ครัวเรือนสูง → ขาดแรงดึงดูดเงินทุน

ทองคำหนุนบาทลดลง: ราคาทองคำมีแรงส่งจำกัด ทำให้แรงซื้อขายทองคำที่เคยช่วยหนุนค่าเงินบาทลดลง

--------------

ค่าเงินบาทเทียบสกุลหลักโลก:

EUR: 37.65 – 38.15 บาท/ยูโร → บาทอ่อนค่าเพิ่มขึ้น เพราะ ECB ชะลอการลดดอกเบี้ย

GBP: 43.70 – 44.10 บาท/ปอนด์ → บาทอ่อนค่าต่อเนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ย

JPY: 0.2045 – 0.2085 บาท/เยน (≈484 เยน/100 บาท) → บาทอ่อนค่าเพราะ BOJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย

CNY: 4.85 บาท/หยวน → บาททรงตัวถึงอ่อนเล็กน้อย

SGD: บาทอ่อนค่าต่อเนื่อง เพราะ MAS ใช้นโยบายคุมเงินเฟ้อ

INR: บาทมีโอกาสทรงตัวหรือแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

------------------

ผลกระทบ ค่าเงินบาท : (อ่อนค่า)

ผู้ส่งออก: ได้อานิสงส์บวก รายได้ดอลลาร์แปลงกลับเป็นบาทสูงขึ้น

ผู้นำเข้า/นักท่องเที่ยวไทย: ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายต่างประเทศแพงขึ้น

------------------

กลยุทธ์รับมือค่าเงิน เพื่อรับมือกับความผันผวน (นำเข้า - ส่งออก)

ใช้ Hedging (FX Forward/Options)

เปิดบัญชี FCD รอใช้จ่ายนำเข้า (Foreign Currency Deposit) 

เจรจาใช้ Local Currency กับคู่ค้าในเอเชีย

----------------------
 
ตลาดหุ้นไทย (SET Index): ภาพสั้นและยาว

ระยะสั้น (มิถุนายน 2569):

กรอบเคลื่อนไหว 1,530 – 1,620 จุด
แนวรับ: 1,530 – 1,550 จุด → Buy on Dips
แนวต้าน: 1,590 – 1,620 จุด → Take Profit

-------------------

แรงหนุน:

หุ้นบิ๊กแคป DELTA พุ่งแรงรับกระแส AI และ Data Center
มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เช่น “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” หนุนกลุ่มโรงแรม/การบิน
นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1,700 ล้านบาท

------------------
แรงกดดัน:

ตลาดหุ้นโลกผันผวน (นิกเกอิ, คอสปี)
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจกดดันดอกเบี้ยสูงยาวนาน
หุ้นบางกลุ่ม (TRUE) เจอแรงขายหนัก

------------------
 
ประเมินตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) ระยะยาว (สิ้นปี 2569):

Base Case: 1,475 – 1,550 จุด (P/E 15.7 – 16 เท่า)

Best Case: 1,570 – 1,600 จุด (หากมาตรการกระตุ้น 4 แสนล้านบาทเบิกจ่ายเต็ม และ EPS ตลาดแตะ 100 บาท/หุ้น)

------------------

Drivers หลัก:

EPS Re-rating ขึ้นสู่ 96 – 97 บาท/หุ้น
วัฏจักรเทคโนโลยี–Data Center หนุนกลุ่มไฟฟ้า/นิคมอุตสาหกรรม/อิเล็กทรอนิกส์
นโยบายการเงินคงดอกเบี้ยต่ำ + มาตรการรัฐกระตุ้นท่องเที่ยว

------------------

Downside Risks:

เศรษฐกิจโลกชะลอ, การส่งออกบางภาคส่วนถูกกดดัน
เงินทุนต่างชาติยังมีโอกาสไหลออก

------------------
 
⚡ กลยุทธ์การลงทุนแบบสองสนาม (ค่าเงินบาท และ ตลาดหุ้น)

ค่าเงิน: ผู้ส่งออกได้เปรียบ แต่ผู้นำเข้าต้องรีบป้องกันความเสี่ยง
หุ้น: Buy on Dips ใกล้แนวรับ, Take Profit เมื่อเข้าโซน Overbought
หุ้นเด่น: Domestic Value Play, เทคโนโลยี, Data Center, กลุ่มส่งออก, โรงแรม/การบิน

------------------
 
ครึ่งปีหลัง 2569  ค่าเงิน ที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและสกุลหลักอื่น ๆ และ ตลาดหุ้นไทย ที่แกว่งตัวในกรอบชัดเจน นักลงทุนที่วางแผนเชิงกลยุทธ์ทั้งสองด้านจะสามารถ ลดความเสี่ยงและคว้าโอกาส ได้พร้อมกัน

------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทะลุแนวต้าน: ทองคำแตะ 5,000 ดอลลาร์ และมุมมองตลาดโลก
ราคาทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สร้างแรงสั่นสะเทือนทั่วโลก แรงหนุนจากการคาดการณ์ลดดอกเบี้ย เศรษฐกิจผันผวน และการเข้าซื้อทองคำต่อเนื่องของธนาคารกลาง ทำให้ทองคำเข้าสู่ วัฏจักรขาขึ้นครั้งใหญ่ นี่คือสรุปภาพรวมแนวโน้มราคา การคาดการณ์จากสถาบันการเงินชั้นนำ และกลยุทธ์การลงทุนที่ SO OK TRADING แนะนำ เพื่อให้คุณพร้อมรับมือกับตลาดทองคำที่กำลังร้อนแรงที่สุดในรอบหลายปี
12 ก.พ. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy