แชร์

“สมรภูมิแห่งโลหะเดือด! Non‑Ferrous Metals มิถุนายน 2026 :จับตาสัญญาณฟื้นตัวหลังพายุราคาพฤษภาคม – ทองแดง‑อะลูมิเนียมกำลังสร้างฐานใหม่แห่งปี 2026”

อัพเดทล่าสุด: 7 มิ.ย. 2026
5243 ผู้เข้าชม

ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) เดือนมิถุนายน 2026 : บทความโดย SO OK TRADING : 7 JUNE 2026 

---------------------

ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (LME) เดือนมิถุนายน 2026 กำลังเป็น “สมรภูมิแห่งความผันผวน” ที่สะท้อนทั้งแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ราคาทองแดงและอะลูมิเนียมที่เคยพุ่งทะยานสูงสุดในรอบหลายปี กลับปรับฐานร่วงแรงช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ก่อนจะเริ่มสร้างฐานใหม่ในต้นเดือนมิถุนายน ขณะที่โลหะอื่น ๆ อย่างตะกั่ว ดีบุก นิกเกิล และสังกะสีก็มีทิศทางเฉพาะตัวที่น่าจับตา

---------------------
 
ภาพรวมราคาล่าสุด (5 มิ.ย. 2026)

Copper (ทองแดง): $13,500 ต่อตัน

Aluminium (อะลูมิเนียม): $3,598 ต่อตัน

Nickel (นิกเกิล): $18,505 ต่อตัน

Zinc (สังกะสี): $3,526 ต่อตัน

Tin (ดีบุก): $55,394 ต่อตัน

Lead (ตะกั่ว): $2,006 ต่อตัน

--------------------

“Copper & Aluminium: ภาพรวมตลาดยังเกิดภาวะ Backwardation… แสดงถึงความต้องการใช้สินค้าในตลาดส่งมอบทันทีที่ยังคงตึงตัว”
 
ทำไมทองแดงและอะลูมิเนียมถึงร่วงแรง?

Demand Destruction: ราคาทองแดงแตะเกือบ $14,000 ทำให้ผู้ซื้อจริงชะลอการสั่งซื้อ

Funds Long Liquidation: กองทุนเก็งกำไรเทขายล็อกกำไรเมื่อเศรษฐกิจจีนชะลอตัว

Inventory Management: การยกเลิกใบสำคัญรับสินค้าในคลัง LME สะท้อนการปรับสมดุลซัพพลาย

ผลลัพธ์คือการ “ปรับฐานเพื่อลดความร้อนแรง” มากกว่าจะเป็นขาลงถาวร

--------------------
 
แนวโน้มสัปดาห์ 8–12 มิ.ย. 2026 : ราคา NON FERROUS

Copper: Sideways Down ในกรอบ $13,400 – $13,700

Aluminium: Bullish Bias / High Volatility $3,400 – $3,650

Lead: Gradual Recovery $1,980 – $2,040

Nickel & Zinc: Sideways to Weak or stable

--------------------
 
ประเมินสถานการณ์ในอนาคต (ครึ่งหลังปี 2026) - NON FERROUS PRODUCT

Copper (ทองแดง): คาดว่าจะสร้างฐานในกรอบ $13,200 – $13,900 ในไตรมาส 3 ก่อนมีโอกาสทดสอบแนวต้านสำคัญปลายปี

แรงหนุน: ความต้องการจากอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด, AI และ Data Center
ความเสี่ยง: หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว อาจเห็นราคาลงไปทดสอบ $12,800 ชั่วคราว


Aluminium (อะลูมิเนียม): คาดว่าจะยืนระดับสูงต่อเนื่องในกรอบ $3,450 – $3,750

แรงหนุน: ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์, ช่องแคบฮอร์มุซ, มาตรการควบคุมการส่งออกแร่โบไซต์จากกินี
ความเสี่ยง: หากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายเร็วกว่าคาด อาจเกิดแรงเทขายทางเทคนิค


Lead (ตะกั่ว): มีโอกาสฟื้นตัวจากแรงหนุนใหม่ในตลาดแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดสำหรับ Data Center และระบบพลังงานสะอาด

คาดว่าราคาจะพยายามยืนเหนือ $2,000 อย่างมั่นคง


Tin (ดีบุก): ราคายังคงสูงและมีแนวโน้มทรงตัวเหนือ $50,000 จากความต้องการในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
 
⚠️ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา
CPI และเงินเฟ้อสหรัฐฯ/ยุโรป → หากดอลลาร์แข็งค่า ราคาจะถูกกดดันทันที
Physical Premium ในเอเชีย → ผู้ซื้อจีนและอาเซียนจะยอมรับราคาปัจจุบันหรือไม่
ซัพพลายจากเหมืองและเส้นทางเดินเรือ → ความไม่แน่นอนยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ
 
--------------------

ฝ่ายจัดซื้อ: Aluminium และ Lead ควรทยอยปิดความเสี่ยงหรือจองสิทธิ์ราคาเมื่อมีจังหวะอ่อนตัว
นักลงทุนระยะสั้น: Copper ควรรอสร้างฐานราคาที่มั่นคงก่อนเข้าซื้อใหม่

ธุรกิจอุตสาหกรรม: ใช้โอกาสราคาร่วงเข้าซื้อสัญญาระยะยาว และจับตาตลาด Scrap ที่ราคาลดลงตาม

--------------------
 
สรุปเชิงการตลาด - NON FERROUS 

ตลาดโลหะนอกกลุ่มเหล็กกำลังเข้าสู่ “โซนสร้างฐานใหม่” หลังการปรับฐานแรงในเดือนพฤษภาคม โดยมีโอกาสฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 2026 หากปัจจัยเศรษฐกิจโลกเอื้ออำนวย สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน การวางแผนเชิงรุกและการบริหารความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด จะเป็นกุญแจสำคัญในการคว้าโอกาสจากความผันผวนที่เกิดขึ้น

--------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING

-------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
“Q2/2026: คลื่นน้ำมันโลกหักหัว — จาก Peak สู่ Stability สัญญาณใหม่ของตลาดพลังงานโลก”
น้ำมันโลก Q2/2026: จากจุดสูงสุดสู่การปรับฐาน หลังจากผ่านช่วง “รถไฟเหาะแห่งราคาพลังงานโลก” ในเดือนเมษายน–พฤษภาคม ราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ที่เคยพุ่งทะยานแตะระดับ 125–132 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กำลังเริ่ม หักหัวลงและปรับฐาน เข้าสู่เดือนมิถุนายน เส้นทางเดินเรือกลับมาเปิด อุปทานจากสหรัฐฯ และประเทศนอก OPEC+ ทยอยไหลเข้าสู่ระบบ ส่งสัญญาณผ่อนคลายให้ตลาดพลังงานโลก และส่งผลดีโดยตรงต่อประเทศไทย — ราคาน้ำมันขายปลีกเริ่มลดลงทันที ⛽ เบนซินและแก๊สโซฮอล์ ลดลงราว 0.70–1.40 บาท/ลิตร
1 มิ.ย. 2026
เกร็ดความรู้ ซิลิคอน by SO OK
ซิลิคอน (Silicon) คือธาตุสารกึ่งตัวนำสำคัญที่พบมากบนเปลือกโลก (ในรูปซิลิกา) ใช้ทำชิปอิเล็กทรอนิกส์, แผงโซลาร์เซลล์, แก้ว, เซรามิก, และผสมโลหะ; ส่วน ซิลิโคน (Silicone) คือพอลิเมอร์ที่ใช้ทำกาวอุดรอยรั่ว, สารหล่อลื่น, เครื่องสำอาง, ยา, และอุปกรณ์การแพทย์ คุณสมบัติเด่นคือทนความร้อน, ทนสารเคมี, เป็นฉนวนไฟฟ้า, ยืดหยุ่น, และกันน้ำ แม้ชื่อคล้ายกัน แต่คือคนละอย่าง. เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ซิลิคอน (Silicon - Si) (ธาตุ) ธาตุสำคัญ: เป็นธาตุที่พบมากเป็นอันดับสองในเปลือกโลก (รองจากออกซิเจน) มักอยู่ในรูปซิลิก้า (Silicon Dioxide - SiO2) เช่น ทราย, ควอตซ์. หัวใจอิเล็กทรอนิกส์: ซิลิคอนบริสุทธิ์พิเศษ (Doped Silicon) เป็นหัวใจของวงจรรวม (IC) และเซมิคอนดักเตอร์ในคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน, และแผงโซลาร์เซลล์. โลหะผสม: ผสมกับอะลูมิเนียมเพื่อทำชิ้นส่วนรถยนต์ และผสมเหล็กเพื่อทำเหล็กกล้า. เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ซิลิโคน (Silicone - พอลิเมอร์สังเคราะห์) คุณสมบัติมหัศจรรย์: ทนร้อน/เย็นจัด, กันน้ำ, ยืดหยุ่น, เป็นฉนวนไฟฟ้า, ทนสารเคมี, ไม่ติดไฟ. งานก่อสร้าง: กาวซิลิโคนใช้อุดรอยต่อกระจก, หน้าต่าง, หลังคา, ป้องกันน้ำรั่วซึม. เครื่องสำอาง: ทำให้ผลิตภัณฑ์เกลี่ยง่าย, เงางาม, ติดทนนาน (เช่น ลิปสติก), นุ่มลื่น (เช่น แชมพู). ทางการแพทย์: ใช้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์, และซิลิโคนเจลสำหรับแผลเป็น. ระวังโรคปอด: การสูดดมฝุ่นผงซิลิก้า (ซิลิคอนไดออกไซด์) เป็นเวลานานในงานก่อสร้าง (เช่น โม่หิน) อาจทำให้เป็นโรคปอดฝุ่นหิน (Silicosis) ได้. ข้อแตกต่างที่สำคัญ ซิลิคอน (Silicon - Si): ธาตุโลหะ (สารกึ่งตัวนำ). ซิลิโคน (Silicone): สารประกอบพอลิเมอร์สังเคราะห์ที่มาจากซิลิคอน (มีออกซิเจนและคาร์บอน) มีความยืดหยุ่นและใช้งานหลากหลายกว่า.
11 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy