“Energy Pulse 2569: แนฟทาเริ่มฟื้น – สัญญาณบวกจากวิกฤตพลังงานโลก สู่สมดุลใหม่ของตลาด” : บทความโดย SO OK TRADING : 18 MAY 2026

วิกฤตแนฟทา 2569 – : Update สถานการณ์ 18 พฤษภาคม 2569 : - Positive - SO OK TRADING
---------------
ภาพรวมสถานการณ์
ตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางปะทุขึ้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดพลังงานโลกก็สั่นสะเทือนทันที ราคาน้ำมันดิบทะยานทะลุ 150 ดอลลาร์/บาร์เรล และผลักดันราคาแนฟทาในเอเชียขึ้นเกือบ สองเท่า ก่อนจะเริ่มย่อตัวลงมาอยู่ที่ 897 ดอลลาร์/ตัน ในกลางเดือนพฤษภาคม แต่ยังสูงกว่าปีก่อนถึง 62.54%
สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่แค่ราคา แต่คือ “ความเฉื่อย” ของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Lag) ที่ทำให้แม้ราคาจะลดลง แต่การส่งมอบจริงยังล่าช้า 15–20 วัน และท่าเรือแออัดจากการแย่งคิวขนส่ง จาก ตะวันออกกลาง
----------------
ผลกระทบต่อไทย
SCGC ประกาศ Force Majeure: โรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) ต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราวเพราะขาดแนฟทาและโพรเพน
สต๊อกตึงตัว: แม้มีเรือขนส่งล็อตแรก 55,000 ตันฝ่าวิกฤตมาถึง แต่ยังไม่พอรองรับความต้องการ
เม็ดพลาสติกพุ่งแรง: ราคาขึ้น 70–100% กระทบผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และ downstream industries
IPA ขาดแคลนหนัก: ไทยนำเข้า 100% ของสาร IPA ซึ่งเป็นตัวทำละลายหลักในอุตสาหกรรมพิมพ์บรรจุภัณฑ์ ทำให้ผู้ผลิตรายย่อยเจอวิกฤตซ้ำซ้อน
กลยุทธ์ใหม่: PTTGC และ SCGC เร่งศึกษาตั้งบริษัทร่วมทุนโอเลฟินส์–โพลีโอเลฟินส์ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและลดต้นทุน คาดชัดเจนปลายไตรมาส 3/2569
------------------
กรณีศึกษาญี่ปุ่น
บรรจุภัณฑ์วิกฤต: ขาดแคลนตัวทำละลายและเรซิน ทำให้หมึกพิมพ์หายาก
Calbee ปรับตัว: ลดสีบนบรรจุภัณฑ์ 14 รายการเหลือเพียงขาว-ดำ เริ่ม 25 พฤษภาคม 2569
ดีไซน์เรียบง่ายมาแรง: ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มหันมาใช้แพ็กเกจ minimal เพื่อลดต้นทุนและสื่อสารความจริงใจต่อผู้บริโภค
-------------------
การปรับตัวระดับภูมิภาค
เกาหลีใต้: LG Chem ฝ่าคว่ำบาตร ซื้อแนฟทาจากรัสเซีย 27,000 ตัน เพื่อยืดอายุการผลิต
ญี่ปุ่น: รัฐบาลเร่งกระจายความเสี่ยง หันนำเข้าแนฟทาจากสหรัฐฯ
ไทย: ดีลใหญ่ PTTGC–SCGC เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในตลาดโลก
-------------------
สัญญาณฟื้นตัว
ราคาซื้อขายแนฟทาลดลงจากจุดสูงสุด 1,020 → 897 ดอลลาร์/ตัน
Spread ฟื้นตัว:
Ethylene-Naphtha ขยับขึ้น 250–280 ดอลลาร์/ตัน (ยังต่ำกว่าระดับ Healthy 300–350)
Propylene-Naphtha ฟื้นตัวเด่นที่ 310–330 ดอลลาร์/ตัน
เม็ดพลาสติกยังแพง:
HDPE: 1,150–1,180 ดอลลาร์/ตัน
LDPE: 1,220–1,260 ดอลลาร์/ตัน
PP: 1,200–1,230 ดอลลาร์/ตัน
------------------
แนวโน้มถัดไป
หากสงครามไม่ปะทุซ้ำ วิกฤตขาดแคลนแนฟทาและเม็ดพลาสติกจะเริ่มคลี่คลายใน ปลายมิถุนายน – ต้นกรกฎาคม 2569
โดย Spread ที่ฟื้นตัวจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีไทย เช่น PTTGC, SCC, IRPC
-----------------
Key Takeaway สำหรับนักการตลาด
วิกฤต = โอกาส: การปรับตัวของแบรนด์ญี่ปุ่นชี้ให้เห็นว่า “ดีไซน์เรียบง่าย” สามารถกลายเป็นเทรนด์ใหม่
การร่วมทุนและการหาซัพพลายจากแหล่งใหม่คือกุญแจสู่การอยู่รอด นอกเหนือไปจาก การพึ่งพึงวัตถุดิบแนฟทาจาก ตะวันออกกลาง แหล่งเดียว
-----------------
SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE
SO OK TRASDING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ
VISIT US AT WWW.SOOKTRADING.COM
FACEBOOK : SO OK TRADING
----------------


