แชร์

ตะกั่วพลังงานสะอาด: โลหะยุทธศาสตร์แห่งอนาคต — ตลาดตะกั่วเดือด! ดีมานด์เขียวทะยาน อุปทานตึงตัว ราคาพุ่งแรง ศึกตะกั่วรีไซเคิลปะทะตะกั่วบริสุทธิ์ เบิกทางสู่โลกสีเขียว : SO OK TRADING 13 MAY 2026

อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ค. 2026
2780 ผู้เข้าชม

ตะกั่วโลกเดือด! ราคาพุ่งแรงเพราะพลังงานสะอาดและอุปทานตึงตัว : SO OK TRADING : 13 MAY 2026

----------------

ตลาดโลหะตะกั่วในปี 2026 กำลังกลายเป็นเวทีร้อนแรงที่นักลงทุนและผู้ผลิตทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ตลาดโลหะลอนดอน (LME) พุ่งแตะ 1,999 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 12 สัปดาห์ และยังแกว่งตัวในกรอบ 1,930–2,050 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแรงต้านสำคัญที่ระดับ 2,010 ดอลลาร์สหรัฐ

-----------------

ทำไมราคาตะกั่วถึงพุ่งแรง?

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ โครงสร้างอุปทานที่จำกัด ตะกั่วไม่ใช่โลหะที่ถูกขุดขึ้นมาโดยตรง แต่เป็นผลพลอยได้จากเหมืองสังกะสี เงิน และทองแดง ดังนั้นเมื่อเหมืองหลักเหล่านี้ชะลอตัว ปริมาณตะกั่วก็ลดลงตามไปด้วยทันที

อีกด้านหนึ่งคือ กระแสพลังงานสะอาด ที่กำลังเปลี่ยนโลก ตะกั่วถูกใช้ในแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมใหม่ ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงระบบสำรองไฟของดาต้าเซ็นเตอร์ ความต้องการเหล่านี้ทำให้ดีมานด์ตะกั่วพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และอย่าลืมว่าโลกพึ่งพา ตะกั่วรีไซเคิล มากกว่า 60% ของอุปทานทั้งหมด แต่การรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่า (ULABs) กำลังเผชิญกฎระเบียบเข้มงวดขึ้น ต้นทุนการจัดการเศษซากสูงขึ้น โรงงานต้องลงทุนเพิ่มเพื่อความปลอดภัย ทำให้ตะกั่วรีไซเคิลออกสู่ตลาดช้าลงและราคาแพงขึ้น

---------------------

⚡ ดีมานด์ใหม่ที่โตแรง

แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะมาแรง แต่รถยนต์สันดาปดั้งเดิมยังคงใช้แบตเตอรี่ตะกั่ว-กรดในการสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างหนาแน่น ขณะเดียวกันตลาดใหม่ๆ เช่น ระบบสำรองไฟของดาต้าเซ็นเตอร์ และ รถไฟฟ้าขนาดเล็ก อย่าง E-bike และ E-rickshaw ในอินเดียและอาเซียน กำลังขยายตัวรวดเร็ว เนื่องจากตะกั่วยังถูกกว่าลิเธียมมาก

---------------------

กฎระเบียบสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนเกม

ยุโรปออกกฎ EU Regulation 2023/1542 บังคับให้แบตเตอรี่ใหม่ต้องมีวัตถุดิบรีไซเคิลถึง 85% ภายในปี 2031 ทำให้เกิดการแย่งชิงเศษแบตเตอรี่เก่าทั่วโลก ส่วนจีนก็เดินหน้า Urban Mining สนับสนุนการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมสั่งปิดโรงหลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้อุปทานตะกั่วบริสุทธิ์จากเหมืองลดลงต่อเนื่อง

---------------------

แนวโน้มราคาตะกั่ว : MAY 2026

ในระยะสั้น ราคาตะกั่วอาจแกว่งตัวในกรอบ 1,930–2,050 ดอลลาร์/ตัน โดยมีแรงย่อตัวจากการเข้าสู่ช่วง Off-season และการที่โรงหลอมจีนเริ่มกลับมาผลิตตะกั่วรีไซเคิลเพิ่มขึ้น แต่ในระยะกลางถึงปี 2027 นักวิเคราะห์คาดว่าราคาเฉลี่ยจะยืนพื้นที่ 2,000 ดอลลาร์/ตัน และมีโอกาสขยับขึ้นไปถึง 2,300 ดอลลาร์/ตัน ตามแรงฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและภาคการผลิต

----------------------

Primary vs Secondary Lead: ความต่างที่ต้องเข้าใจ

ตะกั่วบริสุทธิ์ (Primary) มาจากเหมืองแร่โดยตรง ราคาขึ้นลงตามดัชนีเศรษฐกิจมหภาคและปริมาณสำรองในคลัง LME ส่วนตะกั่วรีไซเคิล (Secondary) มาจากแบตเตอรี่เก่า ราคาขึ้นลงตามปริมาณเศษซากและกฎสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันโรงหลอมรีไซเคิลกำลังเจอปัญหาต้นทุนเศษแบตเตอรี่สูงจนบางช่วงราคาตะกั่วรีไซเคิลใกล้เคียงหรือกดดันราคาตะกั่วบริสุทธิ์ ทำให้โรงหลอมบางแห่งขาดทุน

----------------------

Premium ในตลาดเอเชีย

ในตลาดจริง ผู้ซื้อไม่ได้จ่ายแค่ราคากลาง LME แต่ต้องบวก ค่าพรีเมียม (Premium) เพิ่มขึ้นเพื่อครอบคลุมค่าขนส่งและประกันภัย ล่าสุดมีการเปิดตัวดัชนี CIF สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนว่าดีมานด์ตะกั่วบริสุทธิ์ 99.99% ในภูมิภาคนี้พุ่งสูงมาก นอกจากนี้ยังมีการเล่น Cross-Market Arbitrage ระหว่างตลาดเซี่ยงไฮ้ (SHFE) และ LME หากราคาฝั่งจีนสูงกว่ามาก จะดึงดูดให้เกิดการส่งออกตะกั่วจากคลัง LME เข้าจีนทันที อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในเอเชียแปซิฟิกยังอยู่ในภาวะ Contango คือราคาส่งมอบทันทีถูกกว่าล่วงหน้า 3 เดือน แสดงว่าอุปทานระยะสั้นยังเพียงพอรองรับ

----------------------
 
ข้อแนะนำสำหรับผู้จัดซื้อและผู้ผลิต (ตะกั่วแท่งจากแร่ หรือ ตะกั่วหลอมจากการ รีไซเคิล)

หากคุณอยู่ในธุรกิจที่ต้องใช้ตะกั่ว อย่ามองแค่ราคาบนกระดาน LME แต่ควรจับตา ดัชนีราคาเศษซาก (Lead Scrap/ULABs) ด้วย เพราะกฎรีไซเคิลใหม่ๆ กำลังทำให้ราคาหน้าโรงงานในเอเชียผันผวนตามเศษแบตเตอรี่เก่ามากกว่าการเคลื่อนไหวของเหมืองปฐมภูมิ การบริหารต้นทุนจึงต้องมองทั้ง ตลาดฟิวเจอร์ส และ ตลาดจริง ไปพร้อมกัน เพื่อวางกลยุทธ์ซื้อขายได้อย่างแม่นยำและลดความเสี่ยง

 บทสรุป: ตะกั่วไม่ใช่แค่โลหะหนักดั้งเดิมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “โลหะยุทธศาสตร์แห่งพลังงานสะอาด” ที่ทุกอุตสาหกรรมต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมันคือหัวใจของการขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตที่ยั่งยืน

-----------------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SO OK TRADING 

-------------------------

หากท่านมีความต้องการใช้ตะกั่วแท่งหลอม (REMELT LEAD BLOCK , LEAD BULLION หรือ LEAD INGOT : ท่านสามารถติดต่อเราเพื่อเสนอราคาได้เลยครับ ขอบคุณมากๆครับ

------------------------


บทความที่เกี่ยวข้อง
ALUMINUM PRICE TREND 2026
An analysis of the aluminum market in 2026 indicates a likely continued market deficit and upward price pressure, driven by constrained supply and resilient demand from green energy sectors. However, significant volatility is expected due to policy uncertainties and the potential for new Indonesian supply to eventually balance the market. Key Drivers and Projections for 2026 Supply Side Analysis Capacity Constraints: China's primary aluminum output is approaching its self-imposed 45 million-tonne capacity cap, limiting global supply growth. Power Challenges: Smelters outside of China face intense competition for power from energy-intensive sectors like AI data centers, which are willing to pay higher prices for long-term contracts. This has kept significant capacity offline in Europe and the US. Production Disruptions: Outages and potential shutdowns at existing smelters in Iceland and Mozambique further tighten the market. Scrap Supply Pressure: The EU's planned implementation of the Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) and potential scrap export tariffs in spring 2026 are expected to impact global scrap flows, creating regional shortages and price volatility. New Capacity: Indonesia is a key source of new supply, with several projects in the pipeline. However, analysts suggest the pace of the ramp-up may be slower than expected due to infrastructure and policy challenges, meaning it is unlikely to fully offset near-term tightness. Demand Side Analysis Green Transition Demand: Demand from "green" sectors such as solar panels, new energy vehicles, and energy transition infrastructure remains strong, providing fundamental support for the market. Substitution Effect: Aluminum's wide price discount relative to copper has encouraged substitution in electrical applications, acting as a tailwind for demand and prices. Construction and Automotive: The construction and automotive industries continue to be major consumers, with growing demand for lightweight, low-carbon aluminum products. Price Forecasts and Volatility The market is expected to remain in a deficit in 2026, with estimates ranging from 200,000 to 600,000 tonnes. This structural tightness is leading most analysts to forecast sustained or rising prices. Bullish Views: Analysts at Bank of America project prices of $3,000/tonne as early as 2026. J.P. Morgan also expects prices to approach $3,000/tonne in Q1 2026. ING forecasts an average price of $2,900/tonne for the year. Bearish/Conservative Views: Goldman Sachs is an outlier, forecasting prices to decline to $2,350/tonne by Q4 2026, anticipating a market surplus later in the year. SMM forecasts a "high first, then lower" pattern, with prices finding equilibrium in the $2,700–$2,800/tonne range by year-end. Premiums: Regional premiums, particularly the US Midwest premium, are expected to remain high and volatile due to tariffs and regional supply dynamics, creating a disconnect from the LME benchmark price. In essence, 2026 is projected to be a year of high volatility where participants need to focus on scenario readiness rather than relying on a single price forecast, as geopolitical and energy policies significantly influence regional supply and costs
31 ธ.ค. 2025
“สังกะสีทะยานแรง! พลิกเกมตลาดโลหะโลก 2026–2027 จากเหมืองสู่พลังงานสะอาด – หัวใจใหม่แห่งอุตสาหกรรมยุคอนาคต โดย SO OK TRADING”: 10 JULY 2026
ZINC OUTLOOK 2026–2027 – เมื่อสังกะสีทะยานแรง สู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมโลก บทความโดย SO OK TRADING | 10 กรกฎาคม 2026 ราคาสังกะสีในตลาดโลหะลอนดอน (LME Zinc) พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีที่ 3,622 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน สะท้อนถึงความร้อนแรงของตลาดโลหะพื้นฐานที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมโลกอย่างรวดเร็ว ในปี 2026–2027 สังกะสีกำลังกลายเป็น “โลหะยุทธศาสตร์” ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ โครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงพลังงานสะอาด ท่ามกลางภาวะอุปทานตึงตัวและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง ผู้ประกอบการทั่วโลกต่างจับตาแนวโน้มราคาที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดโลหะในศตวรรษนี้
10 ก.ค. 2026
“ทองคำร่วงแรงเกือบ 100 เหรียญ! ข่าวดีเศรษฐกิจโลก–ข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ–จีน กลายเป็นข่าวร้าย กดดัน Safe Haven จาก Fed เข้ม, Bond Yield พุ่ง และดอลลาร์แข็งค่า”: SO OK TRADING Insight: 28 SEP 2026
ทองคำร่วงแรง! ข่าวดีเศรษฐกิจโลก กลายเป็นข่าวร้ายของ Safe Haven บทความโดย SO OK TRADING | 28 กันยายน 2569 ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ร่วงลงแรงเกือบ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดระดับจิตวิทยา $4,300 ลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ $4,230–$4,270 สะท้อนแรงกดดันจากหลายปัจจัยสำคัญ ทั้งท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield), การแข็งค่าของดอลลาร์ และราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง ที่น่าสนใจคือ “ข่าวดีทางเศรษฐกิจโลก” อย่างการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน กลับกลายเป็น “ข่าวร้ายของทองคำ” เพราะเมื่อความเสี่ยงในตลาดลดลง นักลงทุนจึงหันกลับไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงแทนสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ในสัปดาห์นี้ ตลาดทองคำทั่วโลกจึงอยู่ในภาวะ Sideways Down โดยมีแนวรับสำคัญที่ $4,200–$4,230 และแนวต้านที่ $4,300–$4,430 นักลงทุนควรจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Nonfarm Payrolls และ Core PCE ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และแนวโน้มราคาทองคำในระยะถัดไป ✨ SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในตลาดโลหะมีค่าและโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) จากประเทศไทย
28 ก.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy