แชร์

“วิกฤติวัตถุดิบโลก : ฮอร์มุซคลี่คลาย พลิกโฉมพลังงาน — น้ำมันร่วงแรง แนฟทาคลายตัว ปุ๋ยยังแพงต่อเนื่อง”

อัพเดทล่าสุด: 18 เม.ย. 2026
1983 ผู้เข้าชม

“วิกฤติวัตถุดิบโลก : จากสงครามตะวันออกกลาง  : บทความโดย SO OK TRADING : 18 เมษายน 2026 

วิกฤตฮอร์มุซที่เริ่มคลี่คลายสู่การเริ่มฟื้นตัวของตลาดน้ำมัน แนฟทา และปุ๋ย”

-------------

ตลาดพลังงานโลก และวัตถุดิบอุตสาหกรรม ในเดือนเมษายน 2569 กำลังพลิกโฉมครั้งใหญ่ จากความตึงเครียดที่ทำให้ราคาพุ่งทะยาน สู่การคลี่คลายที่ทำให้ราคาดิ่งลงแรงและเริ่มเข้าสู่ภาวะทรงตัว เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคาน้ำมัน แต่ยังสะเทือนถึงแนฟทาและปุ๋ยที่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมทั่วโลก

-------------
 
⛽ น้ำมันดิบ: จากพุ่งทะยานสู่การร่วงแรง หลังจากการประกาศเปิดช่องแคบ ฮอร์มุซ โดย อิหร่าน

Brent Crude ร่วงลงกว่า 7–9% มาอยู่ที่ราว 90 ดอลลาร์/บาร์เรล
WTI Crude ลดลงถึง 10% เหลือประมาณ 85 ดอลลาร์/บาร์เรล

สาเหตุหลักคือการเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ให้เดินเรือพาณิชย์ได้ตามปกติ และการเจรจาหยุดยิงที่มีสัญญาณบวก ทำให้ “เบี้ยประกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” หายไปทันที 15–20 ดอลลาร์

ในไทย: ราคาหน้าปั๊มปรับลดลงทันที (ดีเซล -1.50 บาท, เบนซิน -0.50 บาท) และมีโอกาสลดเพิ่มอีกหาก กบง. ปรับค่าการกลั่นลงในวันที่ 23 เมษายน

-------------
 
แนฟทา: วิกฤตซ้อนวิกฤต แต่เริ่มคลายตัว

ก่อนหน้านี้ราคาแนฟทาพุ่งกว่า 30% ภายในเดือนเดียว แตะระดับ 1,000+ ดอลลาร์/ตัน

ผู้ประกอบการในโลก ต้องลดกำลังผลิตลงเฉลี่ย 25–30% เพราะวัตถุดิบขาดแคลน

แม้ Supply จะเริ่มกลับมา แต่ต้นทุนการผลิตยังสูงจากค่าขนส่งและค่าประกันภัย

แนวโน้ม: ราคาจะค่อยๆ ลดลงสู่กรอบ 900–950 ดอลลาร์/ตันในปลายเมษายน แต่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติทันที ยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอีกสักระยะ 

-------------
 
ปุ๋ยเคมี: ของเริ่มมา แต่ราคายังแพง

ปุ๋ยเคมี , ปุ๋ยยูเรีย ผลิต และ SUpply จากตะวันออกกลาง : ผลกระทบจากสงครามจึงทำให้ปุ๋ยขาดแคลนออกไปจากตลาดโลก

การเปิดฮอร์มุซช่วยให้การขนส่งคล่องตัวขึ้น แต่ปุ๋ยจะยังคงมีไม่เพียงพอเนื่องจาก การสถานการณ์สงครามเดือนมีนา และ เมษายนที่ผ่านมาทำให้การขนส่งชะงัก และ ชลอตัว

เกษตรกรจึงยังต้องซื้อในราคาสูงไปอีกระยะ ก่อนที่ล็อตใหม่จะสะท้อนต้นทุนที่ถูกลง
 
------------

น้ำมัน: จะเป็นตัวนำร่องปรับราคาลงก่อน → สะท้อนต้นทุนพลังงานที่ถูกลง จากสถานการณ์สงครามที่คลี่คลาย

แนฟทา: Supply เริ่มคลาย แต่ราคายังสูง → ผู้ประกอบการต้องบริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ

ปุ๋ย: ลดราคาช้าที่สุด → เกษตรกรยังเจอแรงกดดันต้นทุนในระยะสั้น เนื่องจากสถาการณ์ของขาด และ ค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น

-----------

“พลังงานโลกกำลังเปลี่ยนจากวิกฤตสู่การพักตัว — น้ำมันนำร่องลดราคา แนฟทาคลายตัวช้า ส่วนปุ๋ยยังแพงต่อเนื่อง แต่ทิศทางโดยรวมคือการฟื้นตัวที่จับต้องได้”

-----------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

FACEBOOK : SOOK TRADING


บทความที่เกี่ยวข้อง
“เงินบาทอ่อน ดอลลาร์แข็ง – เกมการเงินโลกสั่นคลอน”: SO OK TRADING: 15 MAY 2026
เดือนพฤษภาคมนี้ “เกมการเงินโลก” ร้อนแรงอีกครั้ง — ดอลลาร์แข็งแกร่งสวนทางกับเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องในกรอบ 32.30–32.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่โตแรง ราคาน้ำมันสูง และทองคำร่วง ทำให้เงินบาทหมดแรงแข็งค่า สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาที่ต้อง “คิดเร็ว ปรับไว” เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดโลก SO OK TRADING FAST • SHARP • RELIABLE
15 พ.ค. 2026
“พลังงานแสงอาทิตย์ 2569: จากแสงแดดสู่กำไร เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกไฟฟ้า สู่พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตไทย”
พลังงานแสงอาทิตย์ 2569: จุดเปลี่ยนสู่ยุคโซลาร์อัจฉริยะในไทยและโลก บทความโดย SO OK TRADING | 26 JULY 2026 ในปี 2569 โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคใหม่ของพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ — จากการ “เร่งติดตั้งให้เร็วที่สุด” สู่การ “บริหารจัดการอย่างชาญฉลาด” ด้วยเทคโนโลยีโซลาร์อัจฉริยะ (Smart Solar Systems) ที่ผสานพลังงานแสงอาทิตย์เข้ากับระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างระบบไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากกว่าเดิม ประเทศไทยเองก็ไม่ต่างกัน ปี 2569 ถือเป็น จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ ของอุตสาหกรรมโซล่าเซลล์ไทย — จากกฎหมายใหม่ที่ปลดล็อกการติดตั้ง Solar Rooftop ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ BOI ที่ผลักดันให้โรงงานและธุรกิจไทยก้าวสู่ “Smart & Sustainable Industry” อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมที่กำลังมาแรงอย่าง Floating Solar และ Agrivoltaics ที่ช่วยให้เราสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นโดยไม่ต้องใช้พื้นที่เพิ่ม พร้อมสร้างรายได้สองทางให้กับเกษตรกรไทยในอนาคต บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเทคโนโลยีล่าสุดของแผงโซลาร์เซลล์และระบบแบตเตอรี่ รวมถึงแนวโน้มในอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกและประเทศไทยในช่วงปี 2026–2035 ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกพลังงานไปตลอดกาล ✨ SO OK TRADING — พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ FAST • SHARP • RELIABLE
26 ก.ค. 2026
“น้ำตาลไทย 2026: จากไร่อ้อยสู่โลกสีเขียว พลิกโฉมสู่ยุค Bio‑Circular‑Green Economy และพลังแห่งชีวเศรษฐกิจยั่งยืน”: SO OK TRADING: 25 AUG
น้ำตาลไทย 2026: จากผลผลิตพุ่งทะยาน สู่การพลิกโฉมสู่ชีวเศรษฐกิจและพลังงานสีเขียว SO OK TRADING | 24 สิงหาคม 2026 ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำตาลและโมลาสไทย — ปีแห่ง “ผลผลิตเพิ่ม แต่รายได้หดตัว” จากแรงกดดันของราคาตลาดโลกที่ลดลงต่อเนื่อง แม้สภาพอากาศจากปรากฏการณ์ลานีญาจะช่วยให้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายขยายตัวกว่า 6% แต่รายได้รวมของภาคอุตสาหกรรมกลับลดลงราว 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ท่ามกลางความผันผวนนี้ โรงงานน้ำตาลไทยได้เร่งปรับตัวเข้าสู่ โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio‑Circular‑Green Economy) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกหยดของอ้อย — ตั้งแต่การผลิตน้ำตาลและโมลาส ไปจนถึงการต่อยอดสู่พลังงานสะอาดและผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง SO OK TRADING มองเห็นโอกาสใหม่ในตลาดโลก โดยเฉพาะ ภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) ที่กำลังผลักดันนโยบาย Food Security และ Green Economy อย่างจริงจัง ทั้งในตลาดน้ำตาลทรายที่มีความต้องการสูง และตลาดโมลาสที่ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตเอทานอลและอาหารสัตว์ในทะเลทราย ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยยังเดินหน้าสู่ New S‑Curve แห่งอนาคต ด้วยการผลิต เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF – Sustainable Aviation Fuel) จากเอทานอลอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของโลก ปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการปรับตัว แต่คือการ “พลิกโฉม” อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวของภูมิภาค — สู่อนาคตที่ยั่งยืน แข็งแกร่ง และเชื่อมโยงโลกอย่างมั่นคง SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE
25 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy