แชร์

“วิกฤตพลาสติกโลก 2569: พลาสติกแพงทั่วโลก เมื่อสงครามและแนฟทาเขย่าอุตสาหกรรม”: บทความโดย SO OK TRADING : 5 เมษายน 2569

อัพเดทล่าสุด: 5 เม.ย. 2026
8766 ผู้เข้าชม

วิกฤตพลาสติกโลก 2569: เมื่อสงครามและแนฟทาเขย่าอุตสาหกรรม : บทความโดย SO OK TRADING : 5 เมษายน 2569

----------

พลาสติกที่เคยเป็นวัตถุดิบพื้นฐานในชีวิตประจำวัน กำลังกลายเป็น “สินค้าขาดแคลน” ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนทั้งโลกในเดือนเมษายน 2569 นี้ วิกฤตครั้งนี้เกิดจากการซ้อนทับกันของ สงครามตะวันออกกลาง และ การขาดแคลนแนฟทา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี


----------
 
ต้นตอของวิกฤต

สงครามตะวันออกกลาง: ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ทำให้เส้นทางส่งออกวัตถุดิบปิโตรเคมีหยุดชะงักกว่า 84% ของกำลังการผลิต Polyethylene (PE)
โรงงานเสียหายและหยุดผลิต: โรงงานในอิหร่านและประเทศใกล้เคียงต้องหยุดดำเนินการเพราะการโจมตีและไฟฟ้าขาดแคลน
ภาวะ “มีเงินก็ซื้อไม่ได้”: เม็ดพลาสติกหายจากตลาด แม้ผู้ประกอบการพร้อมจ่ายราคาสูงก็ยังหาซื้อไม่ได้

----------

ทำไมตะวันออกกลางคือหัวใจพลาสติกโลก

มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำรองมหาศาล
ใช้ก๊าซ Ethane ราคาถูก จากการขุดเจาะน้ำมันมาผลิตเม็ดพลาสติก
ลงทุนสร้างอุตสาหกรรมกลางน้ำเพื่อเพิ่มมูลค่า ส่งออกเม็ดพลาสติกต้นทุนต่ำที่สุดในโลก
แต่เมื่อเส้นทางส่งออกถูกปิด ราคาขนส่งและประกันภัยพุ่งขึ้นหลายเท่า ทำให้แม้ต้นทุนผลิตถูก แต่ราคาขายกลับแพงมหาศาล

----------
 
ผลกระทบต่อราคาและต้นทุน
ราคาเม็ดพลาสติกโลกพุ่งขึ้น 37–38% ภายในเดือนเดียว
ค่าประกันภัยเรือบรรทุก: จาก 0.05% ของมูลค่าเรือ พุ่งขึ้นเป็น 7.5% ทำให้ค่าระวางเรือแพงมหาศาล
แนฟทาขาดตลาด: เอเชียและยุโรปที่พึ่งพาแนฟทาเจอแรงกระแทกหนัก ต้นทุนสูงกว่า 5–10 เท่าเมื่อเทียบกับตะวันออกกลางที่ใช้ก๊าซ Ethane ราคาถูก

----------
 
ผลกระทบต่อภูมิภาคต่าง ๆ

เอเชีย (ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) โรงงานปิโตรเคมีต้องลดกำลังผลิตเหลือเพียง 70–80% ขวด PET และถุงพลาสติกขาดตลาดหนัก ร้านค้าบางแห่งถึงขั้นขอให้ลูกค้าเตรียมถุงมาเอง
ยุโรป ตัดขาดจากรัสเซียแล้วต้องเจอวิกฤตตะวันออกกลางซ้ำ ทำให้ยุโรปแทบไม่มีแหล่งนำเข้าแนฟทา ราคาพลาสติกที่ผลิตในยุโรปแพงที่สุดในโลก โรงงานหลายแห่งเริ่มหยุดสายการผลิต
สหรัฐอเมริกา ได้เปรียบเล็กน้อยเพราะใช้ก๊าซ Ethane แต่ก็ยังได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งและความผันผวนในตลาดโลก

-----------

สถานการณ์ในไทย

สต็อกใกล้หมด: ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าเม็ดพลาสติกสำรองจะใช้ได้ถึงเพียงหลังสงกรานต์
อุตสาหกรรมที่โดนหนัก

บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม: ขวด PET และถุงพลาสติกขาดตลาด ผู้ผลิตน้ำดื่มรายย่อยเริ่มแบกไม่ไหว
สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG): ต้นทุนแพ็กเกจจิ้งพุ่งจาก 10–15% เป็นเกือบ 25% ของราคาสินค้า ผู้ผลิตหันโปรโมต “ถุงเติม” มากขึ้น
ยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า: พลาสติกเกรดวิศวกรรมขาดแคลน โรงงานประกอบรถยนต์บางแห่งต้องชะลอการผลิต
มาตรการรัฐ: ส.อ.ท. และรัฐบาลเตรียมโครงการธงฟ้าเพื่อพยุงราคา พร้อมส่งเสริมการใช้พลาสติกรีไซเคิล (rPET/rHDPE)

------------ 

✨ ทางออกที่กำลังเดินหน้า

เจรจานำเข้าจากสหรัฐฯ และจีน แม้ค่าขนส่งสูงกว่า แต่เพื่อไม่ให้สายการผลิตหยุดชะงัก
Circular Plastic: ผลักดันการใช้พลาสติกรีไซเคิลเพื่อลดการพึ่งพาเม็ดพลาสติกใหม่
ควบคุมราคา: กระทรวงพาณิชย์จับตาการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเกินควร
 

------------

วิกฤตพลาสติกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง “ของแพง” แต่เป็น “ของขาด” ที่กระทบตั้งแต่บรรจุภัณฑ์อาหารไปจนถึงชิ้นส่วนยานยนต์ หากสงครามตะวันออกกลางไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้ โลกอาจต้องใช้เวลาถึงสิ้นปี 2569 กว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจะฟื้นตัว และในระหว่างนี้ เราอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพฤติกรรมการผลิตและการบริโภคทั่วโลก

------------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิตของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

-----------

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
“SET Index ทะลุ 1,500 จุด: ตลาดกระทิงไทยเริ่มตื่นขึ้น —— บทความโดย SO OK TRADING”
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยกลับมาโดดเด่นอีกครั้งในช่วงต้นปี 2569 โดย SET Index พุ่งแตะระดับแนวต้านจิตวิทยา 1,500 จุดได้สำเร็จ พร้อมแรงซื้อหนาแน่นจากทั้งนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ บรรยากาศการลงทุนกลับมาคึกคักหลังผ่านช่วงวิกฤตความเชื่อมั่นในปี 2566–2568 ปัจจัยบวกที่หนุนตลาดรอบนี้มีครบทุกด้าน — ตั้งแต่เสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง, ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง, การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว, ไปจนถึงแรงหนุนจากกองทุนวายุภักษ์และ Thai ESG ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาด บทวิเคราะห์นี้สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยในรอบ 10 ปี พร้อมแนวโน้มปี 2569 และปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เช่น การปรับฐานระยะสั้นและนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ท้ายบทความยังแนะนำบริษัท SO OK TRADING — ผู้เชื่อมโยงสินค้าไทยคุณภาพสูง เช่น ผลไม้พรีเมียม ข้าว โลหะ และพลังงานสะอาด สู่ตลาดโลก ด้วยกลยุทธ์แบรนด์ที่แข็งแรงและยั่งยืน
23 ก.พ. 2026
“Perfect Storm สังกะสีเดือด! ราคาทะลุ 4,000 ดอลลาร์ เขย่าตลาดโลหะโลก – SO OK TRADING วิเคราะห์เกมเปลี่ยนปี 2026”: 9 SEP
ราคาสังกะสีโลกทะยานแรงทะลุ 4,000 ดอลลาร์ – Perfect Storm ที่เขย่าตลาดโลหะ SO OK TRADING | 9 กันยายน 2026 เดือนกันยายน 2026 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดโลหะโลก เมื่อราคาสังกะสี (Zinc) พุ่งทะยานทะลุระดับ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และแตะระดับสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 4 ปีที่ 4,156 ดอลลาร์ บนกระดาน LME (London Metal Exchange) สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ตึงตัวและผันผวนอย่างหนักจากฝั่งอุปทาน นักวิเคราะห์ทั่วโลกต่างเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Perfect Storm” — พายุสมบูรณ์แบบที่เกิดจากการผสมผสานของ วิกฤตพลังงานในจีน, การลดกำลังการผลิตของโรงถลุง, และ สต็อกสินค้าสังกะสีที่ลดลงอย่างรุนแรง จนทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะขาดแคลนเฉียบพลัน ราคาที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ไม่เพียงสะท้อนแรงซื้อในตลาดโลก แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำในประเทศไทย ทั้งกลุ่ม เหล็กชุบกัลวาไนซ์, ยานยนต์, และ อิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก SO OK TRADING ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจด้านโลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-Ferrous Metals) ขอวิเคราะห์แนวโน้มและกลยุทธ์รับมือในสถานการณ์นี้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถวางแผนจัดซื้อและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ FAST • SHARP • RELIABLE SO OK TRADING – ตัวจริงในธุรกิจ NON FERROUS จากประเทศไทย
9 ก.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy