แชร์

ทองคำพักฐาน แต่พลังยังไม่หมด – เส้นทางแห่งโอกาสทองสู่จุดสูงสุดใหม่ :บทความโดย SO OK TRADING :4 เมษายน 2569

อัพเดทล่าสุด: 4 เม.ย. 2026
1515 ผู้เข้าชม

“ทองคำพักฐาน – โอกาสสะสมก่อนคลื่นใหญ่กลับมา!”

--------

ทองคำโลกเดือนเมษายน 2569 กำลังอยู่ในช่วง “พักฐานในระดับสูง” หลังจากทำสถิติพุ่งทะยานขึ้นไปแตะ 5,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อต้นปี และปัจจุบันเคลื่อนไหวในกรอบ 4,522 – 4,702 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 72,200 บาท/บาททองคำแท่งในประเทศไทย แม้ราคาจะปรับตัวลง แต่ภาพรวมยังคงเป็น ตลาดขาขึ้นเชิงโครงสร้าง (Structural Bull Market) ที่น่าจับตามอง

--------

ปัจจัยที่กำลังขับเคลื่อนตลาดทองคำ

ฝั่งหนุน (Bullish Drivers) --> ดันราคาทองคำขึ้น

แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะจีนและตลาดเกิดใหม่ที่ต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์
ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งตะวันออกกลางและยูเครนยังคงเป็นแรงผลักให้นักลงทุนถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
หนี้สาธารณะสหรัฐฯ ที่พุ่งสูง ทำให้ทองคำถูกมองเป็นเครื่องมือรักษามูลค่า
ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ Fed ครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นตัวเร่งสำคัญให้ราคาทองคำกลับขึ้นไปทดสอบระดับสูงใหม่

ฝั่งกดดัน (Bearish Pressures) --> กดดันราคาทองคำลง

ดอลลาร์แข็งค่า ทำให้ทองคำแพงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น
Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งสูง ดึงดูดเงินลงทุนออกจากทองคำ
แรงขายทำกำไร หลังราคาทำ All-time High
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด เพิ่มโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น

---------

แนวโน้มรายไตรมาส

Q2 (ปัจจุบัน): ตลาดกำลัง “สร้างฐานใหม่” อยู่ในกรอบ $4,000 – $4,700
Q3: คาดว่าราคาจะเริ่มขยับขึ้นแรง หาก Fed ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย และการเมืองสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงเลือกตั้งกลางเทอม
Q4: สถาบันการเงินใหญ่คาดการณ์เป้าหมาย $5,000 – $5,400 โดยแรงซื้อจากธนาคารกลางยังเป็นตัวหนุนหลัก
 
มุมมองiราคาทองคำจากสถาบันการเงินระดับโลก

J.P. Morgan: เป้าหมายสิ้นปีสูงสุด $6,300
Goldman Sachs: คาดการณ์ $5,400
UBS: มองที่ $5,600
ANZ: เชื่อว่าราคาจะทะยานต่อเนื่องถึง $5,800
Citi: เตือนว่าหากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ราคาทองอาจปรับฐานแรงลงไปถึง $2,700 ---> อีนนี้มองต่ำไปนิด

---------
 
ประเมินราคาทองคำ และ กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน

นักลงทุนระยะสั้น: ช่วงนี้เป็นจังหวะ “รอดูเชิง” เพราะราคายังแกว่งตัวในกรอบ
นักลงทุนระยะยาว: การย่อตัวในเดือนเมษายนถูกมองว่าเป็น “โอกาสทยอยสะสม” เพราะแนวโน้มใหญ่ยังเป็นขาขึ้นจากกระแส De-dollarization และแรงซื้อจากธนาคารกลาง

---------

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT WWW.SOOKTRADING.COM

---------


บทความที่เกี่ยวข้อง
SOOK ขอเสนอการข้อมูลการใช้งานสายไฟฟ้า ทองแดง และ อลูมิเนียม รวมทั้งสายไฟรถ EV เกร็ดความรู้
เกร็ดความรู้เรื่องสายไฟ โดยมากสายไฟที่พูดถึงนั้นเป็นสายไฟที่ทำจาก ทองแดง (Copper) และ อะลูมิเนียม (Aluminum) โดยมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น สายทองแดงนำไฟฟ้าได้ดีกว่า มีความทนทานและอายุการใช้งานยาวนานกว่า แต่น้ำหนักมากและมีราคาสูงกว่า ในขณะที่สายอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า แต่ต้องใช้ขนาดใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน และมีความปลอดภัยในจุดต่อมากกว่า สายไฟทองแดง (Copper) คุณสมบัติ: การนำไฟฟ้า: สูงมาก ความปลอดภัย: เสถียรกว่าและร้อนน้อยกว่า ความทนทาน: ไม่เกิดสนิมและอายุการใช้งานยาวนาน การใช้งาน: นิยมใช้ในอาคารและใต้ดิน เนื่องจากสามารถนำมาทำเป็นเส้นลวดขนาดเล็กได้ง่าย ข้อจำกัด: น้ำหนักมากและราคาสูงกว่า สายไฟอะลูมิเนียม (Aluminum) คุณสมบัติ: น้ำหนัก: เบากว่าทองแดงประมาณ 30-50% ราคา: ถูกกว่าทองแดง การนำไฟฟ้า: นำไฟฟ้าได้ดี แต่ต้องใช้ขนาดสายใหญ่กว่าทองแดงสำหรับกระแสไฟเท่ากัน การใช้งาน: นิยมใช้กับสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงที่ต้องแขวนลอยในอากาศ หรือในงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนความร้อนได้สูง ข้อจำกัด: มีโอกาสเกิดสนิม (ออกไซด์) และความปลอดภัยที่จุดต่อต้องควบคุมให้แน่นหนา สรุป ทองแดง เหมาะสำหรับงานภายในอาคารที่ต้องการความปลอดภัยและความเสถียรสูง อะลูมิเนียม เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประหยัดต้นทุนและน้ำหนัก เช่น สายส่งไฟฟ้าแรงดันสูง
3 ธ.ค. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy