แชร์

“น้ำมันแพงทะลุเพดาน: ไทยสั่นสะเทือน โลกเสี่ยงฝืดเคือง — Oil Shock 2026 เมื่อค่าครองชีพพุ่งชนเพดาน เศรษฐกิจโลกสะดุด” : บทความโดย SO OK TRADING 18 MAR 2026

อัพเดทล่าสุด: 18 มี.ค. 2026
4476 ผู้เข้าชม

วิกฤตราคาน้ำมัน 2026: ไทยเจอคลื่นแรง โลกเสี่ยงฝืดเคือง : - บทความโดย SO OK TRADING : 18 มีนาคม 2026

ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ณ วันที่ 18 มีนาคม 2026 ไม่ได้เป็นเพียงข่าวเศรษฐกิจ แต่คือ “แรงสั่นสะเทือน” ที่กระทบทั้งกระเป๋าคนไทยและทิศทางเศรษฐกิจโลก

 
ไทย: ค่าครองชีพพุ่งทะยาน

ประเทศไทยในฐานะประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ เจ็บหนักกว่าหลายชาติ

ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นทันที
ไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้ามากกว่า 60% เมื่อราคาก๊าซโลกพุ่ง ค่า FT จะถูกปรับขึ้นในงวดถัดไปทันที หากไม่มีงบอุดหนุนเพียงพอ ค่าไฟฟ้าอาจทะลุ 5 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะกระทบครัวเรือนและธุรกิจโดยตรง
เงินเฟ้อจากต้นทุนขนส่ง
ดีเซลแพงทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น สินค้าในตลาดและห้างสรรพสินค้าปรับราคาตาม เกิดภาวะเงินเฟ้อแบบผลักดันต้นทุน (Cost-push Inflation) กำลังซื้อของประชาชนถูกบีบลงอย่างหนัก
เงินบาทอ่อนค่า วงจรค่าใช้จ่ายสูงขึ้น
การนำเข้าพลังงานต้องใช้เงินตราต่างประเทศมากขึ้น ทำให้เงินบาทอ่อนค่า และเมื่อเงินบาทอ่อน ราคานำเข้าน้ำมันก็ยิ่งแพงขึ้น กลายเป็นวงจรที่กดดันเศรษฐกิจต่อเนื่อง
การท่องเที่ยวสะดุด
ค่าตั๋วเครื่องบินแพงขึ้นจาก Fuel Surcharge อาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลังเลที่จะมาไทย ส่งผลต่อรายได้ภาคบริการที่เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจ
 

โลก: เสี่ยงเข้าสู่ Stagflation

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่ไทย แต่กระจายไปทั่วโลก

เศรษฐกิจฝืดเคืองแต่ของแพง
ราคาน้ำมันสูงดึงเงินออกจากกระเป๋าผู้บริโภค ขณะที่ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้น เศรษฐกิจโลกจึงเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation
นโยบายดอกเบี้ยที่ลำบาก
ธนาคารกลางทั่วโลก เช่น Fed ต้องเลือกระหว่างขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้เงินเฟ้อ หรือ ลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว
เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ยุโรปและจีนจะใช้วิกฤตนี้เป็นตัวเร่ง ทุ่มงบประมาณไปที่พลังงานหมุนเวียนและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง
อาหารแพงทั่วโลก
ปุ๋ยเคมีที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติแพงขึ้น ทำให้ราคาอาหารโลกปรับตัวสูงขึ้น ประเทศยากจนเสี่ยงเจอวิกฤตความหิวโหย
 

⛽ คาดการณ์ราคาน้ำมัน 2026

เดือนมีนาคม 2026
ราคาน้ำมันดิบ Brent คาดแกว่งตัวในกรอบ 105–115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในไทย ดีเซลน่าจะถูกตรึงไว้ที่ 33–35 บาทต่อลิตร ส่วนเบนซิน/โซฮอล์ 95 อยู่ที่ 46–48 บาทต่อลิตร (ถ้าลอยตัวค่าน้ำมัน)
ไตรมาส 2/2026 (เมษายน–มิถุนายน)
ราคาน้ำมันดิบ Brent คาดเฉลี่ย 95–110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หาก OPEC+ ระบายน้ำมันสำรองออกมาเพิ่ม ราคาจะย่อตัวลงเล็กน้อย แต่ฤดูร้อนในสหรัฐฯ และยุโรปจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้น พยุงราคาไม่ให้ตกต่ำ
ทั้งปี 2026
ครึ่งปีแรก ราคาน้ำมันดิบอยู่ในช่วง 100–120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ครึ่งปีหลัง หากสถานการณ์คลี่คลาย ราคาจะลดลงมาอยู่ที่ 85–95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 95–105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบหลายปี
 

มุมมองผลกระทบด้านพลังงานต่อประเทศไทยในปีนี้

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้ม “ถังแตก” และอาจต้องปล่อยให้ราคาดีเซลสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้นในครึ่งปีหลัง
ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าไปสูงกว่า 33บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มในไทย “ลงยากกว่า” ราคาน้ำมันในตลาดโลก

สำหรับภาคธุรกิจ การทำ Fuel Hedging และการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ EV Fleet คือทางออกที่ควรเริ่มจริงจัง เพราะยุคน้ำมันราคาถูน่าจะยังไม่กลับมาในปีนี้

 ✨ บทสรุป: ปี 2026 คือ

 

ปีที่ไทยต้องเผชิญค่าครองชีพแพงที่สุดในรอบหลายปี ขณะที่โลกเสี่ยงเข้าสู่ Stagflation และเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง

----

SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ 

SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE 

VISIT US AT : WWW.SOOKTRADING.COM

----


บทความที่เกี่ยวข้อง
“ทองคำยุคสันติภาพโลก – ฟื้นพลัง เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ สู่โอกาสการลงทุนครั้งใหม่”: SO OK TRADING: 18.06.2026
ทองคำหลังสันติภาพโลก – จากวิกฤตสู่โอกาสการลงทุนครั้งใหม่ 17 มิถุนายน 2026 — วันที่โลกจับตา “ข้อตกลงสันติภาพ 14 ข้อ” ระหว่าง สหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ลงนามอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการประกาศ “คงอัตราดอกเบี้ย” โดย ประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและตลาดทองคำ หลังจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ภาวะสงคราม” สู่ “ภาวะฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง” — ราคาน้ำมันดิ่งลง เงินเฟ้อเริ่มเย็นตัว และแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง ทองคำจึงไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ปลอดภัยอีกต่อไป แต่กลายเป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเงินโลกในยุคใหม่
18 มิ.ย. 2026
ทิศทาง และ แนวโน้มราคาพลวงแท่ง 2021-2030 BY SO OK TRADING
ราคาพลวงแท่ง (Antimony Ingot) ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 25,450 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน (FOB จีน, ความบริสุทธิ์ 99.65%) และในตลาดยุโรปอยู่ที่ราว 34,000–35,500 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านอุปทานและความต้องการที่ยังคงทรงตัวในตลาดโลก. - ตลาดยุโรป (99.65% Sb): 34,000–35,500 USD/เมตริกตัน (31 ธ.ค. 2025) - (ROTTERDAM PRICE) *** เป็นเงินไทยไประมาณ 1.15 - 1.2 MB ซึงปรับตัวลดลงจากช่วงกลางปี 2025 ที่เคยสูงสุดที่ระดับ 48,000 - 52,000 USD/MT อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากการจำกัดการส่งออกของรัฐบาลจีน
5 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy