แชร์

สงคราม 2026 USA - IRAN: Wood Pellets ตอบโจทย์พลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต พลิกเกมพลังงานโลกในยุคสงครามน้ำมัน 2026, CBAM และ Net Zero

อัพเดทล่าสุด: 8 มี.ค. 2026
3313 ผู้เข้าชม

ผลกระทบสงครามอ่าว 2026 : USA - IRAN --> “Wood Pellets: พลังงานหมุนเวียนที่โลกต้องการในยุคสงครามน้ำมัน CBAM และ Net Zero”

ในวันที่โลกเผชิญ สงคราม USA–Iran ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน ก๊าซธรรมชาติขาดแคลน และกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมใหม่อย่าง CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) กำลังบังคับใช้ ขณะเดียวกันทุกประเทศเร่งเดินหน้าเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 → Wood Pellets (ชีวมวลอัดแท่ง) จึงถูกยกให้เป็น “เชื้อเพลิงแห่งอนาคต” ที่ตอบโจทย์ทั้ง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางพลังงาน

 
⚡ ทำไม Wood Pellets ถึงสำคัญในวันนี้

ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน: สงคราม USA–Iran ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งกว่า 25% แตะ $115–$125 ต่อบาร์เรล → โรงงานและครัวเรือนหันมาใช้ Wood Pellets ที่ราคาถูกและเสถียรกว่า
ก๊าซธรรมชาติขาดแคลน: LNG จากกาตาร์สะดุด ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เร่งเพิ่มสัดส่วนการใช้ชีวมวลอัดเม็ดในโรงไฟฟ้า
CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism): EU เตรียมบังคับใช้ภาษีคาร์บอนกับสินค้านำเข้า → โรงงานที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจะเสียเปรียบในการแข่งขัน ขณะที่ผู้ใช้ Wood Pellets ได้เปรียบทั้งด้านต้นทุนและภาพลักษณ์สีเขียว
Net Zero Targets: หลายประเทศเร่งเดินหน้าเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 → Wood Pellets เป็นเชื้อเพลิงหมุนเวียนที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง
 
จุดแข็งของ Wood Pellets

พลังงานหมุนเวียนไม่หมดสิ้น ผลิตจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและไม้โตเร็ว
ค่าความร้อนสูงและเสถียร เผาไหม้สะอาดกว่าชีวมวลดิบ
ลดก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero
ขนส่งง่าย จัดเก็บสะดวก เม็ดขนาดเล็ก ประหยัดพื้นที่และต้นทุน
 
แนวโน้มการใช้งานในแต่ละประเทศ

ยุโรป (EU & UK):
ตลาดใหญ่ที่สุดของโลก ใช้กว่า 27 ล้านตันต่อปีภายในปี 2035
เน้นใช้ทำความร้อนในครัวเรือนและโรงไฟฟ้า
CBAM จะยิ่งผลักดันให้ความต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น
สหรัฐอเมริกา (USA):
ผู้ผลิตและส่งออกอันดับหนึ่งของโลก
ใช้ในประเทศลดลง แต่ส่งออกไปยุโรปและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น
ญี่ปุ่น:
ดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในเอเชีย ความต้องการอาจแตะ 20 ล้านตันต่อปีภายในปี 2035
ใช้ในโรงไฟฟ้าชีวมวลและผสมกับถ่านหิน (Co-firing) ภายใต้นโยบาย Feed-in Tariff (FiT)
เร่งเดินหน้า Net Zero → Wood Pellets เป็นเชื้อเพลิงหลัก
เกาหลีใต้:
ผู้นำเข้าอันดับต้นๆ ของเอเชีย (3–4 ล้านตันต่อปี)
ใช้ในโรงไฟฟ้าเป็นหลัก แม้จะเริ่มปรับลดสิทธิประโยชน์ทางภาษี (REC)
จีน:
ผู้ผลิตรายใหญ่ แต่หันมาใช้ในประเทศมากขึ้นเพื่อลดมลพิษทางอากาศ
ใช้แทนถ่านหินในโรงไฟฟ้าขนาดเล็กและการทำความร้อนในครัวเรือน
สิงคโปร์:
แม้ไม่มีฐานการผลิตใหญ่ แต่ทำหน้าที่เป็น Trading Hub สำคัญในภูมิภาค
ใช้ในเชิงอุตสาหกรรมและการวิจัยพลังงานสะอาด
ไทย:
ผลิตได้มากกว่า 1.1 แสนตันต่อปี และมีแนวโน้มขยายตัว
จากผู้ส่งออกสู่การใช้ในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า
ศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกไปญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
การใช้ Wood Pellets จะช่วยให้ไทยรับมือ CBAM และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
 

RENEWABLE AGRICULTURAL ENERGY : -ที่น่าจับตา

Black Pellets (Torrefied Pellets): ค่าความร้อนสูง กันน้ำได้ ใช้แทนถ่านหินโดยไม่ต้องปรับเครื่องจักร
Agricultural Residue Pellets: ใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร สอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและ Net Zero
 

✨ สรุปทิศทางและแนวโน้มการใช้งาน Wood Pellets 

ในวันที่โลกเผชิญ สงครามน้ำมันและก๊าซ พร้อมแรงกดดันจาก CBAM และ Net Zero Wood Pellets ไม่ใช่แค่เชื้อเพลิงทางเลือก แต่คือ พลังงานหมุนเวียนที่สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พร้อมพาโลกก้าวสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างมั่นใจ

 SO OK TRADING : พันธมิตรทางธุรกิจของคุณ : SO OK TRADING : FAST SHARP RELIABLE : 

หากท่านมีความสนใจต้องการใช้ WOOD PELLETS ท่านสามารถติดต่อหาเราโดยตรงได้ที่ WEBSITE : WWW.SOOKTRADING.COM CONTRACT US --> GIVE INQUIRY หรือ สามารถส่ง E-MAIL หาเราโดยตรงได้ที่ sooktrading@outlook.com

SO OK TRADING สามารถ SUPPLY WOOD PELLETS คุณภาพสูง และ ส่งมอบตรงเวลา ค่าความร้อนสูงกว่า 4,500 เพื่อ Support อุตสาหกรรมท่านได้ 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
Wood Pallet: เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด ลดโลกร้อน : พลังงานแห่งอนาคต
เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellets) ของเราทำจากขี้เลื่อยไม้ นำมาผ่านกระบวนการย่อยและลดความชื้นแล้วนำมาอัดเป็นแท่งจากนั้นจึงนำไปลดอุณหภูมิ ก่อนจัดเก็บใส่ถุงจัมโบ้ เพื่อรอการจัดส่ง โดยค่าความชื้น (Total Moisture Content) ที่ได้จะไม่เกิน 10% ได้ค่าความร้อนสูง (High-Heating Value) เหมาะกับการนำไปใช้งานเป็นเชื้อเพลิงในบอยเลอร์หรือเครื่องกำเนิดไอน้ำ (Boiler) หรือใช้ในเตาเผา (Stove) สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ
10 พ.ย. 2025
RDF (เชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้และขยะ): เชื้อเพลิง RDF คืออะไร และ ทำประโยชน์อะไรกับ Green Energy ได้บ้าง
Refuse Derived Fuel : RDF โดยทั่วไปนิยมเรียกว่า เชื้อเพลิงขยะ แต่สำหรับคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนช. เรียกว่า ก้อนเชื้อเพลิงขยะ และได้มีการพิจารณาศึกษา RDF ซึ่งเป็นประโยชน์กับการจัดการขยะชุมชน รวมทั้งขยะอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ขยะอันตราย ซึ่งมีการทิ้งปะปนกันจนแยกออกได้ยาก จึงขออนุญาตสรุปเนื้อหาของผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการพร้อมแนวคิดจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางการจัดการขยะแบบไทยๆ ดังนี้ การผลิต RDF เป็นแนวทางที่ประเทศพัฒนาแล้วใช้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพื้นยุโรป เช่น เยอรมนี สวีเดน ฟินแลนด์ ฯลฯ ทั้งขยะใหม่และขยะเก่าที่ตกค้างในบ่อฝังกลบ สามารถนำมาผลิต RDF ได้ดี การผลิต RDF สามารถทำได้โดยเทคโนโลยีคนไทย เครื่องจักรผลิตในไทย ไปจนถึงการนำเข้าเครื่องจักรคุณภาพสูงจากต่างประเทศในกรณีที่ต้องการผลิตจำนวนมากๆ ตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป เมื่อปี พ.ศ. 2557 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ศึกษาพื้นที่ศักยภาพเบื้องต้นว่า มีการผลิต RDF ไม่น้อยกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ จากการสำรวจพื้นที่ผลิต RDF 21 แห่ง ใน 15 จังหวัด พบว่ามีการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนสู่ชุมชน 570 ล้านบาท สามารถคืนทุนได้ในเวลา 10-13 ปี ราคาขายของ RDF เริ่มต้นตันละ 500-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพและค่าความร้อนของ RDF (ปกติอยู่ระหว่าง 3,000-5,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม) ปัญหาของการผลิต RDF ก็คือ ตลาด ซึ่งมีผู้ซื้อน้อยราย ความต้องการใช้ RDF น้อยกว่าปริมาณที่มีการผลิต อีกทั้งจุดรับซื้อมีเพียงไม่กี่จุดทั่วประเทศ เท่าที่มีโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ จากการที่มีการผลิต RDF จากบ่อฝังกลบและจากขยะใหม่ในปริมาณมาก RDF จึงล้นตลาดจนราคาซื้อขายไม่คุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงขยะส่วนใหญ่ก็มีภาระในการจัดการขยะตามสัญญากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อราคาตํ่ามากๆ ทำให้เชื้อเพลิง RDF ถูกนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการ ดังนั้น สมาคมการค้าพลังงานขยะ จึงได้มีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ให้มีการสนับสนุนยกระดับเชื้อเพลิงขยะให้เป็นเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดธุรกิจการค้าที่มั่นคงและเป็นที่ยอมรับของสถาบันการเงินต่างๆ พร้อมกันนี้ทางสมาคมการค้าพลังงานขยะ ยังได้มีเสนอแนวทางการจัดประเภทของ RDF ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย เพื่อสะดวกต่อการส่งเสริมของภาครัฐและสามารถกำหนดราคาซื้อขายได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ประเภท กระบวนการผลิตเชื้อเพลิง (Method of Manufacture) กลุ่มลูกค้าที่ใช้ RDF RDFRDF – 1 RDF เกรดพรีเมียม (Solid Recovered Fuel : SRF) ผ่านการย่อย-คัดแยกชนิด และขนาดด้วยเครื่องจักร มีขนาด RDF 50-100 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม RDF – 2 RDF คุณภาพสูง ผ่านเครื่องย่อย-คัดแยกชนิดและขนาด RDF มีขนาด 90-150 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และเป็นเชื้อเพลิงเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวล RDF – 3 RDF คุณภาพปานกลาง ผ่านการย่อยและคัดแยกเบื้องต้น ขนาด RDF 200-300 มิลลิเมตร ค่าความร้อนปานกลาง-สูง โรงไฟฟ้าขยะทั่วไป RDF – 4 RDF จากบ่อฝังกลบ ผ่านการร่อนด้วยเครื่องจักร แยกดินออก RDF มีขนาดใหญ่เล็กตามสภาพ ต้องนำไปปรับปรุงคุณภาพก่อนใช้เป็นเชื้อเพลิง ลูกค้าที่มีระบบปรับปรุงคุณภาพขยะ ขอยกตัวอย่างบทสรุปจากสมุดปกขาว “เชื้อเพลิงขยะ (RDF) ทางออกของการจัดการขยะชุมชน” 1. โรงงานปูนซีเมนต์ทั้ง 4 แห่งในประเทศไทย ที่รับซื้อ RDF ในพื้นที่มีไม่ทั่วถึงเพียงพอที่จะรับขยะชุมชน 2. ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนบน ไม่มีโรงงานปูนซีเมนต์ตั้งอยู่ 3. ราคาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล มีผลต่อราคาและการรับซื้อ RDF 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ ไม่รู้วิธีการผลิต RDF ให้ได้คุณภาพ เพื่อให้ได้ราคาดี 5. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ชุมชนผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF ที่มีคุณภาพโดยผ่านการทำสัญญาแบบ Supply Chain ในระยะยาว และสร้างระบบประกันคุณภาพและราคาขาย รวมทั้งค่าขนส่งสามารถปรับตามราคาเชื้อเพลิง 6. การผลิต RDF มุ่งเน้นการกำจัดขยะที่ตกค้างและเกิดขึ้นใหม่อย่างเป็นระบบ ควรใช้เป็นโอกาสให้มีผลต่อการคัดแยกขยะ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนไทยในอนาคต 7. การผลิต RDF มีผลประโยชน์ร่วมหลายด้าน เช่น ลดปัญหานํ้าเสีย การแพร่ระบาดของโรค สร้างรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ได้พื้นที่ขยะที่ฝังกลบหรือกองทิ้งมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดความขัดแย้ง และเป็นการร่วมกับประชาคมโลกในการลดภาวะโลกร้อน “ขยะไม่ใช่ทอง แต่เป็นของเสียที่ต้องช่วยกันกำจัด” RDF 3: Recycling Energy
24 พ.ย. 2025
เกษตรไทย 2569: พลิกเกมสู่มูลค่าสูง ฝ่าความเสี่ยง สร้างโอกาสใหม่สู่โลกการค้า SO OK TRADING เปิดมุมมอง — เติบโตอย่างมีความเสี่ยง แต่เต็มไปด้วยโอกาส   Thai Agriculture 2026: From Local Fields to Global Value
เกษตรไทย 2569: พลิกเกมสู่มูลค่าสูง ท่ามกลางความเสี่ยงและโอกาส SO OK TRADING | 2 AUG 2026 ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคใหม่ของการเกษตร — จากการขายวัตถุดิบขั้นต้น สู่การสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ผ่านสินค้าเกษตรแปรรูป ผลไม้พรีเมียม และผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
2 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy