แชร์

“ทองคำ 2026: จากสินทรัพย์ปลอดภัยสู่ Super Bull Run — ทะยานสู่ภาวะวิกฤต และลุ้นปรับฐานแตะ 100,000 บาท หรือ 8,000 USD/ONZ."

อัพเดทล่าสุด: 1 มี.ค. 2026
1795 ผู้เข้าชม

ราคาทองคำทะยานสู่ภาวะวิกฤต: Safe Haven แห่งปี 2569

ต้นเดือนมีนาคม 2569 ตลาดทองคำทั่วโลกกำลังร้อนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังความตึงเครียด และ สงครม ระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน และการมีส่วนร่วมของอิสราเอล จุดชนวนให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกแห่เข้าซื้ออย่างไม่หยุดยั้ง

ตลาดโลก (Gold Spot)

ความผันผวนรุนแรง: ราคาทองคำพุ่งทะลุ $5,260 – $5,600 ต่อออนซ์ในช่วงปลายกุมภาพันธ์ จากแรงซื้อแบบ Safe Haven
การย่อตัวระยะสั้น: ข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านทำให้ราคาย่อตัวลงมาที่ $5,270 แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง
แนวโน้มระยะสั้น: แนวต้านสำคัญอยู่ที่ $5,300 – $5,400 หากทะลุได้จะเข้าสู่โซน Fear Trade ที่อาจพุ่งไปถึง $5,600
แนวโน้มระยะกลาง: หากสงครามบานปลายเข้าสู่ Parabolic Phase ในไตรมาส 2 ราคามีโอกาสแตะ $8,000 ต่อออนซ์


มุมมองสถาบันการเงิน:ต่อราคาทองคำ
UBS และ SocGen คาดการณ์ $6,000 – $7,200
JP Morgan ตั้งเป้าสิ้นปีที่ $6,300
Goldman Sachs มองแนวต้านที่ $5,400
 
ราคาทองคำไทย (ทองแท่ง 96.5%)

สถานะปัจจุบัน (1 มี.ค. 2569): ราคาขายออกอยู่ที่ 77,600 – 78,000 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 12,650 บาทจากต้นปี
การปรับตัวแรง: มีรายงานว่าราคาทองไทยปรับขึ้นวันเดียวกว่า 1,450 บาท
แนวโน้มไตรมาส 2: มีโอกาสยืนเหนือ 80,000 – 85,000 บาทอย่างมั่นคง
เป้าหมายสูงสุดปีนี้: หากสงครามยืดเยื้อ ราคามีโอกาสแตะ 100,000 บาทต่อบาททองคำ 
 
ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำที่ต้องจับตา

สถานการณ์ทางทหาร: การโจมตีโครงสร้างน้ำมันหรือช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นตัวเร่งราคาทันที
ราคาน้ำมัน: หากพุ่งขึ้น 10–20% จะสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อและผลักทองเข้าสู่ภาวะ Super Bullish
นโยบายสหรัฐฯ: การกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ และมาตรการภาษีใหม่ (Tariff) เพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก
แรงซื้อจากธนาคารกลาง: การสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นฐานรองรับที่แข็งแกร่ง
นโยบายดอกเบี้ย Fed: หากมีการปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย
 
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ : ทิศทางและแนวโน้ม

นักลงทุนสายสั้น: จับตาแนวต้าน $5,400 และ $5,600 หากทะลุได้จะเกิด Panic Buying
นักลงทุนสายยาว: หากราคาย่อตัวลงมาที่ $5,000 – $5,100 จากข่าวเจรจาสันติภาพ ถือเป็นจุดสะสมที่น่าสนใจ
คำเตือน: ตลาดอยู่ในภาวะ High Volatility ต้องติดตามประกาศพิเศษจากสมาคมค้าทองคำอย่างใกล้ชิด
 
✨ สรุปภาพรวมทิศทางราคาทองคำ BY SO OK TRADING 

ทองคำกำลังเข้าสู่รอบพุ่งทะยานที่คล้ายกับวิกฤตพลังงานปี 1979 แต่ครั้งนี้แรงหนุนมาจากทั้งภูมิรัฐศาสตร์, ราคาน้ำมัน, และนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้โอกาสเห็นราคาทะลุ $6,000 – $8,000 ภายในปีเดียวเป็นไปได้จริง

สำหรับนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาที่ต้องใช้ทั้ง ความกล้าและความระมัดระวัง เพราะทุกการเคลื่อนไหวของสงครามสามารถเปลี่ยนกราฟทองคำได้ในชั่วข้ามคืน

 **** SO OK TRADING พันธมิตร และ คู่ธุรกิจของคุณ **** - ติดต่อเราได้ที่ www.sooktrading.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
ทิศทาง และ แนวโน้มราคาพลวงแท่ง 2021-2030 BY SO OK TRADING
ราคาพลวงแท่ง (Antimony Ingot) ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 25,450 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน (FOB จีน, ความบริสุทธิ์ 99.65%) และในตลาดยุโรปอยู่ที่ราว 34,000–35,500 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2025 ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านอุปทานและความต้องการที่ยังคงทรงตัวในตลาดโลก. - ตลาดยุโรป (99.65% Sb): 34,000–35,500 USD/เมตริกตัน (31 ธ.ค. 2025) - (ROTTERDAM PRICE) *** เป็นเงินไทยไประมาณ 1.15 - 1.2 MB ซึงปรับตัวลดลงจากช่วงกลางปี 2025 ที่เคยสูงสุดที่ระดับ 48,000 - 52,000 USD/MT อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากการจำกัดการส่งออกของรัฐบาลจีน
5 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy