แชร์

“ทองคำ 2026: จากสินทรัพย์ปลอดภัยสู่ Super Bull Run — ทะยานสู่ภาวะวิกฤต และลุ้นปรับฐานแตะ 100,000 บาท หรือ 8,000 USD/ONZ."

อัพเดทล่าสุด: 1 มี.ค. 2026
1811 ผู้เข้าชม

ราคาทองคำทะยานสู่ภาวะวิกฤต: Safe Haven แห่งปี 2569

ต้นเดือนมีนาคม 2569 ตลาดทองคำทั่วโลกกำลังร้อนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังความตึงเครียด และ สงครม ระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน และการมีส่วนร่วมของอิสราเอล จุดชนวนให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกแห่เข้าซื้ออย่างไม่หยุดยั้ง

ตลาดโลก (Gold Spot)

ความผันผวนรุนแรง: ราคาทองคำพุ่งทะลุ $5,260 – $5,600 ต่อออนซ์ในช่วงปลายกุมภาพันธ์ จากแรงซื้อแบบ Safe Haven
การย่อตัวระยะสั้น: ข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านทำให้ราคาย่อตัวลงมาที่ $5,270 แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง
แนวโน้มระยะสั้น: แนวต้านสำคัญอยู่ที่ $5,300 – $5,400 หากทะลุได้จะเข้าสู่โซน Fear Trade ที่อาจพุ่งไปถึง $5,600
แนวโน้มระยะกลาง: หากสงครามบานปลายเข้าสู่ Parabolic Phase ในไตรมาส 2 ราคามีโอกาสแตะ $8,000 ต่อออนซ์


มุมมองสถาบันการเงิน:ต่อราคาทองคำ
UBS และ SocGen คาดการณ์ $6,000 – $7,200
JP Morgan ตั้งเป้าสิ้นปีที่ $6,300
Goldman Sachs มองแนวต้านที่ $5,400
 
ราคาทองคำไทย (ทองแท่ง 96.5%)

สถานะปัจจุบัน (1 มี.ค. 2569): ราคาขายออกอยู่ที่ 77,600 – 78,000 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 12,650 บาทจากต้นปี
การปรับตัวแรง: มีรายงานว่าราคาทองไทยปรับขึ้นวันเดียวกว่า 1,450 บาท
แนวโน้มไตรมาส 2: มีโอกาสยืนเหนือ 80,000 – 85,000 บาทอย่างมั่นคง
เป้าหมายสูงสุดปีนี้: หากสงครามยืดเยื้อ ราคามีโอกาสแตะ 100,000 บาทต่อบาททองคำ 
 
ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำที่ต้องจับตา

สถานการณ์ทางทหาร: การโจมตีโครงสร้างน้ำมันหรือช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นตัวเร่งราคาทันที
ราคาน้ำมัน: หากพุ่งขึ้น 10–20% จะสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อและผลักทองเข้าสู่ภาวะ Super Bullish
นโยบายสหรัฐฯ: การกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ และมาตรการภาษีใหม่ (Tariff) เพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก
แรงซื้อจากธนาคารกลาง: การสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นฐานรองรับที่แข็งแกร่ง
นโยบายดอกเบี้ย Fed: หากมีการปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย
 
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ : ทิศทางและแนวโน้ม

นักลงทุนสายสั้น: จับตาแนวต้าน $5,400 และ $5,600 หากทะลุได้จะเกิด Panic Buying
นักลงทุนสายยาว: หากราคาย่อตัวลงมาที่ $5,000 – $5,100 จากข่าวเจรจาสันติภาพ ถือเป็นจุดสะสมที่น่าสนใจ
คำเตือน: ตลาดอยู่ในภาวะ High Volatility ต้องติดตามประกาศพิเศษจากสมาคมค้าทองคำอย่างใกล้ชิด
 
✨ สรุปภาพรวมทิศทางราคาทองคำ BY SO OK TRADING 

ทองคำกำลังเข้าสู่รอบพุ่งทะยานที่คล้ายกับวิกฤตพลังงานปี 1979 แต่ครั้งนี้แรงหนุนมาจากทั้งภูมิรัฐศาสตร์, ราคาน้ำมัน, และนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้โอกาสเห็นราคาทะลุ $6,000 – $8,000 ภายในปีเดียวเป็นไปได้จริง

สำหรับนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาที่ต้องใช้ทั้ง ความกล้าและความระมัดระวัง เพราะทุกการเคลื่อนไหวของสงครามสามารถเปลี่ยนกราฟทองคำได้ในชั่วข้ามคืน

 **** SO OK TRADING พันธมิตร และ คู่ธุรกิจของคุณ **** - ติดต่อเราได้ที่ www.sooktrading.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
2 มีนาคม 2026 : สงครามสะเทือนตลาดโลก — ค่าเงินผันผวน น้ำมันพุ่ง หุ้นร่วง โลหะปรับแรง ทองคำทะยาน สรุปครบทุกมิติในที่เดียว : บทความโดย SO OK TRADING
สรุปสถานการณ์ตลาดโลก 2 มีนาคม 2569 สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จุดชนวนให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่โหมด “Risk-off” อย่างรุนแรง — ค่าเงินผันผวน หุ้นร่วง น้ำมันพุ่ง และทองคำทะยาน บทความนี้สรุปครบทุกมิติ: ค่าเงินโลกและเงินบาท ตลาดหุ้นจากสหรัฐฯ ถึงเอเชีย ราคาน้ำมันที่พุ่งแรง ทองคำและพันธบัตรในฐานะ Safe-haven โลหะพื้นฐานและแร่หายาก แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและโลกในไตรมาส 2 ในภาวะที่ “วิกฤตคือโอกาส” SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรการค้าระดับโลก ส่งออกผลไม้พรีเมียม ข้าว โลหะ และพลังงานสะอาด เพื่อให้ธุรกิจไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นใจ
2 มี.ค. 2026
ราคาทองตอนนี้พุ่งสูงไม่หยุด จะไปหยุดที่จักรวาลเลยไม๊ : BY SO OK TRADING
ราคาทองคำต้นปี 2026 ณ วันที่ 5 มกราคม 2568 อยู่ที่ประมาณ 4,300–4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์หลังจากปี 2025 ที่ราคาพุ่งแรง,มาตลอดทั้งปี โดยแนวโน้มปีนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า นโยบายการค้าระหว่างชาติ การคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และ นโยบายเกี่ยวเนื่องอื่นๆ และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางหลายประเทศ ภาพรวมราคาทองคำต้นปี 2026 - ราคาล่าสุด (5 มกราคม 2026): อยู่ในช่วง 4,400 - 4,450 USD/oz - แนวโน้มปี 2025: ราคาทองคำปิดปีด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ (Always New High) สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนและธนาคารกลาง - สถานะตลาด: ทองคำไม่ได้ถูกมองแค่เป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อระยะสั้น แต่เป็นการจัดสรรเชิงกลยุทธ์ในพอร์ตการลงทุน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ - นโยบายการเงินสหรัฐ (Fed): ความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026 ช่วยหนุนราคาทองคำ - เงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก: ความกังวลเรื่องภาวะถดถอยและเงินเฟ้อทำให้นักลงทุนหันมาถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย - ธนาคารกลางทั่วโลก: หลายประเทศยังคงเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงในทุนสำรอง - ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์: สงคราม ความตึงเครียดระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็นแรงหนุนราคาทองคำ แนวโน้มปี 2026 - ฐานราคา: คาดว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 4,300–5,500 USD/oz --> มีโอกาสทะลุ 5,000 USD/oz ขึ้นไปสูงมาก - โอกาสปรับขึ้น: หาก Fed ลดดอกเบี้ยเร็วหรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรง หรือมีปัจจัยอื่นๆ เสริมแรง ราคามีโอกาสทะลุ 5,500 USD/oz - ความเสี่ยงปรับลง: หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วและดอกเบี้ยยังสูง ราคาทองคำอาจปรับฐานลงใกล้ 4,000 USD/oz --->โอกาสมี แต่น้อย ตอนนี้ยังเป็นขาขึ้น สรุปสำหรับผู้ลงทุนทอง - ระยะสั้น: จับตาการประชุม Fed, นโยบายทางเศรษฐกิจของนานาประเทศ , การจำกัดการส่งออกทรัพยากรของจีน การลดการพึ่งพา USD, ข่าวนโยบายการค้า - ระยะกลาง–ยาว: ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและเหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยง ---> ราคาน่าจะวิ่งขึ้นได้อีก สรุป: ราคาทองคำปี 2026 ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มทรงตัว–ขยับขึ้น โดยมีแรงหนุนจากนโยบายการเงินสหรัฐ ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ --> ทิศทางขาขึ้น แต่ ดูปัจจัยแวดล้อมประกอบ ดูทิศทางขึ้นแน่ อาจมีย่อบางช่วงแต่โดยรวมขึ้น
6 ม.ค. 2026
บรรจุภัณฑ์ อลูมิเนียมไทย  : Green Packaging: ทิศทางและแนวโน้มอุตสาหกรรม
บรรจุภัณฑ์อลูมิเนียมไทย: จุดเปลี่ยนสู่ความยั่งยืนระดับโลก
27 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy