แชร์

“ทองคำ 2026: จากสินทรัพย์ปลอดภัยสู่ Super Bull Run — ทะยานสู่ภาวะวิกฤต และลุ้นปรับฐานแตะ 100,000 บาท หรือ 8,000 USD/ONZ."

อัพเดทล่าสุด: 1 มี.ค. 2026
67 ผู้เข้าชม

ราคาทองคำทะยานสู่ภาวะวิกฤต: Safe Haven แห่งปี 2569

ต้นเดือนมีนาคม 2569 ตลาดทองคำทั่วโลกกำลังร้อนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังความตึงเครียด และ สงครม ระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน และการมีส่วนร่วมของอิสราเอล จุดชนวนให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนทั่วโลกแห่เข้าซื้ออย่างไม่หยุดยั้ง

ตลาดโลก (Gold Spot)

ความผันผวนรุนแรง: ราคาทองคำพุ่งทะลุ $5,260 – $5,600 ต่อออนซ์ในช่วงปลายกุมภาพันธ์ จากแรงซื้อแบบ Safe Haven
การย่อตัวระยะสั้น: ข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านทำให้ราคาย่อตัวลงมาที่ $5,270 แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง
แนวโน้มระยะสั้น: แนวต้านสำคัญอยู่ที่ $5,300 – $5,400 หากทะลุได้จะเข้าสู่โซน Fear Trade ที่อาจพุ่งไปถึง $5,600
แนวโน้มระยะกลาง: หากสงครามบานปลายเข้าสู่ Parabolic Phase ในไตรมาส 2 ราคามีโอกาสแตะ $8,000 ต่อออนซ์


มุมมองสถาบันการเงิน:ต่อราคาทองคำ
UBS และ SocGen คาดการณ์ $6,000 – $7,200
JP Morgan ตั้งเป้าสิ้นปีที่ $6,300
Goldman Sachs มองแนวต้านที่ $5,400
 
ราคาทองคำไทย (ทองแท่ง 96.5%)

สถานะปัจจุบัน (1 มี.ค. 2569): ราคาขายออกอยู่ที่ 77,600 – 78,000 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 12,650 บาทจากต้นปี
การปรับตัวแรง: มีรายงานว่าราคาทองไทยปรับขึ้นวันเดียวกว่า 1,450 บาท
แนวโน้มไตรมาส 2: มีโอกาสยืนเหนือ 80,000 – 85,000 บาทอย่างมั่นคง
เป้าหมายสูงสุดปีนี้: หากสงครามยืดเยื้อ ราคามีโอกาสแตะ 100,000 บาทต่อบาททองคำ 
 
ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำที่ต้องจับตา

สถานการณ์ทางทหาร: การโจมตีโครงสร้างน้ำมันหรือช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นตัวเร่งราคาทันที
ราคาน้ำมัน: หากพุ่งขึ้น 10–20% จะสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อและผลักทองเข้าสู่ภาวะ Super Bullish
นโยบายสหรัฐฯ: การกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ และมาตรการภาษีใหม่ (Tariff) เพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก
แรงซื้อจากธนาคารกลาง: การสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นฐานรองรับที่แข็งแกร่ง
นโยบายดอกเบี้ย Fed: หากมีการปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย
 
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำ : ทิศทางและแนวโน้ม

นักลงทุนสายสั้น: จับตาแนวต้าน $5,400 และ $5,600 หากทะลุได้จะเกิด Panic Buying
นักลงทุนสายยาว: หากราคาย่อตัวลงมาที่ $5,000 – $5,100 จากข่าวเจรจาสันติภาพ ถือเป็นจุดสะสมที่น่าสนใจ
คำเตือน: ตลาดอยู่ในภาวะ High Volatility ต้องติดตามประกาศพิเศษจากสมาคมค้าทองคำอย่างใกล้ชิด
 
✨ สรุปภาพรวมทิศทางราคาทองคำ BY SO OK TRADING 

ทองคำกำลังเข้าสู่รอบพุ่งทะยานที่คล้ายกับวิกฤตพลังงานปี 1979 แต่ครั้งนี้แรงหนุนมาจากทั้งภูมิรัฐศาสตร์, ราคาน้ำมัน, และนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้โอกาสเห็นราคาทะลุ $6,000 – $8,000 ภายในปีเดียวเป็นไปได้จริง

สำหรับนักลงทุน นี่คือช่วงเวลาที่ต้องใช้ทั้ง ความกล้าและความระมัดระวัง เพราะทุกการเคลื่อนไหวของสงครามสามารถเปลี่ยนกราฟทองคำได้ในชั่วข้ามคืน

 **** SO OK TRADING พันธมิตร และ คู่ธุรกิจของคุณ **** - ติดต่อเราได้ที่ www.sooktrading.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
Supercycle 2569: วันที่โลกทั้งใบซื้อโลหะมีค่า : จากดอลลาร์อ่อนถึงสงคราม USA–IRAN: จุดเปลี่ยนของตลาดโภคภัณฑ์โลก บทความโดย SO OK TRADING
ซูเปอร์ไซเคิล 2569: วันที่ตลาดโลหะและสินค้าโภคภัณฑ์สร้างประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ตลาดโลหะและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกได้เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทองคำ เงิน ทองแดง และอะลูมิเนียม ต่างพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) พร้อมกัน สะท้อนภาพของ “ซูเปอร์ไซเคิล” ที่ชัดเจน แรงหนุนสำคัญมาจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐอย่างรวดเร็ว ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน นโยบายจำกัดการส่งออกของจีน และความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) SO OK TRADING มองว่าการพุ่งขึ้นครั้งนี้คือ “จุดเปลี่ยนของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลก” พร้อมนำเสนอแนวโน้มราคาและกลยุทธ์การลงทุนสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป แม้ตลาดยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น (Bullish Trend) แต่สัญญาณความร้อนแรงและความเสี่ยงจากการปรับฐานก็เพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนจึงต้องใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบและบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด อัปเดตตลาด ในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ราคาทองคำ ได้ปรับตัวลดลงจาก 5,600 ดอลลาร์/ออนซ์ ลงมาที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ ราคาสilver ก็ปรับตัวลดลงจาก 122 ดอลลาร์/ออนซ์ ลงมาที่ 115 ดอลลาร์/ออนซ์ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงในการปรับฐานหลังจากราคาพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษในภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง และเน้นการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด พร้อมวางกลยุทธ์ Stop Loss เพื่อป้องกันความเสียหายจากการแกว่งตัวแรงของราคา.
30 ม.ค. 2026
จับตาค่าเงินบาทวีค 26/1/2026 - 31/1/2026  หลังทองทะลุ 5,000 USD/Onz บทความจาก SO OK TRADING
ทองทะลุ 5,000 USD/Onz , เงินจวนเจียน 105 USD/Onz นักลงทุนหนีจากดอลลาร์สหรัฐมาเก็บเงินในโลหะมีค่า จับตาค่าเงินว่าจะไปในทิศทางไหน และ จะมีผลต่อผู้ส่งออก และ นำเข้าอย่างไร เช้าวันที่ 26 มกราคม 2569 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 31.00–31.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยนสำคัญ ได้แก่: - USD/THB: 31.00–31.08 - JPY/THB: 100 เยน ≈ 19.80–20.00 บาท - EUR/THB: ≈ 36.38 บาท - CNY/THB: ≈ 4.44 บาท
26 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy