จากเจรจาสู่แรงสั่นสะเทือน: เกมกดดันสหรัฐฯ–อิหร่าน เขย่าเศรษฐกิจโลก ผ่านพลังงาน เงินทุน และทองคำ

สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก (ปลายกุมภาพันธ์ 2569) : บทความโดย SO OK TRADING
ภาพรวมการเมืองและการทูต
การเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม แม้จะมีสัญญาณความคืบหน้าบางส่วน ทั้งสองฝ่ายนัดหารือใหม่ในสัปดาห์หน้า แต่ความไม่ไว้วางใจยังคงสูงมาก ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงยึดแนวทาง “Maximum Pressure” ใช้มาตรการภาษีและแรงกดดันทางทหารเพื่อบีบให้อิหร่านยอมทำข้อตกลงใหม่ที่เอื้อประโยชน์ต่อสหรัฐฯ
ความตึงเครียดทางทหาร
สหรัฐฯ เคลื่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบินและกำลังพลเข้าพื้นที่เพื่อสร้างแรงกดดันทางการทูตควบคู่กับการแสดงแสนยานุภาพ อิสราเอลได้รับการสนับสนุนอาวุธและฝูงบินรบล่องหน พร้อมเปิดฉากโจมตีหากการเจรจาล้มเหลว ด้านอิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ทันที โดยล็อกเป้าฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ผลกระทบต่อตลาดหุ้น
สถานการณ์นี้ทำให้เกิดภาวะ “Risk-off” นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรุนแรง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป เช่น S&P 500 และ DAX มักปรับตัวลงทันทีจากความกังวลต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ
ตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงไทย มักได้รับผลกระทบหนักกว่า เพราะเงินทุนไหลกลับไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยในสหรัฐฯ
กลุ่มอุตสาหกรรมที่เสียหายหนัก ได้แก่ สายการบินและขนส่ง (ต้นทุนน้ำมันสูงขึ้น), เทคโนโลยี และอุปโภคบริโภค (ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย)
กลุ่มที่อาจสวนกระแส ได้แก่ พลังงาน (ราคาน้ำมันสูงดันกำไร), อาวุธและป้องกันประเทศ (คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น), และสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ พันธบัตรสหรัฐฯ และเงินดอลลาร์
ราคาน้ำมัน
ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรงจาก “เบี้ยความเสี่ยงสงคราม”
WTI ปิดที่ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (+2.8%)
Brent ปิดที่ 72.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (+2.9%)
ตลาดกังวลว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกขัดขวาง ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงเกินคาดยิ่งซ้ำเติมภาวะตึงตัว ในไทย กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มการชดเชยเพื่อคงราคาขายปลีกไม่ให้กระทบค่าครองชีพ
ราคาทองคำและโลหะมีค่า
ทองคำพุ่งแรงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ทองคำแท่งในประเทศ: รับซื้อ 77,400 บาท ขายออก 77,600 บาท
Gold Spot: เคลื่อนไหวเหนือ 5,100 – 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
JP Morgan ปรับคาดการณ์สิ้นปี 2569 ขึ้นไปที่ 6,300 ดอลลาร์ หากสงครามยืดเยื้อ
เงิน (Silver) ขยับขึ้นตามทอง แต่ผันผวนกว่า เพราะมีบทบาททั้งในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและโลหะอุตสาหกรรม ส่วนแพลทินัมและพัลลาเดียมเสี่ยง Supply Shock หากการขนส่งสะดุด
โลหะพื้นฐาน
อลูมิเนียม: ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 3,100 – 3,200 ดอลลาร์ต่อตัน เพราะต้นทุนพลังงานสูงและความเสี่ยงด้านการขนส่ง
ทองแดง: เคลื่อนไหวที่ 13,100 – 13,200 ดอลลาร์ต่อตัน ระยะสั้นพยุงด้วยต้นทุนขนส่งและความต้องการในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ แต่ระยะยาวเสี่ยงถูกกดดันหากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ค่าเงิน
ภายใต้ความตึงเครียด นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ค่าเงินหลักเคลื่อนไหวดังนี้
ดอลลาร์สหรัฐ (USD) แข็งค่าขึ้น ดัชนี DXY อยู่ที่ 97.7 – 97.8 และมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง
เงินหยวน (CNY) อ่อนค่าลงอยู่ที่ 6.85 – 6.86 ต่อดอลลาร์ จากต้นทุนพลังงานสูงและเงินทุนไหลออก
เงินบาท (THB) อ่อนค่าอยู่ที่ 31.00 – 31.23 บาทต่อดอลลาร์ จากการนำเข้าน้ำมัน แต่ราคาทองคำที่พุ่งช่วยพยุงไม่ให้อ่อนแรงเกินไป แนวโน้มสัปดาห์หน้าผันผวนในกรอบ 31.00 – 31.60 บาทต่อดอลลาร์
สรุปภาพรวม โดย SO OK TRADING
สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านอยู่ในจุดเปราะบางที่สุด หากการเจรจาสัปดาห์หน้าล้มเหลว ความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีแบบจำกัดวงจะเพิ่มสูงขึ้นทันที ตลาดโลกจะเผชิญความผันผวนรุนแรง ทั้งหุ้น น้ำมัน ทองคำ และค่าเงิน นักลงทุนจึงต้องจับตาการประชุม OPEC+ และการเจรจารอบใหม่อย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะสั้นถึงกลางปีนี้
SO OK TRADING พันธมิตรธุรกิจของคุณ : ต้องการข้อมูล หรือ หาสินค้าเพื่อใช้งานในอุตสาหกรรมของท่านกรุณาติดต่อ www.sooktrading.com


