แชร์

อนาคตเชื้อเพลิงชีวภาพ และ เชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อทดแทนพลังงานถ่านหิน บทความโดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 28 ก.พ. 2026
2386 ผู้เข้าชม

เชื้อเพลิงชีวภาพและชีวมวลทดแทนถ่านหิน (CLEAN ENERGY FOR CARBON CREDIT and CBM) บทความโดย SO OK TRADING 
 

ภาพรวมตลาดเชื้อเพลิงชีวภาพ

มูลค่าตลาดโลกคาดว่าจะสูงถึง 257.61 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2574
อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 7.2% ในช่วงปี 2568–2575
ความต้องการจาก จีนและสหรัฐฯ ทำให้ราคาวัตถุดิบ เช่น น้ำมันปาล์มและ UCO (Used Cooking Oil) พุ่งสูง
 

แนวโน้มรายภูมิภาค

สหรัฐฯ และบราซิล: ผู้นำการผลิตเอทานอล (ข้าวโพด/อ้อย)
ยุโรป: เน้นก๊าซชีวภาพ (Biogas) และเข้มงวดการตรวจสอบน้ำมันปาล์ม
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้:
เวียดนาม: เปิดตัวน้ำมัน E10 ปี 2569
สิงคโปร์: ศึกษาการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในอุตสาหกรรมหนักเพื่อ Net Zero ปี 2593
 

✈️ ดาวรุ่งแห่งเอเชียตะวันออก: SAF และเชื้อเพลิงทางเรือ

จีน:
ยกเลิก Tax Rebate 13% สำหรับ UCO เพื่อใช้ผลิตในประเทศ
หันไปผลิต SAF ส่งออกยุโรปแทนไบโอดีเซล
ตั้งเป้าใช้ SAF ในประเทศ 50,000 ตันภายในปี 2568
เตรียมโควตาส่งออกน้ำมันเรือ B24 จำนวน 500,000 ตัน
ญี่ปุ่น:
บังคับใช้ SAF 10% ภายในปี 2573
Cosmo Oil เปิดโรงงาน SAF เชิงพาณิชย์แห่งแรกในปี 2568
สายการบิน JAL และ ANA เริ่มใช้ SAF พร้อมสร้างแพลตฟอร์มคาร์บอนเครดิต
เกาหลีใต้:
บังคับใช้ SAF และเชื้อเพลิงชีวภาพทางเรือในปี 2568–2569
ตั้งเป้าผลิต Biogas จากขยะอินทรีย์ 50% ภาครัฐ และ 10% เอกชน
เพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลเป็น 8% ภายในปี 2573

หมายเหตุ** SAF (Sustainable Aviation Fuel) หรือ เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน คือ น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน (Renewable) หรือของเสีย แทนการใช้ฟอสซิล มีคุณสมบัติทางเคมีคล้ายคลึงกับน้ำมันเจ็ทแบบดั้งเดิม (Jet A-1) จึงสามารถใช้กับเครื่องบินและโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ (Drop-in fuel)  


เชื้อเพลิงชีวมวลทดแทนถ่านหิน

ประเภทหลัก

Wood Pellets:
ผลิตจากเศษไม้/ขี้เลื่อย อัดเป็นเม็ดเล็ก ความชื้นต่ำ (<10%)
ค่าความร้อนสูงสม่ำเสมอ (4,000–4,500 kcal/kg)
ตลาดหลัก: ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, EU
ต้องมีใบรับรอง FSC, PEFC, SBP
Wood Chips:
ไม้สับเป็นชิ้นเล็ก ความชื้นสูง (30–50%)
ราคาถูก เหมาะกับโรงงานท้องถิ่นและอุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ
เทรนด์ใหม่: Mobile Chipping และการผลิตเกรดความชื้นต่ำ
RDF (Refuse Derived Fuel):
ผลิตจากขยะชุมชน (พลาสติก, กระดาษ, ยาง)
ค่าความร้อน 3,000–5,000 kcal/kg
ตลาดหลัก: โรงงานปูนซีเมนต์และ Waste-to-Energy
เทรนด์ใหม่: RDF เกรดพรีเมียม ควบคุมคลอรีนและโลหะหนัก
 

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ : สรุปการใช้งานเชื้อเพลิงในแต่ละชนิด (BIO MASS ENERGY) ทั้ง WOOD PELLETS , WOOD CHIP , RDF

Wood Pellets
ค่าความร้อน: สูงและสม่ำเสมอ
ราคา/หน่วยความร้อน: สูง
การขนส่ง: สะดวกที่สุด
สิ่งแวดล้อม: สะอาดที่สุด
Wood Chips
ค่าความร้อน: ปานกลาง ไม่สม่ำเสมอ
ราคา/หน่วยความร้อน: ต่ำ
การขนส่ง: ปานกลาง (น้ำหนักเบาแต่ชื้นมาก)
สิ่งแวดล้อม: สะอาด แต่เสี่ยงเน่าเสีย
RDF (เกรด 3–5)
ค่าความร้อน: สูง (ขึ้นกับเกรด)
ราคา/หน่วยความร้อน: ต่ำมาก
การขนส่ง: ดีถ้าอัดแท่ง
สิ่งแวดล้อม: มีมลพิษ ต้องใช้ระบบดักจับ
 
ราคาตลาดโดยประมาณ

Wood Pellets: 160–220 USD/ตัน (5,500–7,500 บาท)
Wood Chips: 130–150 USD/ตันแห้ง (BDMT)
RDF: 800–1,500 บาท/ตันในไทย (บางประเทศยุโรปถึงขั้นให้ฟรีเพราะมีเงินอุดหนุนจัดการขยะ)
 

 สรุปโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ ในการหาตลาดเชื้อเพลิงชีวภาพในแต่ละชนิด

Wood Pellets: ตลาดพรีเมียม เหมาะสำหรับส่งออกระยะไกล
Wood Chips: ตลาดท้องถิ่น เหมาะกับโรงงานใกล้เคียง
RDF: โอกาสเติบโตสูงในไทยและอาเซียน เป็นเชื้อเพลิงต้นทุนต่ำสำหรับอุตสาหกรรมหนัก
 

สรุปสุดท้ายจาก SO OK TRADING - BIO MASS

ตลาดเชื้อเพลิงชีวภาพและชีวมวลกำลังเปลี่ยนจาก “เชื้อเพลิงเสริม” ไปสู่ “เชื้อเพลิงหลัก” ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวตามมาตรฐานสากลและสร้างความแตกต่างด้านความยั่งยืน จะมีโอกาสครองตลาดโลกในยุค Net Zero ได้อย่างมั่นคง

 
หากท่านมีความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลทั้ง : Wood Pellets , Wood Chip , RDF ท่านสามารถติดต่อหาเราได้ที่ www.sooktrading.com --> Give Inquiry หรือท่านสามารถติดต่อหาเราโดยตรงได้ทางอีเมลล์ sooktrading@outlook.com ขอขอบคุณมากครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
“เงินบาทผันผวนกลางพายุโลก: ดอลลาร์พุ่ง น้ำมันแรง เศรษฐกิจไทยสั่นคลอน”: SO OK TRADING 28 MAY 2026
“เงินบาทผันผวนกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์: นักลงทุนต้องจับตาเกมดอลลาร์และราคาน้ำมันโลก”
28 พ.ค. 2026
“SO OK TRADING วิเคราะห์เจาะลึก: ดอลลาร์อ่อนแรง–เงินบาทพุ่งแรง สะท้อนทิศทางค่าเงินโลกสิงหาคม–กันยายน 2569”: 21 AUG 2026
ดอลลาร์อ่อนค่า–เงินบาทแข็งแรง: Outlook ค่าเงินโลก : SO OK TRADING : 22 AUGUST 2026 ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ตลาดเงินทั่วโลกกำลังจับตา “การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ” ซึ่งเกิดจากแรงกดดันหลายด้าน ทั้งแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed), ตัวเลขหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง และการโยกย้ายเงินทุนไปยังภูมิภาคที่เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วกว่าอย่างยุโรปและเอเชีย ผลลัพธ์คือ ค่าเงินบาทแข็งแรงขึ้นต่อเนื่อง แตะระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นและนักลงทุนไทยเริ่มเผชิญความเสี่ยงจาก FX Loss แม้ตลาดหุ้นต่างประเทศยังปรับตัวในเชิงบวก บทวิเคราะห์นี้จาก SO OK TRADING จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มค่าเงินโลกในช่วงสิงหาคม–กันยายน 2569 ทั้งภาพรวมของสกุลเงินหลัก (USD, EUR, GBP, JPY, CNY, SGD, AUD, KRW) และการเปรียบเทียบทิศทางนโยบายการเงินของ BOJ และ ECB ที่กำลังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดโลก พร้อมแนวทางบริหารความเสี่ยงและกลยุทธ์การลงทุนในช่วง “The September Cluster” — การประชุมธนาคารกลางใหญ่ 3 แห่ง (ECB, Fed, BoE) ที่จะกำหนดทิศทางค่าเงินโลกในไตรมาสสุดท้ายของปี
22 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy