แชร์

“SET Index ทะลุ 1,500 จุด: ตลาดกระทิงไทยเริ่มตื่นขึ้น —— บทความโดย SO OK TRADING”

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
2884 ผู้เข้าชม

ตลาดหุ้นไทยทะยานสู่แนวต้าน 1,500 จุด

ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยดัชนีปิดที่ 1,494.04 จุด (+14.33 จุด, +0.97%) ซึ่งถือเป็นการปิดบวกติดต่อกัน 6 สัปดาห์ และเช้าวันนี้ยังสามารถทะลุแนวต้านสำคัญ 1,500 จุด ได้สำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่คึกคักและความเชื่อมั่นที่กลับคืนมา

 

ปัจจัยบวกที่หนุนการฟื้นตัว

เสถียรภาพทางการเมือง: หลังการเลือกตั้ง กุมภาพันธ์ 2569 นักลงทุนมั่นใจว่ารัฐบาลใหม่จะเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
Fund Flow ไหลเข้า: นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ โดยเฉพาะหุ้น Big Cap ที่ยังมี Valuation น่าสนใจ
ผลประกอบการ Q4/2568 แข็งแกร่ง: กำไรบริษัทจดทะเบียนโตเกินคาดถึง 79% เมื่อเทียบปีก่อน
กองทุนวายุภักษ์ และ Thai ESG: สร้างแรงหนุนสภาพคล่องและกระตุ้นแรงซื้อในหุ้นพื้นฐานดี
การท่องเที่ยวฟื้นตัว: จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีน กลับมาเพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงแรม สนามบิน และท่องเที่ยว
 

ภาพรวม 10 ปีที่ผ่านมา

จุดสูงสุดประวัติการณ์: 1,830.1 จุด (ก.พ. 2561)
จุดต่ำสุดรอบ 4 ปี: 1,281.87 จุด (กลางปี 2567) จากวิกฤตความเชื่อมั่นและเงินทุนไหลออก
ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาว: 7.24% ต่อปี
Dividend Yield เฉลี่ย: 3.97% ดึงดูดนักลงทุนระยะยาว
 

แนวโน้มปี 2569

เป้าหมายดัชนีสิ้นปี: ส่วนใหญ่คาดที่ 1,430 – 1,460 จุด แต่บางโบรกเกอร์มองว่ามีโอกาสแตะ 1,500 จุด หาก EPS โตตามเป้า 8–10%
แนวรับสำคัญ: 1,350 จุด
Upside Drivers:
การเบิกจ่ายงบประมาณและโครงการลงทุนใหม่
วงจรดอกเบี้ยขาลง (กนง. อาจลดดอกเบี้ยในปี 2569–2570)
Fund Flow ต่างชาติที่เริ่มกลับมา
 

ปัจจัยที่ต้องพิจารณ่า

แรงขายทำกำไร (Profit Taking) เมื่อดัชนีเข้าใกล้ 1,450–1,460 จุด
ปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจสร้างความผันผวนระยะสั้น
 

✨ สรุป

ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่รอบฟื้นตัวที่น่าจับตามอง หลังผ่านช่วงวิกฤตความเชื่อมั่นและเงินทุนไหลออกในปี 2566–2568 ปัจจัยบวกทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และ Fund Flow ต่างชาติ กำลังผลักดันดัชนีให้กลับมาใกล้ระดับ 1,500 จุด อีกครั้ง

นี่คือจังหวะที่นักลงทุนสามารถสร้างพอร์ตที่สมดุลได้ทั้งจาก หุ้นเติบโต (Growth) และ หุ้นปันผล (Dividend) เพื่อรับโอกาสจากตลาดกระทิงที่อาจกำลังเริ่มต้นขึ้น…

 
เกี่ยวกับบริษัท SO OK TRADING

 SO OK TRADING มุ่งมั่นเชื่อมโยงสินค้าไทยคุณภาพสูงสู่ตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้พรีเมียม ข้าวไทย โลหะ และพลังงานสะอาด 
จุดเด่นของ SO OK TRADING คือการสร้่งความสัมพันธ์ระยะยาวกับคู่ค้าและผู้ลงทุนทั่วโลก ด้วยคุณภาพของสินค้า และ วัตถุดิบ

SO OK TRADING – เชื่อมโยงไทยสู่โลก ด้วยแบรนด์ที่แข็งแรงและยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
“Oil Shock 2026: Energy Crossroads บนเวทีโลก — จากสงครามสู่เกมการทูต ราคาผันผวนที่ทุกธุรกิจต้องจับตา”: SO OK TRADING: 6MAY 2026
น้ำมันโลก 2569: จากสงครามสู่เกมการทูตบนเวทีโลก ราคาน้ำมันเริ่มลดลงหลังสหรัฐฯ–อิหร่านส่งสัญญาณสันติภาพ ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิด ตลาดโล่งใจแต่ยังผันผวนสูง Brent อยู่ที่ 107–108 ดอลลาร์, WTI ที่ 100–102 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์เตือน หากดีลสันติภาพสะดุด ราคามีโอกาสดีดกลับแตะ 120 ดอลลาร์ ธุรกิจพลังงานควร ล็อกต้นทุนล่วงหน้า และมองหา พลังงานทางเลือก เพื่อรับมือความไม่แน่นอน SO OK TRADING | FAST • SHARP • RELIABLE
6 พ.ค. 2026
“Metal Shift 2026: จุดเปลี่ยนแห่งยุคโลหะโลก — ทองคำ–แร่เงินร่วง แต่ทองแดงรุ่ง สัญญาณใหม่ของเศรษฐกิจหลังสงคราม”: SO OK TRADING 20 JUNE
Metal Divergence 2026: เมื่อทองคำ–แร่เงินถูกกดดัน แต่ทองแดงกลับมาเด่นหลังสงครามสงบ บทความโดย SO OK TRADING | 20 มิถุนายน 2026 หลังการลงนามสันติภาพในตะวันออกกลาง ตลาดโลหะทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ — จาก “ยุคสงคราม” สู่ “ยุคเศรษฐกิจจริงและนโยบายดอกเบี้ย” โลหะมีค่าอย่าง ทองคำและแร่เงิน สูญเสียพรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม ทำให้ราคาปรับฐานลงแรง ขณะที่ ทองแดง กลับได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์จริงในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และพลังงานสะอาด บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มและการประเมินราคาจากสถาบันการเงินระดับโลก ทั้ง Goldman Sachs, J.P. Morgan, UBS, Citigroup และ TD Securities เพื่อมองเห็นภาพชัดว่า “เกมโลหะโลก” กำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างไรในปี 2026
20 มิ.ย. 2026
วิเคราะห์เศรษฐกิจโลกในจุดเปลี่ยน: จากสงครามสู่การปรับตัว พลังงานแพง ต้นทุนพุ่ง แต่โอกาสธุรกิจยังเปิดกว้าง : บทความโดย SO OK TRADING: 31.03.2026
✨ โลกเปลี่ยนทิศ: พลังงานแพง เศรษฐกิจผันผวน แต่ธุรกิจยังมีโอกาส ✨ วิเคราะห์สถานการณ์โดย SO OK TRADING วันที่ 31 มีนาคม 2026 ถูกบันทึกว่าเป็นวันสำคัญที่สงครามตะวันออกกลางได้เขย่าเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ราคาน้ำมันและก๊าซทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี ต้นทุนการผลิตในทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่พลาสติก ปุ๋ย ไปจนถึงอาหารและโลหะหนักเพิ่มขึ้นทันที ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ขณะที่ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีความเสี่ยงสูง แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ยังมี โอกาสใหม่สำหรับธุรกิจที่พร้อมปรับตัว — ไม่ว่าจะเป็นการหันสู่ Circular Economy, การใช้ พลังงานทางเลือก, หรือการเร่งลงทุนใน รีไซเคิลและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ SO OK TRADING มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญ: - ผู้ประกอบการที่ปรับตัวสู่ความยั่งยืนจะได้เปรียบ - นักลงทุนที่มองหาโอกาสในวิกฤตจะเห็นช่องทางใหม่ใน Green Energy และ Supply Chain ทางเลือก - ผู้บริโภคจะเริ่มหันไปใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนต่ำกว่า
31 มี.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy