แชร์

“SET Index ทะลุ 1,500 จุด: ตลาดกระทิงไทยเริ่มตื่นขึ้น —— บทความโดย SO OK TRADING”

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
328 ผู้เข้าชม

ตลาดหุ้นไทยทะยานสู่แนวต้าน 1,500 จุด

ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง โดยดัชนีปิดที่ 1,494.04 จุด (+14.33 จุด, +0.97%) ซึ่งถือเป็นการปิดบวกติดต่อกัน 6 สัปดาห์ และเช้าวันนี้ยังสามารถทะลุแนวต้านสำคัญ 1,500 จุด ได้สำเร็จ ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่คึกคักและความเชื่อมั่นที่กลับคืนมา

 

ปัจจัยบวกที่หนุนการฟื้นตัว

เสถียรภาพทางการเมือง: หลังการเลือกตั้ง กุมภาพันธ์ 2569 นักลงทุนมั่นใจว่ารัฐบาลใหม่จะเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
Fund Flow ไหลเข้า: นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ โดยเฉพาะหุ้น Big Cap ที่ยังมี Valuation น่าสนใจ
ผลประกอบการ Q4/2568 แข็งแกร่ง: กำไรบริษัทจดทะเบียนโตเกินคาดถึง 79% เมื่อเทียบปีก่อน
กองทุนวายุภักษ์ และ Thai ESG: สร้างแรงหนุนสภาพคล่องและกระตุ้นแรงซื้อในหุ้นพื้นฐานดี
การท่องเที่ยวฟื้นตัว: จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีน กลับมาเพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงแรม สนามบิน และท่องเที่ยว
 

ภาพรวม 10 ปีที่ผ่านมา

จุดสูงสุดประวัติการณ์: 1,830.1 จุด (ก.พ. 2561)
จุดต่ำสุดรอบ 4 ปี: 1,281.87 จุด (กลางปี 2567) จากวิกฤตความเชื่อมั่นและเงินทุนไหลออก
ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาว: 7.24% ต่อปี
Dividend Yield เฉลี่ย: 3.97% ดึงดูดนักลงทุนระยะยาว
 

แนวโน้มปี 2569

เป้าหมายดัชนีสิ้นปี: ส่วนใหญ่คาดที่ 1,430 – 1,460 จุด แต่บางโบรกเกอร์มองว่ามีโอกาสแตะ 1,500 จุด หาก EPS โตตามเป้า 8–10%
แนวรับสำคัญ: 1,350 จุด
Upside Drivers:
การเบิกจ่ายงบประมาณและโครงการลงทุนใหม่
วงจรดอกเบี้ยขาลง (กนง. อาจลดดอกเบี้ยในปี 2569–2570)
Fund Flow ต่างชาติที่เริ่มกลับมา
 

ปัจจัยที่ต้องพิจารณ่า

แรงขายทำกำไร (Profit Taking) เมื่อดัชนีเข้าใกล้ 1,450–1,460 จุด
ปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่อาจสร้างความผันผวนระยะสั้น
 

✨ สรุป

ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่รอบฟื้นตัวที่น่าจับตามอง หลังผ่านช่วงวิกฤตความเชื่อมั่นและเงินทุนไหลออกในปี 2566–2568 ปัจจัยบวกทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และ Fund Flow ต่างชาติ กำลังผลักดันดัชนีให้กลับมาใกล้ระดับ 1,500 จุด อีกครั้ง

นี่คือจังหวะที่นักลงทุนสามารถสร้างพอร์ตที่สมดุลได้ทั้งจาก หุ้นเติบโต (Growth) และ หุ้นปันผล (Dividend) เพื่อรับโอกาสจากตลาดกระทิงที่อาจกำลังเริ่มต้นขึ้น…

 
เกี่ยวกับบริษัท SO OK TRADING

 SO OK TRADING มุ่งมั่นเชื่อมโยงสินค้าไทยคุณภาพสูงสู่ตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้พรีเมียม ข้าวไทย โลหะ และพลังงานสะอาด 
จุดเด่นของ SO OK TRADING คือการสร้่งความสัมพันธ์ระยะยาวกับคู่ค้าและผู้ลงทุนทั่วโลก ด้วยคุณภาพของสินค้า และ วัตถุดิบ

SO OK TRADING – เชื่อมโยงไทยสู่โลก ด้วยแบรนด์ที่แข็งแรงและยั่งยืน


บทความที่เกี่ยวข้อง
- หลังเลือกตั้ง…เศรษฐกิจไทยบนเส้นทางฟื้นตัวและความเสี่ยง : - SO OK TRADING Insight: เศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้งในมุมมองโลก
Thailand Economy After Election 2026: Confidence Returns, Challenges Remain หลังการเลือกตั้งครั้งสำคัญ เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วง “ฟื้นตัวบนความเสี่ยง” — ตลาดหุ้นพุ่งแรง ค่าเงินบาทแข็งขึ้น แต่มรสุมจากภายนอกยังรอการรับมือ
10 ก.พ. 2026
ดีบุก: โลหะธรรมดาที่พลิกบทบาทสู่แร่ยุทธศาสตร์ กาวเชื่อมโลก AI และพลังงานสะอาดแห่งอนาคต
✨ ดีบุก: โลหะธรรมดาที่กลายเป็น “โลหะแห่งอนาคต” ✨ ครั้งหนึ่ง ดีบุกถูกใช้เพียงแค่เคลือบกระป๋องอาหาร แต่วันนี้มันได้กลายเป็น แร่ยุทธศาสตร์ ที่ขับเคลื่อนโลกดิจิทัลและพลังงานสะอาด ตั้งแต่ AI, Semiconductor, EV ไปจนถึงแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ราคาพุ่งแรง อุปสงค์ทะลุเพดาน ดีบุกคือ “กาว” ที่เชื่อมโลก AI และ Data Center ดีบุกคือหัวใจของนวัตกรรมแบตเตอรี่แห่งอนาคต ดีบุกไม่ใช่แค่โลหะพื้นฐานอีกต่อไป แต่คือ ทรัพยากรที่โลกต้องแข่งขันเพื่อเข้าถึง และจะเป็นตัวกำหนดอนาคตเศรษฐกิจโลกในอีกสองทศวรรษข้างหน้า
27 ก.พ. 2026
ผลไม้ไทย ความอร่อยจากไทย ผลผลิตจากธรรมชาติ ส่งไกลทั่วโลก : รู้จักผลไม้ไทย และ โอกาสส่งออก ซื้อขาย กับ SO OK TRADING
ผลไม้ไทย: ผลิตภัณฑ์ไทยสู่ตลาดโลก ภาพรวมผลไม้ไทย ประเทศไทยได้รับการขนานนามว่าเป็น “อาณาจักรผลไม้” ด้วยภูมิอากาศและดินที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้สามารถผลิตผลไม้ได้หลากหลายชนิด ทั้งทุเรียน มังคุด มะม่วง มะพร้าว และสับปะรด ซึ่งล้วนมีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภาพรวมตลาดส่งออก - ตลาดญี่ปุ่น - กล้วย มะม่วง มังคุด และสับปะรดเป็นที่นิยมอย่างมาก - ความตกลง JTEPA ช่วยลดภาษี และการรับรอง GI เพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ - ตอบโจทย์ผู้บริโภคญี่ปุ่นที่เน้นสุขภาพและคุณภาพระดับพรีเมียม - ตลาดจีน - ทุเรียน มังคุด ลำไย และมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นสินค้าส่งออกหลัก - จีนเป็นผู้นำเข้าผลไม้ไทยรายใหญ่ที่สุด - รถไฟจีน–ลาวช่วยพัฒนาระบบโลจิสติกส์ รักษาความสดใหม่ของผลไม้ - ตลาดตะวันตก (ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย) - มะพร้าวอ่อน มังคุด มะม่วง สับปะรด และแก้วมังกรได้รับความสนใจสูง - ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก และความยั่งยืน - ความต้องการสินค้าประมวลผล เช่น ผลไม้อบแห้งและน้ำผลไม้ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โอกาสและทิศทางการพัฒนา - ความแตกต่างด้านคุณภาพ: สร้างแบรนด์ผลไม้พรีเมียมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน - เกษตรอัจฉริยะ: ใช้ AI และโดรนเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ - นวัตกรรมผลิตภัณฑ์: พัฒนาผลไม้อบแห้ง น้ำผลไม้บรรจุขวด และกลุ่มซูเปอร์ฟู้ด - ความยั่งยืน: ปรับตัวตามกฎระเบียบสิ่งแวดล้อม (EUDR) และข้อกำหนดด้านคาร์บอนฟุตพรินต์ - การยกระดับโลจิสติกส์: ระบบขนส่งเย็นและรถไฟช่วยรักษาความสดใหม่ ✨ สรุป ด้วยจุดแข็งด้าน คุณภาพ นวัตกรรม และ ความยั่งยืน ผลไม้ไทยมีศักยภาพที่จะขยายอิทธิพลในตลาดโลกมากขึ้นในปี 2026 และอนาคต ตลาดญี่ปุ่น จีน และตะวันตกต่างมีจุดแข็งและโอกาสเฉพาะ ทำให้การส่งออกผลไม้ไทยมีแนวโน้มเติบโตเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง
23 ม.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy