ไมล์สโตน : -พลังงานสะอาด: จากทางเลือก สู่ทางรอดของอุตสาหกรรมไทย เปลี่ยนเชื้อเพลิง เปลี่ยนอนาคต: ไทยสู่ยุค Net Zero ลดภาษี สร้างเครดิต เพิ่ม ESG ด้วยเชื้อเพลิงชีวมวล
อัพเดทล่าสุด: 20 ก.พ. 2026
240 ผู้เข้าชม

ไมล์สโตน พลังงานสะอาด: จาก "ทางเลือก" สู่ "ทางรอด" ของไทยและโลก
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ ทั้งจากแรงผลักดันของ นโยบายระดับชาติ และการลงทุนเชิงรุกของ ภาคเอกชน เป้าหมายคือการบรรลุ Carbon Neutrality ปี 2050 และ Net Zero ปี 2065 ซึ่งไม่ใช่แค่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่คือการสร้างความสามารถในการแข่งขันใหม่ของเศรษฐกิจไทยในตลาดโลก
ไมล์สโตนสำคัญของไทย
PDP 2024: เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดแตะ 51% ภายในปี 2037 โดยโซลาร์เซลล์เป็นพระเอกหลัก
Direct PPA: ปลดล็อกให้เอกชนซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง ไม่ต้องผ่านการไฟฟ้า สร้างโอกาสดึงดูดบริษัท Tech ระดับโลกที่ต้องการไฟฟ้า 100% จากพลังงานหมุนเวียน
SMR & BESS: ศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เพื่อแก้ปัญหาความไม่แน่นอนของพลังงานลมและแสงอาทิตย์
⚡ เชื้อเพลิงดาวรุ่ง: RDF-3 และไม้สับ
RDF-3 (Fluff RDF)
คุณภาพสูง: ค่าความร้อนเฉลี่ย 4,786 kcal/kg ใกล้เคียงถ่านหิน แต่สะอาดกว่า
การใช้งานจริง: โรงปูนซีเมนต์ SCG, Insee และ TPI เร่งใช้ RDF-3 แทนถ่านหินเพื่อเลี่ยงภาษีคาร์บอน (CBAM)
การพัฒนา: กำลังต่อยอดสู่ RDF-5 (Pellet) ที่อัดเม็ดแน่นขึ้น ขนส่งง่ายและเก็บได้นาน
ตลาดโตแรง: ปี 2569 คาดมูลค่าตลาด RDF ไทยแตะ 1.45 หมื่นล้านบาท โดย 64% ใช้ผลิตไฟฟ้า และอีก 36% ใช้ในอุตสาหกรรมหนัก
ไม้สับ (Wood Chip)
ความต้องการส่งออก: ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต้องการสูง เพราะมีนโยบาย Feed-in Tariff สนับสนุนโรงไฟฟ้าชีวมวล
การยกระดับ: ผ่านกระบวนการ Torrefaction กลายเป็น Black Wood Chip/Pellet ที่ให้ค่าความร้อนสูงเกือบเท่าถ่านหิน แต่ปล่อยคาร์บอนต่ำ
มาตรฐานสากล: FSC และ PEFC กำลังเป็นเงื่อนไขสำคัญในการส่งออก เพื่อยืนยันว่าไม้ไม่ได้มาจากการบุกรุกป่า
การจัดการคุณภาพ: โรงสับไม้ใกล้แหล่งปลูก + เทคโนโลยีเป่าแห้ง ช่วยควบคุมความชื้นให้อยู่ที่ 20–30% เพื่อรักษาค่าความร้อนมาตรฐาน
เทรนด์ระดับโลก
The End of Coal: ประเทศพัฒนาแล้วทยอยเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน
Triple Renewable Energy: COP28 ตกลงเพิ่มกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียน 3 เท่า ภายในปี 2030
Green Hydrogen: พลังงานแห่งอนาคตสำหรับอุตสาหกรรมหนักที่ใช้ไฟฟ้าไม่ได้
RE100: บริษัทระดับโลก เช่น Google, Apple, Toyota ต้องการไฟฟ้าสะอาด 100% ในห่วงโซ่อุปทาน
มาตรการสนับสนุน
ในประเทศไทย
BOI: ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี สำหรับการเปลี่ยนเครื่องจักรมาใช้พลังงานทดแทน
Green Loan: ดอกเบี้ยต่ำพิเศษสำหรับโครงการพลังงานสะอาด
Carbon Credit: ใช้ลดหย่อนภาษี และสร้างรายได้เสริมจากการขายเครดิต
ระดับโลก
CBAM ของ EU: ภาษีคาร์บอนสำหรับสินค้าเหล็ก ปูนซีเมนต์ ฯลฯ
Article 6 (Paris Agreement): เปิดทางซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ
RE100: โอกาสสำหรับโรงงานไทยที่ใช้เชื้อเพลิงสะอาดในการเป็น Supplier ให้บริษัทระดับโลก
บทสรุปสำหรับเชื้อเพลิงชีวมวล ณ วันนี้ (พลังงานสะอาดและการใช้งานแทนเชื้อเพลิงถ่านหิน)
การเปลี่ยนมาใช้ RDF-3 และไม้สับ ไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนพลังงาน แต่คือการ:
ลดภาษีผ่าน BOI
เลี่ยงกำแพงภาษี CBAM ของยุโรป
สร้างรายได้เสริมจาก Carbon Credit
เสริมภาพลักษณ์ ESG และความยั่งยืน
สำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย วันนี้คือเวลาที่ต้อง "เปลี่ยนเชื้อเพลิง" จากถ่านหินไปสู่ ชีวมวลและขยะพลังงาน เพราะนี่ไม่ใช่แค่ ทางเลือก แต่คือ ทางรอด ที่จะพาไทยสู่อนาคตพลังงานสะอาดและการแข่งขันระดับโลก
หากท่านมีความต้องการใช้สินค้าพลังงานสะอาด : ทั้ง Wood Chip , Wood Pellets , RDF 3 , SAW DUST และเชื้อเพลิงอื่นๆ ท่านสามารถติดต่อ บริษัท SO OK TRADING ได้ที่ WWW.SOOKTRADING.COM Give Inquiry หรือ ติดต่อโดยตรงได้ที่ sooktrading@outlook.comได้เลยครับ
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ ทั้งจากแรงผลักดันของ นโยบายระดับชาติ และการลงทุนเชิงรุกของ ภาคเอกชน เป้าหมายคือการบรรลุ Carbon Neutrality ปี 2050 และ Net Zero ปี 2065 ซึ่งไม่ใช่แค่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่คือการสร้างความสามารถในการแข่งขันใหม่ของเศรษฐกิจไทยในตลาดโลก
ไมล์สโตนสำคัญของไทย
PDP 2024: เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดแตะ 51% ภายในปี 2037 โดยโซลาร์เซลล์เป็นพระเอกหลัก
Direct PPA: ปลดล็อกให้เอกชนซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง ไม่ต้องผ่านการไฟฟ้า สร้างโอกาสดึงดูดบริษัท Tech ระดับโลกที่ต้องการไฟฟ้า 100% จากพลังงานหมุนเวียน
SMR & BESS: ศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ เพื่อแก้ปัญหาความไม่แน่นอนของพลังงานลมและแสงอาทิตย์
⚡ เชื้อเพลิงดาวรุ่ง: RDF-3 และไม้สับ
RDF-3 (Fluff RDF)
คุณภาพสูง: ค่าความร้อนเฉลี่ย 4,786 kcal/kg ใกล้เคียงถ่านหิน แต่สะอาดกว่า
การใช้งานจริง: โรงปูนซีเมนต์ SCG, Insee และ TPI เร่งใช้ RDF-3 แทนถ่านหินเพื่อเลี่ยงภาษีคาร์บอน (CBAM)
การพัฒนา: กำลังต่อยอดสู่ RDF-5 (Pellet) ที่อัดเม็ดแน่นขึ้น ขนส่งง่ายและเก็บได้นาน
ตลาดโตแรง: ปี 2569 คาดมูลค่าตลาด RDF ไทยแตะ 1.45 หมื่นล้านบาท โดย 64% ใช้ผลิตไฟฟ้า และอีก 36% ใช้ในอุตสาหกรรมหนัก
ไม้สับ (Wood Chip)
ความต้องการส่งออก: ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต้องการสูง เพราะมีนโยบาย Feed-in Tariff สนับสนุนโรงไฟฟ้าชีวมวล
การยกระดับ: ผ่านกระบวนการ Torrefaction กลายเป็น Black Wood Chip/Pellet ที่ให้ค่าความร้อนสูงเกือบเท่าถ่านหิน แต่ปล่อยคาร์บอนต่ำ
มาตรฐานสากล: FSC และ PEFC กำลังเป็นเงื่อนไขสำคัญในการส่งออก เพื่อยืนยันว่าไม้ไม่ได้มาจากการบุกรุกป่า
การจัดการคุณภาพ: โรงสับไม้ใกล้แหล่งปลูก + เทคโนโลยีเป่าแห้ง ช่วยควบคุมความชื้นให้อยู่ที่ 20–30% เพื่อรักษาค่าความร้อนมาตรฐาน
เทรนด์ระดับโลก
The End of Coal: ประเทศพัฒนาแล้วทยอยเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน
Triple Renewable Energy: COP28 ตกลงเพิ่มกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียน 3 เท่า ภายในปี 2030
Green Hydrogen: พลังงานแห่งอนาคตสำหรับอุตสาหกรรมหนักที่ใช้ไฟฟ้าไม่ได้
RE100: บริษัทระดับโลก เช่น Google, Apple, Toyota ต้องการไฟฟ้าสะอาด 100% ในห่วงโซ่อุปทาน
มาตรการสนับสนุน
ในประเทศไทย
BOI: ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี สำหรับการเปลี่ยนเครื่องจักรมาใช้พลังงานทดแทน
Green Loan: ดอกเบี้ยต่ำพิเศษสำหรับโครงการพลังงานสะอาด
Carbon Credit: ใช้ลดหย่อนภาษี และสร้างรายได้เสริมจากการขายเครดิต
ระดับโลก
CBAM ของ EU: ภาษีคาร์บอนสำหรับสินค้าเหล็ก ปูนซีเมนต์ ฯลฯ
Article 6 (Paris Agreement): เปิดทางซื้อขายคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศ
RE100: โอกาสสำหรับโรงงานไทยที่ใช้เชื้อเพลิงสะอาดในการเป็น Supplier ให้บริษัทระดับโลก
บทสรุปสำหรับเชื้อเพลิงชีวมวล ณ วันนี้ (พลังงานสะอาดและการใช้งานแทนเชื้อเพลิงถ่านหิน)
การเปลี่ยนมาใช้ RDF-3 และไม้สับ ไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนพลังงาน แต่คือการ:
ลดภาษีผ่าน BOI
เลี่ยงกำแพงภาษี CBAM ของยุโรป
สร้างรายได้เสริมจาก Carbon Credit
เสริมภาพลักษณ์ ESG และความยั่งยืน
สำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย วันนี้คือเวลาที่ต้อง "เปลี่ยนเชื้อเพลิง" จากถ่านหินไปสู่ ชีวมวลและขยะพลังงาน เพราะนี่ไม่ใช่แค่ ทางเลือก แต่คือ ทางรอด ที่จะพาไทยสู่อนาคตพลังงานสะอาดและการแข่งขันระดับโลก
หากท่านมีความต้องการใช้สินค้าพลังงานสะอาด : ทั้ง Wood Chip , Wood Pellets , RDF 3 , SAW DUST และเชื้อเพลิงอื่นๆ ท่านสามารถติดต่อ บริษัท SO OK TRADING ได้ที่ WWW.SOOKTRADING.COM Give Inquiry หรือ ติดต่อโดยตรงได้ที่ sooktrading@outlook.comได้เลยครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
สัมผัสความหรูหราของ “ราชาแห่งผลไม้” ที่ครองใจตลาดโลก!
SO OK TRADING ขอนำเสนอทุเรียนไทยพรีเมียม – รสชาติหวานมัน เนื้อเนียนละเอียด การันตีความแก่จัด ส่งตรงจากสวนถึงมือคุณภายใน 48 ชั่วโมง
23 ม.ค. 2026
ทุเรียนหมอนทองเกรด AAA: ความสุขที่คุณเลือกได้
คุณเคยเจอทุเรียนที่พูหลอก เนื้ออ่อน หรือกลิ่นแรงเกินไปไหมครับ? ถ้าใช่…แปลว่าคุณยังไม่เคยสัมผัส “ความสุขแบบ AAA” จาก SO OK TRADING
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมียม ที่ไม่ใช่แค่ “อร่อย” แต่ให้ทั้งความฟิน ความมั่นใจ และคุณภาพระดับส่งออก ตั้งแต่เนื้อแน่นเต็มพูไปจนถึงเนื้อคัสตาร์ดละลายในปาก
ถ้าคุณกำลังมองหาทุเรียนที่ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องเสี่ยง และให้ความสุขทุกคำที่กิน…โพสต์นี้คือคำตอบครับ
29 ม.ค. 2026
ถ่านกะลามะพร้าว การใช้งาน อ้างอิงจากตลาดจีน และ ญี่ปุ่น ตลาดจีน จากข้อมูลตลาด จีนถือเป็นตลาดนำเข้าถ่านกะลามะพร้าวรายใหญ่ โดยมีการนำเข้า สูงขึ้นมากในปี 2025 ที่ผ่านมา และราคานำเข้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 75% จากปีก่อนหน้า ทั้งยังมีการเรียกสินค้ามากขึ้นทั้งจากในไทยเอง หรือแม้กระทั่่งผู้ส่งออกรายใหญ่อื่นๆจากอินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ถ่านกะลามะพร้าวมีความต้องการใช้สูง: ใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด, การผลิตถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon), และการกรองน้ำ/อากาศ ตลาดญี่ปุ่น ญี่ปุ่นใช้ถ่านกะลามะพร้าวทั้งในครัวเรือนและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะร้านอาหารย่างแบบญี่ปุ่น (ยากินิกุ, ยากิโทริ) ที่ต้องการถ่านไร้ควันและให้ความร้อนสม่ำเสมอ รวมถึงการนำไปผลิตไบโอชาร์และถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) สำหรับการกรองน้ำและอากาศ ซึ่งญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน ทำให้ตลาดมีความต้องการสูงต่อสินค้านำเข้าจากไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ** หากท่านมีความต้องการใช้ ถ่านกะลามะพร้าว จากประเทศไทย กรุณาติดต่อ โซ โอเค เทรดดิ้ง ทางเรามีสินค้าคุณภาพสูงเกรดส่งออกไปจีน และ ญี่ปุ่น โดยท่านสามารถติดต่อได้ผ่านช่องทาง Contact us ใน Website : www.sooktrading.com หรือ ช่องทาง FACEBOOK : SOOKTRADING
8 ม.ค. 2026


