โลกหลังตรุษจีน: เมื่อดอลลาร์แข็ง แร่หายากขาด และ AI พุ่งแรง : จากกำแพงภาษีสู่สงครามแร่: โลกปี 2569 ไม่เหมือนเดิม , Trump 2.0 พลิกโลก: เมื่อเศรษฐกิจกลายเป็นสนามรบ

เศรษฐกิจโลกยุค Trump 2.0: เมื่อการค้าเปลี่ยนเป็นสงครามทรัพยากร
ปี 2569 ไม่ใช่แค่ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน แต่เป็นปีที่โลกกำลังเข้าสู่ ยุคสงครามเศรษฐกิจและทรัพยากร ภายใต้นโยบาย “America First” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พลิกโฉมทั้งการค้า การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์
เศรษฐกิจสหรัฐฯ: กำแพงภาษี + Fed คนใหม่
Trade War 2.0: สหรัฐฯ เดินหน้าตั้งกำแพงภาษีสูง โดยเฉพาะสินค้าจากจีน (สูงสุด 60%) เพื่อดึงฐานการผลิตกลับประเทศ → ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้นทั่วโลก
เงินเฟ้อและดอกเบี้ย: การลดภาษีในประเทศ + ภาษีนำเข้า ทำให้เงินเฟ้อพุ่ง ธนาคารกลาง (Fed) จึงต้องรักษาดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
การเปลี่ยนผู้นำ Fed: การเสนอชื่อ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ทำให้ตลาดจับตาว่า Fed จะยังคง “เหยี่ยว” (Hawkish) หรือหันไป “ผ่อนคลาย” เพื่อหนุนการเติบโต
ตลาดแรงงานและเทคโนโลยี: การจ้างงานเริ่มชะลอ แต่กลุ่ม AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักที่ดันตลาดหุ้น
เศรษฐกิจโลก: Resilient but Divergent
การค้าโลกชะลอตัว: ห่วงโซ่อุปทานแตกแยกจากมาตรการกีดกัน → หลายประเทศเร่งย้ายฐานการผลิต
ค่าเงินผันผวน: ดอลลาร์แข็งค่าในสั้น แต่มีแนวโน้มอ่อนค่าตามรอบการลดดอกเบี้ย → ยูโรมีโอกาสฟื้นตัว, เยนอ่อนค่า, บาทแข็งค่า
ภูมิรัฐศาสตร์ร้อนแรง: ความขัดแย้งกับจีนและผู้ผลิตน้ำมันเพิ่มแรงกดดันต่อราคาพลังงาน
AI Investment Boom: การลงทุนมหาศาลใน AI ทั้งสหรัฐฯ และยุโรป ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกไม่ให้เข้าสู่วิกฤต
⚔️ สงครามทรัพยากร: Rare Earths, Battery Metals & Chips
Rare Earths: จีนครองตลาดกว่า 80% และเริ่มจำกัดการส่งออก → สหรัฐฯ เร่งหาแหล่งใหม่ในออสเตรเลีย แคนาดา และแอฟริกา
Battery Metals: ลิเทียม โคบอลต์ นิกเกิล กลายเป็นสมรภูมิใหม่ใน “Lithium Triangle” (ชิลี–อาร์เจนตินา–โบลิเวีย) และคองโก
Semiconductor War: สหรัฐฯ ปิดกั้นจีนเข้าถึงเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูง → จีนตอบโต้ด้วยการกักตุนวัตถุดิบไฮเทค
Resource Nationalism: แต่ละประเทศเริ่มกักตุนทรัพยากรไว้ใช้เอง → ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกผันผวนรุนแรง
ผลกระทบต่อไทย: โอกาสและความเสี่ยง
โอกาส: ไทยสามารถเป็นฐานการผลิต “ห่วงโซ่อุปทานกลาง” ที่ทั้งสหรัฐฯ และจีนยอมรับได้ หากวางตัวเป็นกลางและดึงดูดการลงทุนด้านการแปรรูปแร่
ความเสี่ยง: ต้นทุนวัตถุดิบอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์สูงขึ้น → กระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ
ค่าเงินบาทแข็งค่า: ได้แรงหนุนจากราคาทองคำและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน → คาดการณ์ 31.00–31.50 บาท/ดอลลาร์
ตารางสรุปค่าเงิน (ก.พ. 2569)
USD (ดอลลาร์สหรัฐ)
แนวโน้มระยะสั้น: แข็งค่าชั่วคราว (News effect)
แนวโน้มระยะกลาง: อ่อนค่า (Rate cut cycle)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD ≈ 31.09 THB, 1 USD ≈ 0.845 EUR, 1 USD ≈ 153.26 JPY, 1 USD ≈ 6.91 CNY
ปัจจัยหลัก: การแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่
CNY (หยวนจีน)
แนวโน้มระยะสั้น: ทรงตัว
แนวโน้มระยะกลาง: ทรงตัวถึงแข็งค่าเล็กน้อย
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD ≈ 6.91 CNY
ปัจจัยหลัก: นโยบาย PBOC และ GDP จีน
EUR (ยูโร)
แนวโน้มระยะสั้น: อ่อนค่า
แนวโน้มระยะกลาง: แข็งค่าขึ้นตามดอลลาร์ที่อ่อน
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 EUR ≈ 1.18 USD
ปัจจัยหลัก: เศรษฐกิจยูโรโซนที่โตเกินคาด
JPY (เยนญี่ปุ่น)
แนวโน้มระยะสั้น: อ่อนค่า
แนวโน้มระยะกลาง: ผันผวน / รอการปรับดอกเบี้ย BOJ
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD ≈ 153.26 JPY
ปัจจัยหลัก: นโยบายการเมืองญี่ปุ่น
THB (เงินบาทไทย)
แนวโน้มระยะสั้น: แข็งค่า (Sideways)
แนวโน้มระยะกลาง: แข็งค่าขึ้น (30.50 – 31.00)
อัตราแลกเปลี่ยน: 1 USD ≈ 31.09 THB
ปัจจัยหลัก: ราคาทองคำและเงินไหลเข้าภูมิภาค
ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมทั้ง แนวโน้มค่าเงิน และ อัตราแลกเปลี่ยนจริง ที่สัมพันธ์กับปัจจัยเศรษฐกิจโลกและนโยบายของสหรัฐฯ ได้ชัดเจนขึ้นครับ
สรุปภาพรวม
เศรษฐกิจสหรัฐฯ: “อเมริกาต้องมาก่อน” กำแพงภาษีสูง + Fed คนใหม่
เศรษฐกิจโลก: เข้าสู่ยุค “ตัวใครตัวมัน” แต่ AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อน
ค่าเงิน: ดอลลาร์แข็งค่าในสั้น แต่บาทไทยแข็งค่าต่อเนื่อง
สงครามทรัพยากร: จีนคุม Rare Earths, สหรัฐฯ เร่งหาแหล่งใหม่ → ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผันผวน
หากท่านสนใจสินค้า NON FERROUS โภคภัณฑ์ ทั้งทองแดง อลูมิเนียม พลังงานงานสะอาด หรือ แม้กระทั่งสินค้าเกษตร ผลไม้ ข้าว มันเส้น มันอัดเม็ด ท่านสามารถติดต่อเราได้ที่หน้าเวบ WWW.SOOKTRADING.COM หรือ สามารถติดต่อเราได้โดยตรงที่ SOOKTRADING@OUTLOOK.COM


