แชร์

ตลาดแร่เงินหลังตรุษจีน: พักฐาน ไม่ใช่จุดจบ - แร่เงิน 2569: ร่วงแรง สร้างฐาน พร้อมดีดกลับ จาก $114 สู่ $73 — จุดพักก่อนพุ่ง

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.พ. 2026
4217 ผู้เข้าชม

ภาพรวมตลาดแร่เงินหลังตรุษจีน ร่วงปรับฐาน ก่อน ดีด มุมมองจาก SO OK TRADING

ต้นปี 2569 แร่เงินกลายเป็น “ดาวเด่น” ของตลาดโลหะมีค่า ราคาพุ่งทะลุ $114/oz ในปลายเดือนมกราคม ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ราคาก็เข้าสู่การ ปรับฐานครั้งใหญ่ (Major Correction) โดยล่าสุด (17 ก.พ. 2569) อยู่ที่ $73.65/oz การร่วงแรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าแรงเก็งกำไรที่พุ่งแรงเกินพื้นฐานได้หมดพลังลง และตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “สร้างฐานใหม่”

 วิเคราะห์ราคาแร่เงิน - ปัจจัยกดดันระยะสั้น

นโยบายการเงินสหรัฐฯ (Fed Hawkish)
การแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่ที่มีแนวทางสายเหยี่ยว ทำให้ตลาดเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังสูงต่อไป
ดอลลาร์แข็งค่า → กดดันราคาทองคำและเงินให้ปรับตัวลง
การขายทำกำไร (Profit Taking)
หลังราคาพุ่งแรง นักลงทุนสถาบันทยอยปิดสถานะ Long
ส่งผลให้เกิดแรงขายต่อเนื่องและราคาลงแรง
สภาพคล่องหายไปในเอเชีย
ตลาดจีนปิดทำการช่วงตรุษจีน → ไม่มีแรงซื้อพยุง
สภาพคล่องต่ำทำให้การขายเพียงเล็กน้อยก็กดราคาได้มาก
Margin Calls และการบังคับขาย
CME ปรับเพิ่ม Margin สำหรับการเทรดแร่เงิน
นักลงทุนที่ใช้ Leverage สูงถูกบังคับขาย → ราคายิ่งร่วงแรง
 

วิเคราะห์ราคาแร่เงิน - ปัจจัยหนุนระยะยาว

แม้ราคาจะผันผวนในระยะสั้น แต่แร่เงินยังมีแรงหนุนที่มั่นคง:

ความต้องการในอุตสาหกรรม AI, EV, Solar Energy ที่ใช้เงินเป็นวัตถุดิบหลัก
จีนอาจจำกัดการส่งออก เพื่อเก็บไว้ใช้ในประเทศ
การฟื้นตัวของอุปสงค์จริงหลังตรุษจีน เมื่อโรงงานกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลัง
 

วิเคราะห์ราคาแร่เงิน - แนวรับ-แนวต้านสำคัญ (USD/oz)

แนวรับ (Support):
$74–75 → ระดับที่ตลาดกำลังพยายามรักษา
$71–72.8 → จุดต่ำสุดเดิมต้นปี หากหลุดอาจเกิด Panic Sell
$64–68 → Buy Zone ใหญ่ เหมาะสำหรับสะสมระยะยาว
แนวต้าน (Resistance):
$79.4–80.2 → ด่านจิตวิทยา หากทะลุได้จะยืนยันการสิ้นสุดรอบเทขาย
$83.6–84.8 → แนวรับเดิมที่กลายเป็นแนวต้าน
$91.3–91.6 → เป้าหมายถัดไปหากกลับเข้าสู่ขาขึ้นเต็มตัว
 

วิเคราะห์ราคาแร่เงิน แนวทางการลงทุน

สายสั้น (Short-Term): ตลาดยัง Bearish หากราคายังไม่ยืนเหนือ $79.5 ได้ ควรตั้ง Stop Loss ที่ $71
สายกลาง (Medium-Term): หากราคายืนเหนือ $75 ได้ มีโอกาสฟื้นไปทดสอบ $82.5–85 ภายในสิ้นเดือนมีนาคม
สายยาว (Long-Term): ใช้จังหวะพักฐานทยอยสะสม (DCA) โดยเลี่ยง Leverage สูง เพราะแร่เงินผันผวนแรงกว่าทองคำ 2–3 เท่า
 

วิเคราะห์แนวโน้มแร่เงินแนวโน้มไตรมาส 1/2569

ระยะสั้น (ปลาย ก.พ.): ราคาคาดแกว่งในกรอบ $72–78 เพื่อคลายแรงขาย
สิ้นไตรมาส 1 (ปลาย มี.ค.): หากยืนเหนือ $75 ได้ มีโอกาสทดสอบ $82.5–85 แต่การกลับไปแตะ $100 ภายในมีนาคมยังเป็นไปได้ยาก
ภาพรวม: ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง Sideways Up คือค่อยๆ ฟื้นตัว แต่ไม่แรงเท่าช่วงมกราคม
 

 สรุปทิศทางราคาแร่เงิน หลังตรุษจีน 2569

หลังตรุษจีนปีนี้ แร่เงินอยู่ในช่วง “สร้างฐานใหม่เพื่อรอการฟื้นตัว”
นักลงทุนไม่ควรไล่ราคา แต่ควรสะสมเมื่อราคาย่อตัว
กลยุทธ์หลักคือ สะสมระยะยาว โดยตั้ง Stop Loss ที่ $71 และแบ่งขายทำกำไรบางส่วนเมื่อแตะ $82.5–88
 

บทสรุปจาก SOOK TRADING : ตลาดแร่เงินปี 2569 กำลังเข้าสู่จังหวะพักฐานที่สำคัญ หลังจากความร้อนแรงในเดือนมกราคม การปรับฐานครั้งนี้ไม่ใช่สัญญาณจบ แต่เป็นการ “พักเพื่อไปต่อ” โดยแรงหนุนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะผลักดันราคาในระยะยาว



บทความที่เกี่ยวข้อง
อลูมิเนียมสแครป , UBC SCRAP: ทองคำขาวในธุรกิจรีไซเคิล และ CIRCULAR ECONOMY - ทิศทางแนวโน้ม อุตสาหกรรมอลูมิเนียมไทย บทความโดย SO OK TRADING
ตลาดอลูมิเนียมสแครปของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้น จากเศษโลหะที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง “ของเก่า” วันนี้ได้กลายเป็น วัตถุดิบเชิงกลยุทธ์ ที่เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียน ความยั่งยืน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะ UBC (Used Beverage Can) หรือกระป๋องเครื่องดื่มใช้แล้ว กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลเป็นกระป๋องใหม่ได้ภายในเวลาเพียง 60 วัน ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่และลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมหาศาล ปี 2569 (2026) ประเทศไทยมีแนวโน้มจะยกระดับบทบาทเป็น ศูนย์กลางรีไซเคิลอลูมิเนียมในภูมิภาค โดยเปลี่ยนเศษวัสดุที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า ให้กลายเป็น “ทองคำขาว” ที่สร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
15 ก.พ. 2026
SO OK TRADING — พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านอลูมิเนียม P1020 FAST • SHARP • RELIABLE | Last Miles Supply จากคลังถึงโรงงาน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยอย่างมั่นใจ
SO OK TRADING — ตัวจริงในธุรกิจ Non-Ferrous Metals LAST MILES SUPPLY: ALUMINUM INGOT P1020 IN THAILAND วันที่ 5 กันยายน 2026 ในยุคอุตสาหกรรมที่ทุกวินาทีมีความหมาย “Last Miles Supply” คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการส่งมอบวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงสู่โรงงานปลายทาง เพื่อให้สายการผลิตดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด บริษัท SO OK TRADING CO., LTD. คือผู้นำตัวจริงในธุรกิจ Non-Ferrous Metals ที่เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่าย Aluminum Ingot P1020 (99.70% LME Registered Brand) ซึ่งได้รับการรับรองจาก London Metal Exchange (LME) และเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก เรามุ่งมั่นส่งมอบสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียม พร้อมบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ และโปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอนของการผลิต ด้วยจุดแข็ง 4 ประการ — FAST • SHARP • RELIABLE, HONEST & TRANSPARENT VALUE, PAIN POINT SOLVER, และ GLOBAL NETWORK — SO OK TRADING จึงเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไทยและต่างประเทศไว้วางใจ เรามีคลังสินค้าในประเทศไทย พร้อมระบบขนส่งมาตรฐานอุตสาหกรรมที่สามารถรองรับการจัดส่งตั้งแต่ 2 ตัน ถึง 25 ตันต่อเที่ยว ภายใต้แนวคิด Safety First Logistics เพื่อให้ทุกการส่งมอบเป็นไปอย่างปลอดภัยและตรงเวลา ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียว — Aluminum P1020 จาก SO OK TRADING คือคำตอบของการผลิตที่ยั่งยืน แข็งแกร่ง และมีประสิทธิภาพสูงสุด SO OK TRADING : FAST • SHARP • RELIABLE พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในอุตสาหกรรมโลหะนอกกลุ่มเหล็ก
5 ก.ย. 2026
“UAE Exits OPEC — A Global Energy Turning Point, Oil Market Shaken, A New Game Begins” SO OK TRADING : April 29, 2026
UAE ถอนตัวจาก OPEC — จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของตลาดน้ำมันโลก วันที่ 28 เมษายน 2569 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจากกลุ่ม OPEC และ OPEC+ อย่างเป็นทางการ มีผลวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 หลังร่วมกลุ่มมายาวนานเกือบ 60 ปี การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่ “ข่าวใหญ่” ของโลกพลังงาน แต่คือ การเปลี่ยนโครงสร้างตลาดน้ำมันโลกครั้งสำคัญ — เมื่อประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ต้องการอิสระในการผลิตเต็มศักยภาพ และเดินเกมใหม่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ⏳ ผลกระทบต่อราคาน้ำมัน ระยะสั้น: ราคายังทรงตัวสูงกว่า $110–111/บาร์เรล จากความเสี่ยงสงครามและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ระยะกลาง–ยาว: UAE เตรียมเพิ่มกำลังผลิตจาก 3.2 → 5 ล้านบาร์เรล/วัน ภายในปี 2570 ส่งผลให้ตลาดมีน้ำมันมากขึ้น และอาจเกิด “สงครามราคา” ระหว่างผู้ผลิตรายใหญ่
29 เม.ย. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy