แชร์

เศษเหล็ก : STEEL SCRAP: เศรษฐกิจหมุนเวียน ที่จะพลิกฟื้นอุตสาหกรรมเหล็กไทย บทความจาก SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 16 ก.พ. 2026
260 ผู้เข้าชม

เศษเหล็ก: จากของเก่า สู่ “ขุมทรัพย์” แห่งเหล็กสีเขียว

ห่วงโซ่ธุรกิจที่ซ่อนพลัง

เศษเหล็กในไทยไม่ใช่แค่ของเหลือใช้ แต่คือหัวใจสำคัญของการผลิตเหล็กผ่าน เตาอาร์คไฟฟ้า (EAF) ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าการผลิตจากแร่โดยตรง

ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า → เก็บเศษจากบ้านและไซต์งาน
ลานคัดแยกกลาง → คัดสิ่งปนเปื้อน ตัดย่อยให้ได้มาตรฐาน
โรงหลอมใหญ่ เช่น G Steel, GJ Steel → รีไซเคิลเศษเหล็กเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อน
นี่คือห่วงโซ่ที่เชื่อมตั้งแต่รายย่อยจนถึงโรงงานยักษ์ใหญ่ และกำลังกลายเป็น “Supply Chain สีเขียว” ที่โลกจับตามอง

 

ราคาตลาด (ก.ค. 2568)

เหล็กหนา: 6.00 – 8.50 บาท/กก.
เหล็กรวม/โครงสร้าง: 7.50 บาท/กก.
เหล็กบาง/เมทัลชีท: 3.30 – 4.00 บาท/กก.
เหล็กซอยสั้น: 4.45 – 5.85 บาท/กก.
ราคาผันผวนตามตลาดโลกและดีมานด์โรงหลอมในประเทศ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เศษเหล็กคุณภาพสูง เริ่มมี “พรีเมียม” เพราะช่วยลดต้นทุนพลังงานในเตาหลอมได้จริง

 

ความต้องการเศษเหล็กไทย

เฉลี่ย 4.5 – 6.5 ล้านตัน/ปี
ปี 2566 อยู่ที่ 5.5 ล้านตัน ลดลง 6.1% YoY
ปี 2567 ไทยนำเข้าเศษเหล็ก ~1.2 ล้านตัน (20–25% ของความต้องการรวม)
แหล่งนำเข้าหลัก: ญี่ปุ่น, สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, จีน, อาเซียน
Insight: แม้ไทยพยายามพึ่งพาเศษเหล็กในประเทศ แต่ปัญหาสิ่งปนเปื้อนและขนาดไม่สม่ำเสมอ ทำให้ต้องนำเข้าเศษเหล็กคุณภาพสูงเพื่อ “ปรับสมดุล”

 

เทรนด์และความท้าทาย

Green Steel: ความต้องการเศษเหล็กสะอาดและคุณภาพสูงพุ่งขึ้น
ทุนจีนบุกตลาด: โรงหลอมใหม่ในปราจีนบุรี–ระยอง แย่งวัตถุดิบ
AI คัดแยกเศษเหล็ก: ลดแรงงาน เพิ่มคุณภาพ
เศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG): กฎหมายจัดการซากรถยนต์เก่า กำลังเปิดโอกาสใหม่
เพิ่มเติม: การผลักดัน ESG และ Carbon Border Tax ในยุโรป ทำให้ผู้ส่งออกเหล็กไทยต้องเร่งปรับตัว หากใช้เศษเหล็กคุณภาพสูง จะช่วยลด “Carbon Footprint” และเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลก

 

ผู้เล่นหลักในตลาด

G Steel / GJ Steel → เหล็กแผ่นรีดร้อน ใช้เศษเหล็ก 100%
Millcon Steel (MILL) → เหล็กเส้นคุณภาพสูง กำลังผลิต 600,000 ตัน/ปี
Tata Steel Thailand (TSTH) → เหล็กเส้น/ลวด ผ่านโรงงาน 3 แห่ง
TY-Steel → เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต กำลังผลิต 600,000 ตัน/ปี
ทุนจีนรายใหม่ → โรงหลอมเหล็กเส้น/บิลเล็ต
Insight: การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่ “ราคา” แต่เริ่มขยับไปที่ “คุณภาพเศษเหล็ก” และ “เทคโนโลยีการหลอม”

 

ภาพรวมตลาดเหล็กไทย 2568–2569

ความต้องการเหล็กในประเทศ: 16.3–16.5 ล้านตัน (+1–2%)
แรงหนุน: Mega Projects, การท่องเที่ยว
ปัจจัยลบ: เหล็กราคาถูกจากจีน, หนี้ครัวเรือนสูง, ต้นทุนพลังงาน
แนวโน้มราคา: “ทรงตัวถึงอ่อนตัว” → ผู้ค้าเน้น Just-in-time ลดเสี่ยงสต็อก
Insight: ตลาดเหล็กไทยกำลังอยู่ใน “เกมรับ” มากกว่า “เกมรุก” แต่โครงการรัฐยังเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรม

 

กลยุทธ์การอยู่รอด

Consolidation → ทุนใหญ่ต่างชาติร่วมถือหุ้น นำเทคโนโลยีและเงินทุน
Niche Market → ผลิตเหล็กเกรดพิเศษ เช่น Auto Parts, พลังงานสะอาด
Digital Supply Chain → แพลตฟอร์มออนไลน์เช็กราคา–จองสินค้า
เพิ่มเติม: ผู้ประกอบการเริ่มมองไปที่ “Value-added Steel Solutions” เช่น เหล็กดัดสำเร็จรูป (Cut & Bend) ที่ช่วยลดต้นทุนแรงงานและเวลาในไซต์งาน

 

โอกาสใหม่ในธุรกิจเศษเหล็ก

Scrap Processing Centers: โรงหลอมต้องการเศษเหล็กที่คัดเกรดแล้ว
ELV (End-of-Life Vehicles): กฎหมายซากรถยนต์จะปลดล็อกแหล่งเศษเหล็กมหาศาล
Circular Economy Branding: ผู้ประกอบการที่สามารถโชว์ว่าเหล็กของตน “รีไซเคิลได้จริง” จะได้เปรียบในการเจรจาโครงการใหญ่ที่มีเกณฑ์ ESG
 

สรุปสำหรับผู้ประกอบการ BY SO OK TRADING : 

ปี 2568–2569 คือปีแห่งการ “ประคองตัวและปรับฐาน”

ขาขึ้น: เหล็กโครงสร้างในโครงการระบบราง (EEC)
ขาลง: เหล็กแผ่นสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า (ฐานการผลิตย้ายออกนอกประเทศ)
Insight สุดท้าย: เศษเหล็กกำลังเปลี่ยนจาก “ของเก่า” เป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมเหล็กไทยในยุค Green Economy

 หากท่านมีความต้องการในสินค้า STEEL SCRAP ท่านสามารถติดต่อ บริษัท SO OK TRADING เพื่อดำเนินการให้ท่านได้ โดยท่ายสามารถติดต่อที่หน้า WEBSITE : www.sooktrading.com หน้าแรก กดปุ่ม GIVE INQUIRY หรือส่งอีเมลล์มาที่ SOOKTRADING@OUTLOOK.COM ได้เลยครับ  

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสราคาขยับขึ้น โดย SO OK TRADING
แนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็ก ปี 2569: ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมโอกาสขยับราคาขึ้น ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเหล็กโลก หลังจากผ่านจุดต่ำสุดในปีที่ผ่านมา ความต้องการเหล็กทั่วโลกคาดว่าจะขยายตัว 1.3% สู่ระดับ 1,773 ล้านตัน โดยมีอินเดียเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปฟื้นตัวจากการลงทุนในพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนจีนแม้ยังชะลอตัว แต่การลดลงเริ่มเบาลง ด้านราคาเหล็กมีแนวโน้มขยับขึ้น โดยราคาเหล็กเส้นเฉลี่ยอยู่ที่ 16,000–17,000 บาท/ตัน (450–530 USD/MT) แม้ยังมีแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินของจีนและมาตรการกีดกันทางการค้า แต่ตลาดกำลังเข้าสู่ “สมดุลใหม่” ที่มั่นคงมากขึ้น สำหรับประเทศไทย ความต้องการเหล็กมีแนวโน้มฟื้นตัวตามภาคก่อสร้างและยานยนต์ แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากเหล็กราคาถูกจีนที่ครองตลาดสูงถึง 50% ผู้ประกอบการไทยจึงต้องปรับกลยุทธ์ เช่น การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และการยกระดับมาตรฐานคุณภาพเพื่อเจาะตลาดพรีเมียมและตลาดส่งออกเฉพาะกลุ่ม SO OK Trading: พันธมิตรเชื่อมเหล็กไทยสู่ตลาดโลก SO OK Trading พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการเหล็กไทยด้วยโซลูชันครบวงจร ตั้งแต่การเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อ ผ่านเครือข่ายคู่ค้ากว้างขวางและระบบโลจิสติกส์ราง–เรือ–ถนน ไปจนถึงการวิเคราะห์ตลาดและแนวโน้มราคา พร้อมคำแนะนำสูตรราคาอิงดัชนี เราช่วยจัดทำสัญญาซื้อขายที่ลดความผันผวน ดูแลเอกสารและมาตรฐานการส่งออก เพื่อสร้างความมั่นใจ และพัฒนาข้อเสนอเชิงเทคนิคที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าจีนที่มองหาเหล็กเฉพาะทาง SO OK Trading ไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรทางธุรกิจที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดเหล็กระดับโลก
15 ม.ค. 2026
เศษเหล็กปี 2026: จาก “ขยะรีไซเคิล” สู่ “วัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ : ดีมานต์ที่ขยายตัวขึ้นจากมาตรการสิ่งแวดล้อม CBAM BY SO OK TRADING
Steel Scrap 2026: From Waste to Strategic Asset เศษเหล็กปี 2569 ไม่ใช่แค่ “ขยะรีไซเคิล” อีกต่อไป — แต่กลายเป็น “วัตถุดิบยุทธศาสตร์” ที่อุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลกแย่งชิง เทรนด์แรงปีนี้: - โรงหลอมโลกเร่งใช้ EAF ลดคาร์บอน - CBAM ของยุโรปบังคับใช้เต็มรูปแบบ - ตลาดโลกเข้าสู่ภาวะ “เศษเหล็กขาดแคลนเชิงโครงสร้าง” อุปสงค์ทั่วโลกปี 2026: - แตะ 748 ล้านตัน เติบโตเฉลี่ย 4–5% ต่อปี - ไทยต้องการ 16.5–17.0 ล้านตัน → ดันราคาขึ้นต่อเนื่อง SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรจัดหาเศษเหล็กคุณภาพสูง รองรับตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2026 ด้วยมาตรฐานสากลและการคัดแยกที่แม่นยำ
21 ม.ค. 2026
เศษเหล็ก "STEEL SCRAP": RECYCLED INDUSTRY
“เศษเหล็ก” ที่เหลือใช้จากการใช้งาน เมื่อเสื่อมสภาพลงแล้วจะส่งผลให้เป็นเศษเหล็กเหลือใช้ที่รอทิ้งจำนวนมาก เริ่มมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่สามารถย่อยสลาย ก่อให้เกิดของเสียอันตราย และมีสารที่เป็นมลพิษ เศษเหล็ก เหล่านี้มีวิธีกำจัด คือ ทิ้งเป็นขยะหรือผ่านการซื้อขายตามมาตรฐาน เพื่อนำมาคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการหลอมด้วยเตาหลอม จะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นเหล็กแผ่น เหล็กเส้น เหล็กกล่อง เหล็กแป็ป เหล็กแบน สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกต่อไป
11 พ.ย. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy