แชร์

Wood Pellet เปลี่ยน 'ขี้เลื่อย' เป็น 'กำไร'! เชื้อเพลิงอัดเม็ด พลังงานทางเลือกใหม่ที่โรงงานยุค 2026 ต้องมี : ก้าวสู่ Net Zero ไปด้วยกัน! Wood Pellet เชื้อเพลิงชีวมวลที่ช่วยลด Carbon Footprint ให้ธุรกิจคุณอย่างยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด: 14 ก.พ. 2026
257 ผู้เข้าชม

เชื้อเพลิงขี้เลื่อยและ Wood Pellet: พลังงานสะอาดที่กำลังมาแรง

เชื้อเพลิงขี้เลื่อยและ Wood Pellet กำลังกลายเป็น “ดาวรุ่ง” ของวงการพลังงานสะอาดในไทยและตลาดโลก เพราะมันไม่ใช่แค่เศษวัสดุเหลือทิ้งจากโรงเลื่อยอีกต่อไป แต่ถูกยกระดับเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่มีมาตรฐาน ใช้งานง่าย และตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ

 

เชื้อเพลิงขี้เลื่อยมีหลายรูปแบบ เช่น

ขี้เลื่อยอัดเม็ด (Wood Pellets): เม็ดเล็ก ขนาด 6–12 มม. ความชื้นต่ำ ความหนาแน่นสูง ขนส่งสะดวก
ขี้เลื่อยอัดแท่ง (Wood Briquettes): ขนาดใหญ่กว่า เหมาะกับเตาอุตสาหกรรม
ถ่านอัดแท่งจากขี้เลื่อย: ผ่านกระบวนการคาร์บอนไนเซชัน ให้ค่าความร้อนสูงถึง 7,200–7,400 kcal/kg และไร้ควัน
ข้อดีที่ทำให้เชื้อเพลิงนี้ได้รับความนิยมคือ ค่าความร้อนสูง เผาไหม้สมบูรณ์ ลดคาร์บอนและฝุ่น PM 2.5 ใช้งานง่าย และช่วยเพิ่มมูลค่าให้เศษวัสดุเหลือทิ้ง

 

การใช้งานในประเทศไทยมีทั้งภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน

โรงไฟฟ้าชีวมวลกว่า 135 แห่งทั่วประเทศ ใช้ขี้เลื่อยและเศษไม้เป็นเชื้อเพลิงหลัก
โรงงานอาหารสัตว์ โรงงานแปรรูปผลไม้ ใช้ Boiler ที่เผา Wood Pellet เพื่อลดต้นทุน
ร้านอาหารปิ้งย่างนิยมใช้ถ่านขี้เลื่อยอัดแท่ง เพราะให้ความร้อนสูงและควันน้อย
ครัวเรือนและฟาร์มสัตว์ก็ใช้ได้ ทั้งเตารมควันและวัสดุรองพื้นคอก
 

แนวโน้มปี 2568–2570

การเปลี่ยนจากเชื้อเพลิงดิบไปสู่เชื้อเพลิงอัดเม็ด (Pelletization) เพราะควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า
อุตสาหกรรมใหญ่เร่งเปลี่ยนมาใช้ชีวมวลเพื่อลดภาษีคาร์บอน (CBAM) และทำ Co-firing ผสมกับถ่านหิน
การแข่งขันวัตถุดิบสูงขึ้น ขี้เลื่อยและแกลบไม่ถูกเหมือนเดิม เพราะตลาดโลกต้องการมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
รัฐสนับสนุนโรงไฟฟ้าชุมชนและการอัดเม็ดเศษวัสดุหน้าไร่ เพื่อลดการเผาทิ้งและแก้ปัญหา PM 2.5
 

ด้านต้นทุนและค่าความร้อน

ขี้เลื่อย/เศษไม้สับ: 2,500–3,500 kcal/kg ต้นทุน ~150–220 บาทต่อ 1 ล้าน BTU
Wood Pellet: 4,000–4,500 kcal/kg ต้นทุน ~350–450 บาทต่อ 1 ล้าน BTU
ถ่านหิน: ~450–550 บาทต่อ 1 ล้าน BTU
น้ำมันเตาและ LPG: สูงถึง ~750–950 บาทต่อ 1 ล้าน BTU
แม้ Wood Pellet จะราคาสูงกว่าขี้เลื่อยดิบ แต่ยังถูกกว่าน้ำมันเตาและ LPG กว่า 50% และให้ความร้อนนิ่งกว่า

 

เทคโนโลยีการผลิตที่สำคัญ

เครื่องย่อยไม้ (Wood Chipper)
เครื่องอบแห้ง (Rotary Dryer) ลดความชื้นจาก 40–60% เหลือต่ำกว่า 15%
เครื่องอัดเม็ด (Pellet Mill) ทั้งแบบ Flat Die และ Ring Die
ระบบหล่อเย็นและบรรจุ (Cooler & Packing) เพื่อให้เม็ดแข็งแรงและไม่แตกหัก
 

โอกาสทางธุรกิจ

การขาย Carbon Credits และใบรับรองพลังงานสะอาด
ตลาดส่งออกไปญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ต้องการมาตรฐาน ENplus/DINplus
นวัตกรรม Black Pellets ที่ให้ค่าความร้อนสูงและเก็บรักษาง่าย
การแข่งขันกับผู้ผลิตรายใหญ่ในภูมิภาค เช่น เวียดนาม
 

สรุป
Wood Pellet และเชื้อเพลิงขี้เลื่อยกำลังเปลี่ยนจาก “วัสดุเหลือทิ้ง” เป็น “สินค้าเชิงกลยุทธ์” ที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก โดยเฉพาะในยุค Net Zero ที่ทุกอุตสาหกรรมต้องลดคาร์บอน

 

แนะนำบริษัท SO OK TRADING
SO OK TRADING คือผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และการส่งออกเชื้อเพลิงชีวมวลจากไทยสู่ตลาดโลก เรามุ่งมั่นผลักดันพลังงานสะอาดไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล 

SO OK TRADING เชี่ยวชาญการจัดการ Wood Pellet และเชื้อเพลิงชีวมวลมาตรฐานสากล

SO OK TRADING พร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวสู่อนาคตพลังงานสะอาดอย่างมั่นคงและยั่งยืน

หากท่านสนใจเชื้อเพลิงชีวมวล ทั้ง Wood Pellet , Wood Chip , SAW DUST , RDF3 ท่านสามารถ GIVE INQUIRY ให้ SO OK TRADING ได้เลยราคาเสนอดีแน่นอนครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
Wood Pellets แหล่งพลังงานสะอาด Green Energy เพื่อ Carbon Credit (BY SO OK TRADING)
Wood Pellets ชีวมวลอัดเม็ด แหล่งพลังงานสะอาด ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการผลิตพลังงานชีวมวล (Biomass Energy) เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงแบบเก่า (เชื้อเพลิง ปิโตรเลียม ถ่านหิน) ทั้งยังลดแรงกดดันในเรื่อง สิ่งแวดล้อม จากเหตุดังกล่าวจึงทำให้ ต้องการสินค้าชีวมวลขยายตัว ในการเกริ่นนำนี้เราจะอ้างถึงประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มการใช้พลังงานชีวมวลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน และลดการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ คาดการณ์มูลค่าตลาดจาก 7.26 แสนล้านเยน ในปี 2563 เพิ่มสูงถึง 1.72 ล้านล้านเยน ในปี 2578 ทั้งนี้ญี่ปุ่นยังคงพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก โดยเฉพาะชีวมวลอัดเม็ด (Wood pellets) และไม้สับ (Wood Chips/Waste) เนื่องจากข้อจำกัดด้านปริมาณทรัพยากร โดยจากข้อมูลย้อนหลัง ปริมาณนำเข้าปลายทางญี่ปุ่นรวมอยู่ที่ 2.028 ล้านตัน ในปี 2563
8 ม.ค. 2026
Renewable Energy from Waste to Value (Green Energy) กะลามะพร้าวจากเศษขยะไม่มีค่าสู่ พลังงานชีวภาพ ช่วยลดภาระ มลภาวะสิ่งแวดล้อม
ถ่านกะลามะพร้าว จากมะพร้าว ที่หลายคนใช้ในการผลิตหลายๆอย่าง ไม่ว่าเนื้อมะพร้าวทำเป็นน้ำมันมะพร้าว เป็นกะทิ ใยก็นำไปทำเตียงนอน น้ำมะพร้าวก็แสนอร่อย เนื้อมพร้าวก็นำมาทำขนม กะลามะพร้าวนำไปผลิตเป็นกระบวย ตักน้ำดื่ม คุณประโยชน์จากกะลามพร้าวเป็นที่รู้ จักกันมาอย่างแพร่หลาย แทบบอกได้เลยว่าทุกส่วนของกะลามะพร้าว สามารถที่ จะนำมาใช้ประโยชน์ได้เสมอ - แนวความคิดของเราจะในมาใช้ในส่วนผลิตเป็นพลังงานทดแทน ในอนาคตซึ่งถ่าน จะขาดแคลนเนื่องจากป่าไม้มีจำนวนน้อยลงไปทุกที เรามาดูกันนะครับว่าเราจะผลิต ถ่าน จากกะลามะพร้าวกันได้อย่างไร ?? - เปลือกที่เราทำเป็นถ่านกันบ้าง ทำจากเศษกะลาที่เหลือจากโรงงานอุตสาหกรรม หลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น โรงงานทำกระทิสำเร็จรูป โรงงานผลิตกระทิส่ง ตลาดสด แม้แต่โรงงานผลิตวุ้นมะพร้าว เศษกะลาจำนวนมากนี้ก่อปัญหาให้ทาง โรงงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีปริมาณมาก ไม่มีที่ทิ้ง หรือจัดเก็บเพื่อการทำลาย , การใช้กะลามะพร้าวมาเผาทำเป็นแหล่งพลังงานจัดว่าเป็นการลดมลภาวะช่วยโลก และ ก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Green / Circular Economy) - กะลามะพร้าวที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนสูง จากนั้นนำกะลาที่ได้ไปผ่านตะแกรง ร่อนให้เหลือเพียงแต่ชิ้นกะลาล้วนๆ เพื่อให้ได้ชิ้นกะลามะพร้าวที่มีคุณภาพสำหรับ ผลิตถ่านกะลาคุณภาพดี : เป็นรูปชิ้นกะลามะพร้าวที่ผ่านการเผาเป็นเรียบร้อยแล้ว และผ่านการร่อนจนเหลือเพียงแต่ชิ้นกะลาเท (จากกะลา 100% หลังจากที่ผ่านการเผาแล้วจะเหลือถ่านกะลาเพียงแค่ 20% เท่านั้น) - วัตถุดิบถ่านกะลามะพร้าว นำมาผ่านเครื่องบด เครื่องอัด โดยพิจารณาส่วนผสม ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้สินค้าถ่านอัดแท่งที่มีคุณภาพมากที่สุด เพื่อให้ได้ถ่านอัดแท่งที่มีคุณภาพพร้อมที่จะส่งออกไปสู่ต่างประเทศ ให้สินค้าไทย ก้าวไปให้ไกลยังต่างประเทศไห้ได้มากที่สุด - หลังจากที่ผ่านเครื่องอัดกำลังสูงออกมาแล้ว สินค้าที่ไ้ด้ ทางเราต้องนำสินค้าถ่านอัดแท่ง เข้าเตาอบ เพื่อลดความชื้นภายในเนื้อถ่าน เพื่อให้ถ่านที่ส่งเข้าสู่ตลาดมีคุณภาพดีที่สุด ค่าความร้อนสูง ค่าความชื้นน้อยที่สุด เตาอบถ่านเราใช้เวลาอบนานถึง 3 วันเพื่อใ้้ห้ความชื้นในเนื้อถ่านน้อยที่สุด - ถ่านที่นำออกมาจากเตาอบ ที่ใช้เวลาอบนานมากถึง 3 วันเพื่อให้แน่ใจว่า ภายในเนื้อถ่านอัดแท่งจากกะลามะพร้าวจะมีความชื้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ - หลังจากที่ถ่านไม่มีความร้อน ไม่มีความชื้นเรียบร้อยแล้ว ทางเราจะตัดแท่งก้อน ถ่านให้ได้ตามขนาดตามที่ลูกค้าสั่งมา ส่วนการบรรจุขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าต้องการการ บรรจุแบบได ขนาดความยาวเท่าไร ซึ่งเป็นไปตามลูกค้าสั่งเสมอ และนำลงบรรจุเพื่อทำการส่งมอบ ให้ลูกค้าต่อไป - การขนส่งสินค้า ส่งมอบให้ลูกค้าที่ท่าเรือ เพื่อที่จะบรรจุเข้าตู้คอนเทรนเนอร์ ตามวันที่ลูกค้ากำหนด นะครับ เราจะขนส่งโดยใช้รถสิบล้อ ขนส่งจากโรงงาน ไปเข้าตู้สินค้าที่ท่าเรือกรุงเทพ หรือจุดนัดพบลูกค้า ตามแต่ลูกค้าได้สั่งนะครับ เราคำนึงถึงเวลาในการส่งสินค้าให้กับลูกค้าเสมอครับ ข ขั้นตอนการบรรจุสินค้าเข้าตู้ ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากว่าเราเข้าใจลูกค้าว่าต้องการบรรจุลงตู้ให้ได้มากที่สุด ทางเราจะจัดเรียงให้ แน่นที่สุดเพื่อให้บรรจุสินค้าเข้าตู้ได้มากที่สุดด้วย -ทุกขั้นตอนตั้งแต่เรื่องวัตถุดิบจนถึงการขนส่งไปถึงมือลูกค้าเป็นสิ่งที่ทาง SO OK TRADING เราให้ความสำคัญเสมอมา --------- Product Testing Specification Moisture = 6.4% Volatile Matter = 17.2% (18.4% at moisture free basis) Fixed Carbon = 73% (78.0% at moisture free basis) Ash = 3.4% (3.6% at moisture free basis) Sulfur = 0.0% (0.0% at moisture free basis) Heating Value = 6,870 kcal/kg. (7,340 kcal/kg at moisture free basis) Density = 970 kg/m3 High Quality Pure Coconut CHARCOAL Testing Specification Moisture = 7.1%-7.8% Volatile Matter = 13.0%-13.5% Fixed Carbon = 81.0%-83.0% Ash = 3.7%-7.7% Sulfur = 0.0% Heating Value = 7,100-7,300 kcal/kg Density = N/A
24 พ.ย. 2025
RDF (เชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้และขยะ): เชื้อเพลิง RDF คืออะไร และ ทำประโยชน์อะไรกับ Green Energy ได้บ้าง
Refuse Derived Fuel : RDF โดยทั่วไปนิยมเรียกว่า เชื้อเพลิงขยะ แต่สำหรับคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนช. เรียกว่า ก้อนเชื้อเพลิงขยะ และได้มีการพิจารณาศึกษา RDF ซึ่งเป็นประโยชน์กับการจัดการขยะชุมชน รวมทั้งขยะอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ขยะอันตราย ซึ่งมีการทิ้งปะปนกันจนแยกออกได้ยาก จึงขออนุญาตสรุปเนื้อหาของผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการพร้อมแนวคิดจากประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางการจัดการขยะแบบไทยๆ ดังนี้ การผลิต RDF เป็นแนวทางที่ประเทศพัฒนาแล้วใช้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพื้นยุโรป เช่น เยอรมนี สวีเดน ฟินแลนด์ ฯลฯ ทั้งขยะใหม่และขยะเก่าที่ตกค้างในบ่อฝังกลบ สามารถนำมาผลิต RDF ได้ดี การผลิต RDF สามารถทำได้โดยเทคโนโลยีคนไทย เครื่องจักรผลิตในไทย ไปจนถึงการนำเข้าเครื่องจักรคุณภาพสูงจากต่างประเทศในกรณีที่ต้องการผลิตจำนวนมากๆ ตั้งแต่ 100 ตันต่อวันขึ้นไป เมื่อปี พ.ศ. 2557 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ศึกษาพื้นที่ศักยภาพเบื้องต้นว่า มีการผลิต RDF ไม่น้อยกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ จากการสำรวจพื้นที่ผลิต RDF 21 แห่ง ใน 15 จังหวัด พบว่ามีการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนสู่ชุมชน 570 ล้านบาท สามารถคืนทุนได้ในเวลา 10-13 ปี ราคาขายของ RDF เริ่มต้นตันละ 500-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพและค่าความร้อนของ RDF (ปกติอยู่ระหว่าง 3,000-5,000 กิโลแคลอรี่ต่อกิโลกรัม) ปัญหาของการผลิต RDF ก็คือ ตลาด ซึ่งมีผู้ซื้อน้อยราย ความต้องการใช้ RDF น้อยกว่าปริมาณที่มีการผลิต อีกทั้งจุดรับซื้อมีเพียงไม่กี่จุดทั่วประเทศ เท่าที่มีโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ จากการที่มีการผลิต RDF จากบ่อฝังกลบและจากขยะใหม่ในปริมาณมาก RDF จึงล้นตลาดจนราคาซื้อขายไม่คุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงขยะส่วนใหญ่ก็มีภาระในการจัดการขยะตามสัญญากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อราคาตํ่ามากๆ ทำให้เชื้อเพลิง RDF ถูกนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการ ดังนั้น สมาคมการค้าพลังงานขยะ จึงได้มีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ให้มีการสนับสนุนยกระดับเชื้อเพลิงขยะให้เป็นเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดธุรกิจการค้าที่มั่นคงและเป็นที่ยอมรับของสถาบันการเงินต่างๆ พร้อมกันนี้ทางสมาคมการค้าพลังงานขยะ ยังได้มีเสนอแนวทางการจัดประเภทของ RDF ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย เพื่อสะดวกต่อการส่งเสริมของภาครัฐและสามารถกำหนดราคาซื้อขายได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ประเภท กระบวนการผลิตเชื้อเพลิง (Method of Manufacture) กลุ่มลูกค้าที่ใช้ RDF RDFRDF – 1 RDF เกรดพรีเมียม (Solid Recovered Fuel : SRF) ผ่านการย่อย-คัดแยกชนิด และขนาดด้วยเครื่องจักร มีขนาด RDF 50-100 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม RDF – 2 RDF คุณภาพสูง ผ่านเครื่องย่อย-คัดแยกชนิดและขนาด RDF มีขนาด 90-150 มิลลิเมตร ค่าความร้อนสูง โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และเป็นเชื้อเพลิงเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวล RDF – 3 RDF คุณภาพปานกลาง ผ่านการย่อยและคัดแยกเบื้องต้น ขนาด RDF 200-300 มิลลิเมตร ค่าความร้อนปานกลาง-สูง โรงไฟฟ้าขยะทั่วไป RDF – 4 RDF จากบ่อฝังกลบ ผ่านการร่อนด้วยเครื่องจักร แยกดินออก RDF มีขนาดใหญ่เล็กตามสภาพ ต้องนำไปปรับปรุงคุณภาพก่อนใช้เป็นเชื้อเพลิง ลูกค้าที่มีระบบปรับปรุงคุณภาพขยะ ขอยกตัวอย่างบทสรุปจากสมุดปกขาว “เชื้อเพลิงขยะ (RDF) ทางออกของการจัดการขยะชุมชน” 1. โรงงานปูนซีเมนต์ทั้ง 4 แห่งในประเทศไทย ที่รับซื้อ RDF ในพื้นที่มีไม่ทั่วถึงเพียงพอที่จะรับขยะชุมชน 2. ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตอนบน ไม่มีโรงงานปูนซีเมนต์ตั้งอยู่ 3. ราคาเชื้อเพลิงจากฟอสซิล มีผลต่อราคาและการรับซื้อ RDF 4. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ ไม่รู้วิธีการผลิต RDF ให้ได้คุณภาพ เพื่อให้ได้ราคาดี 5. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/ชุมชนผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF ที่มีคุณภาพโดยผ่านการทำสัญญาแบบ Supply Chain ในระยะยาว และสร้างระบบประกันคุณภาพและราคาขาย รวมทั้งค่าขนส่งสามารถปรับตามราคาเชื้อเพลิง 6. การผลิต RDF มุ่งเน้นการกำจัดขยะที่ตกค้างและเกิดขึ้นใหม่อย่างเป็นระบบ ควรใช้เป็นโอกาสให้มีผลต่อการคัดแยกขยะ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนไทยในอนาคต 7. การผลิต RDF มีผลประโยชน์ร่วมหลายด้าน เช่น ลดปัญหานํ้าเสีย การแพร่ระบาดของโรค สร้างรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ได้พื้นที่ขยะที่ฝังกลบหรือกองทิ้งมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ลดการนำเข้าเชื้อเพลิง ลดความขัดแย้ง และเป็นการร่วมกับประชาคมโลกในการลดภาวะโลกร้อน “ขยะไม่ใช่ทอง แต่เป็นของเสียที่ต้องช่วยกันกำจัด” RDF 3: Recycling Energy
24 พ.ย. 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy