Share

“RDF-3 & SRF: Fuels Driving Net Zero” : “Circular Economy in Action: Waste Fuels for the Future : SO OK TRADING Presents: Smart Waste Fuels for a Sustainable World

Last updated: 31 Jan 2026
605 Views

RDF-3 and SRF: Waste Fuels Transforming Energy and Environment ⚡

As the world accelerates toward a Circular Economy and clean energy transition, RDF-3 (Fluff RDF) and SRF (Solid Recovered Fuel) are emerging as key solutions for waste management and carbon reduction in industry and power generation.

 

1. Global and Regional Market Growth

The global RDF market is projected to grow from USD 22 billion (2024) to USD 30 billion (2030), with a CAGR of 4.6–8%.
Europe leads with a 35% market share due to strict landfill regulations.
Asia-Pacific is the fastest-growing region (24%), driven by rapid expansion of waste-to-energy plants in China, Indonesia, and Thailand.
 

2. Cement Industry: The Largest Consumer

RDF-3 is widely used in cement kilns as a coal substitute, reducing costs and CO₂ emissions.
Using about 168 tons/day of RDF-3 can replace up to 21.2% of energy demand and improve combustion efficiency.
 

3. Waste-to-Energy

By 2025, 61% of RDF is expected to be used for electricity generation, growing at 9.9% annually.
Fluidized Bed technology is increasingly adopted, designed specifically for RDF-3 to ensure complete combustion and lower emissions.
 

4. Transition to SRF: Premium Waste Fuel

SRF complies with ISO 21640, ensuring calorific value, chlorine, and heavy metal control.
Buyers prefer SRF for longer boiler lifespan and better emission control compared to RDF-3.
Production involves advanced processes such as optical sorting and chemical composition control.
 

5. Carbon Credits and Plastic Credits

RDF-3 reduces methane emissions from landfills, enabling claims for Carbon Credits.
Global brands support RDF for Plastic Credits, turning non-recyclable plastics into energy instead of polluting oceans.
 

6. Digital Twin and AI: Next-Generation RDF Plants

AI Sorting with hyperspectral cameras ensures consistent calorific value.
Predictive Maintenance reduces operating costs by forecasting blade wear.
 

Thailand Outlook (2026)

RDF market value expected to reach THB 14.5 billion, up 15.1% year-on-year.
Power sector (64%) shows the highest growth at 16.8%.
Industrial sector (36%), especially cement, increasingly adopts RDF/SRF as coal substitutes.
Government’s AEDP 2024 plan targets 36% renewable energy share by 2037.
RDF/SRF producers can join T-VER to sell Carbon Credits for additional revenue.
 

RDF-3 Pricing in Thailand (2025–2026)

RDF-3 (3,000–3,500 kcal/kg): THB 900–1,100/ton
SRF (4,000–5,000+ kcal/kg): THB 1,300–1,600/ton
Key factors: calorific value, moisture (<20–30%), chlorine/heavy metals, and imported coal prices.
Transport costs are critical → economically viable within 200–300 km radius.
 

Conclusion: The Turning Point for RDF-3 and SRF

2026 marks the year when RDF/SRF become the new standard for alternative fuels in Thailand. Investments in MBT plants and carbon credit programs will strengthen the ecosystem, supporting both the Circular Economy and Net Zero goals.

 

Introducing SO OK TRADING: RDF-3 and SRF Specialists in Thailand

SO OK TRADING is a leading supplier of RDF-3 and SRF in Thailand, committed to creating new value from waste and driving the future of clean energy.

www.sooktrading.com

Our Strengths

Expertise in RDF-3 and SRF supply
High-quality fuels, ISO 21640 compliant
Ideal for cement kilns and power plants
Supporting Net Zero and Circular Economy initiatives
Products

RDF-3 (3,000–3,500 kcal/kg)
SRF (4,000–5,000+ kcal/kg)
Low moisture, strict impurity control
Why Choose Us

International-standard reliability
End-to-end management from sorting to delivery
Long-term sustainable partnerships


Related Content
Renewable Energy from Waste to Value (Green Energy) กะลามะพร้าวจากเศษขยะไม่มีค่าสู่ พลังงานชีวภาพ ช่วยลดภาระ มลภาวะสิ่งแวดล้อม
ถ่านกะลามะพร้าว จากมะพร้าว ที่หลายคนใช้ในการผลิตหลายๆอย่าง ไม่ว่าเนื้อมะพร้าวทำเป็นน้ำมันมะพร้าว เป็นกะทิ ใยก็นำไปทำเตียงนอน น้ำมะพร้าวก็แสนอร่อย เนื้อมพร้าวก็นำมาทำขนม กะลามะพร้าวนำไปผลิตเป็นกระบวย ตักน้ำดื่ม คุณประโยชน์จากกะลามพร้าวเป็นที่รู้ จักกันมาอย่างแพร่หลาย แทบบอกได้เลยว่าทุกส่วนของกะลามะพร้าว สามารถที่ จะนำมาใช้ประโยชน์ได้เสมอ - แนวความคิดของเราจะในมาใช้ในส่วนผลิตเป็นพลังงานทดแทน ในอนาคตซึ่งถ่าน จะขาดแคลนเนื่องจากป่าไม้มีจำนวนน้อยลงไปทุกที เรามาดูกันนะครับว่าเราจะผลิต ถ่าน จากกะลามะพร้าวกันได้อย่างไร ?? - เปลือกที่เราทำเป็นถ่านกันบ้าง ทำจากเศษกะลาที่เหลือจากโรงงานอุตสาหกรรม หลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น โรงงานทำกระทิสำเร็จรูป โรงงานผลิตกระทิส่ง ตลาดสด แม้แต่โรงงานผลิตวุ้นมะพร้าว เศษกะลาจำนวนมากนี้ก่อปัญหาให้ทาง โรงงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีปริมาณมาก ไม่มีที่ทิ้ง หรือจัดเก็บเพื่อการทำลาย , การใช้กะลามะพร้าวมาเผาทำเป็นแหล่งพลังงานจัดว่าเป็นการลดมลภาวะช่วยโลก และ ก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Green / Circular Economy) - กะลามะพร้าวที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนสูง จากนั้นนำกะลาที่ได้ไปผ่านตะแกรง ร่อนให้เหลือเพียงแต่ชิ้นกะลาล้วนๆ เพื่อให้ได้ชิ้นกะลามะพร้าวที่มีคุณภาพสำหรับ ผลิตถ่านกะลาคุณภาพดี : เป็นรูปชิ้นกะลามะพร้าวที่ผ่านการเผาเป็นเรียบร้อยแล้ว และผ่านการร่อนจนเหลือเพียงแต่ชิ้นกะลาเท (จากกะลา 100% หลังจากที่ผ่านการเผาแล้วจะเหลือถ่านกะลาเพียงแค่ 20% เท่านั้น) - วัตถุดิบถ่านกะลามะพร้าว นำมาผ่านเครื่องบด เครื่องอัด โดยพิจารณาส่วนผสม ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้สินค้าถ่านอัดแท่งที่มีคุณภาพมากที่สุด เพื่อให้ได้ถ่านอัดแท่งที่มีคุณภาพพร้อมที่จะส่งออกไปสู่ต่างประเทศ ให้สินค้าไทย ก้าวไปให้ไกลยังต่างประเทศไห้ได้มากที่สุด - หลังจากที่ผ่านเครื่องอัดกำลังสูงออกมาแล้ว สินค้าที่ไ้ด้ ทางเราต้องนำสินค้าถ่านอัดแท่ง เข้าเตาอบ เพื่อลดความชื้นภายในเนื้อถ่าน เพื่อให้ถ่านที่ส่งเข้าสู่ตลาดมีคุณภาพดีที่สุด ค่าความร้อนสูง ค่าความชื้นน้อยที่สุด เตาอบถ่านเราใช้เวลาอบนานถึง 3 วันเพื่อใ้้ห้ความชื้นในเนื้อถ่านน้อยที่สุด - ถ่านที่นำออกมาจากเตาอบ ที่ใช้เวลาอบนานมากถึง 3 วันเพื่อให้แน่ใจว่า ภายในเนื้อถ่านอัดแท่งจากกะลามะพร้าวจะมีความชื้นน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ - หลังจากที่ถ่านไม่มีความร้อน ไม่มีความชื้นเรียบร้อยแล้ว ทางเราจะตัดแท่งก้อน ถ่านให้ได้ตามขนาดตามที่ลูกค้าสั่งมา ส่วนการบรรจุขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าต้องการการ บรรจุแบบได ขนาดความยาวเท่าไร ซึ่งเป็นไปตามลูกค้าสั่งเสมอ และนำลงบรรจุเพื่อทำการส่งมอบ ให้ลูกค้าต่อไป - การขนส่งสินค้า ส่งมอบให้ลูกค้าที่ท่าเรือ เพื่อที่จะบรรจุเข้าตู้คอนเทรนเนอร์ ตามวันที่ลูกค้ากำหนด นะครับ เราจะขนส่งโดยใช้รถสิบล้อ ขนส่งจากโรงงาน ไปเข้าตู้สินค้าที่ท่าเรือกรุงเทพ หรือจุดนัดพบลูกค้า ตามแต่ลูกค้าได้สั่งนะครับ เราคำนึงถึงเวลาในการส่งสินค้าให้กับลูกค้าเสมอครับ ข ขั้นตอนการบรรจุสินค้าเข้าตู้ ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากว่าเราเข้าใจลูกค้าว่าต้องการบรรจุลงตู้ให้ได้มากที่สุด ทางเราจะจัดเรียงให้ แน่นที่สุดเพื่อให้บรรจุสินค้าเข้าตู้ได้มากที่สุดด้วย -ทุกขั้นตอนตั้งแต่เรื่องวัตถุดิบจนถึงการขนส่งไปถึงมือลูกค้าเป็นสิ่งที่ทาง SO OK TRADING เราให้ความสำคัญเสมอมา --------- Product Testing Specification Moisture = 6.4% Volatile Matter = 17.2% (18.4% at moisture free basis) Fixed Carbon = 73% (78.0% at moisture free basis) Ash = 3.4% (3.6% at moisture free basis) Sulfur = 0.0% (0.0% at moisture free basis) Heating Value = 6,870 kcal/kg. (7,340 kcal/kg at moisture free basis) Density = 970 kg/m3 High Quality Pure Coconut CHARCOAL Testing Specification Moisture = 7.1%-7.8% Volatile Matter = 13.0%-13.5% Fixed Carbon = 81.0%-83.0% Ash = 3.7%-7.7% Sulfur = 0.0% Heating Value = 7,100-7,300 kcal/kg Density = N/A
24 Nov 2025
SOLAR FARM: ECO ENERGY FROM THE SUNSHINE (FUTURE ENERGY)
"โซลาร์ฟาร์มภาคประชาชน" ในไทยหมายถึงโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และขายส่วนเกินเข้าระบบ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดค่าไฟ โครงการเหล่านี้ดำเนินการโดย กกพ. และหน่วยงานไฟฟ้า (กฟน., กฟภ.) และอาจมีการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในราคาพิเศษ เช่น 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี สำหรับผู้ที่สมัครและผ่านเกณฑ์ โครงการและการสนับสนุน โครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน: เป็นโครงการของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่ส่งเสริมการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน เป้าหมาย: เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคประชาชน หน่วยงานรับผิดชอบ: การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็นผู้ดำเนินการรับสมัครและเชื่อมต่อระบบ การรับซื้อไฟฟ้า: ในปี 2565 มีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ของ MEA (กรุงเทพฯ, นนทบุรี, สมุทรปราการ) การสนับสนุนอื่นๆ: รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินสนับสนุนการติดตั้ง เงื่อนไขและการสมัคร การยื่นคำขอ: ผู้สนใจต้องยื่นคำขอผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานไฟฟ้า การเชื่อมต่อระบบ: ต้องขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐานของ MEA/PEA เพื่อความปลอดภัย รูปแบบการติดตั้ง: มี 2 แบบ คือติดตั้งเพื่อใช้เองภายในบ้าน และติดตั้งเพื่อขายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับทางการไฟฟ้า ตัวอย่างโครงการ โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย: เป็นโครงการที่ PEA ดำเนินการรับสมัคร โครงการ Solar ภาคประชาชน ปี 2565: MEA เปิดรับสมัครสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
1 Dec 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy and Cookies Policy
Compare product
0/4
Remove all
Compare
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy