แนวโน้มค่าเงิน-ทองคำเดือดรับสัปดาห์เลือกตั้ง และ ปีใหม่จีน : จับตา USD อ่อนค่า – ทองคำจ่อทะลุ $5,000 พร้อมกลยุทธ์เด็ดที่นักลงทุนต้องรู้ : บทความจาก SO OK TRADING
อัพเดทล่าสุด: 8 ก.พ. 2026
2890 ผู้เข้าชม

บทวิเคราะห์ตลาดเงินและทองคำ: 9–16 กุมภาพันธ์ 2569
สัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งจาก ผลการเลือกตั้งใหญ่ของไทย (8 ก.พ.) และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะทยอยออกมา ทำให้ทั้งค่าเงินและราคาทองคำมีแนวโน้ม ผันผวนสูงเป็นพิเศษ
ภาพรวมค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
ดอลลาร์มีแนวโน้ม อ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดรับรู้ถึงการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความกังวลต่อเศรษฐกิจพื้นฐาน
USD/THB (ดอลลาร์–บาทไทย): บาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้น โดยกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 31.00–31.80 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนมาจากราคาทองคำและความเชื่อมั่นหลังเลือกตั้ง
EUR/USD (ยูโร–ดอลลาร์): ยูโรมีแนวโน้มแข็งค่า โดยตลาดคาดว่าอาจทดสอบระดับ 1.1000–1.2000 หากเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวต่อเนื่อง
USD/JPY (ดอลลาร์–เยนญี่ปุ่น): เยนยังผันผวนสูง โดยกรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ 151–159 เยนต่อดอลลาร์ หากหลุด 151 เยนจะเป็นสัญญาณแข็งค่ารุนแรง
USD/CNY (ดอลลาร์–หยวนจีน): หยวนทรงตัวถึงแข็งค่าเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 6.85–7.25 หยวนต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนจากการปรับสมดุลเศรษฐกิจจีนและช่วงเทศกาลตรุษจีน
กลยุทธ์ค่าเงิน: เทรดเดอร์เน้น “Short USD” (ขายดอลลาร์เมื่อชนแนวต้าน) เพราะเทรนด์ใหญ่ของดอลลาร์กำลังเข้าสู่รอบอ่อนค่า
สัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งจาก ผลการเลือกตั้งใหญ่ของไทย (8 ก.พ.) และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะทยอยออกมา ทำให้ทั้งค่าเงินและราคาทองคำมีแนวโน้ม ผันผวนสูงเป็นพิเศษ
ภาพรวมค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
ดอลลาร์มีแนวโน้ม อ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดรับรู้ถึงการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความกังวลต่อเศรษฐกิจพื้นฐาน
USD/THB (ดอลลาร์–บาทไทย): บาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้น โดยกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 31.00–31.80 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนมาจากราคาทองคำและความเชื่อมั่นหลังเลือกตั้ง
EUR/USD (ยูโร–ดอลลาร์): ยูโรมีแนวโน้มแข็งค่า โดยตลาดคาดว่าอาจทดสอบระดับ 1.1000–1.2000 หากเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวต่อเนื่อง
USD/JPY (ดอลลาร์–เยนญี่ปุ่น): เยนยังผันผวนสูง โดยกรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ 151–159 เยนต่อดอลลาร์ หากหลุด 151 เยนจะเป็นสัญญาณแข็งค่ารุนแรง
USD/CNY (ดอลลาร์–หยวนจีน): หยวนทรงตัวถึงแข็งค่าเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 6.85–7.25 หยวนต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนจากการปรับสมดุลเศรษฐกิจจีนและช่วงเทศกาลตรุษจีน
กลยุทธ์ค่าเงิน: เทรดเดอร์เน้น “Short USD” (ขายดอลลาร์เมื่อชนแนวต้าน) เพราะเทรนด์ใหญ่ของดอลลาร์กำลังเข้าสู่รอบอ่อนค่า
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทิศทางราคาสังกะสีโลก เดือนตุลาคม 2026 — อุปทานตึงตัว อุปสงค์ชะลอ และมุมมองจากสถาบันการเงินชั้นนำ
โดย SO OK TRADING | 1 ตุลาคม 2026
ราคาสังกะสีในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง แม้จะเริ่มปรับฐานลงเล็กน้อยหลังผ่านช่วงพีคซีซันของเดือนกันยายน โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 3,819–3,821 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน ลดลงราว 1% ในรอบเดือน แต่ยังสูงกว่าปีก่อนหน้าถึงกว่า 26% สะท้อนถึงภาวะตลาดที่ยังคงตึงตัวจากฝั่งอุปทานทั่วโลก
บทวิเคราะห์นี้จะพาไปเจาะลึก ปัจจัยหนุนและกดดันราคาสังกะสี, สถานการณ์ตลาด LME และ SHFE, รวมถึงมุมมองจากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง JP Morgan, Goldman Sachs และ SMM ที่ต่างเห็นพ้องว่าราคาสังกะสีในไตรมาสสุดท้ายของปี 2026 จะยังทรงตัวในระดับสูง แม้อุปสงค์จะเริ่มชะลอตัว
ติดตามแนวโน้มราคาในกรอบ 3,400–3,950 USD/ton, ผลกระทบต่อค่าพรีเมี่ยมในเอเชีย และกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมโลหะ — ทั้งหมดนี้ในบทวิเคราะห์ฉบับเต็มจาก SO OK TRADING
1 ต.ค. 2026
ตะวันออกกลางเดือด 2026: จากการปฏิเสธหยุดยิง สู่ความเสี่ยงสงครามเต็มรูปแบบและผลกระทบเศรษฐกิจโลก
✨ บทนำ
สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2026 กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี หลังจากสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 7 วันของอิหร่าน ความตึงเครียดได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในมิติทางการทูต การทหาร และเศรษฐกิจโลก
การเผชิญหน้าระหว่างสองมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ไม่เพียงส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมือง แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมต่อ ราคาน้ำมัน ทองคำ และระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ อย่างรุนแรง ขณะที่ตลาดโลกเริ่มตอบสนองต่อความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทุกวัน
ในช่วงเวลาที่โลกกำลังจับตา “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นเลือดใหญ่ของการค้าพลังงานโลก ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ และพันธมิตร รวมถึงการตอบโต้ของอิหร่านและกลุ่มฮูตีในเยเมน กำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ชะตาเศรษฐกิจโลกในไตรมาสสุดท้ายของปี 2026
SO OK TRADING — FAST • SHARP • RELIABLE
5 ต.ค. 2026
อาเซียน: กำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกใหม่
SO OK TRADING | 13 SEP 2026
อาเซียน (ASEAN) กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ที่เคยพึ่งพาการผลิตแรงงานเข้มข้น สู่การเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจโลกใหม่” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานสะอาด และการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
ภายในปี 2573 (2030) อาเซียนตั้งเป้าจะก้าวขึ้นเป็น เศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก ด้วยประชากรกว่า 680 ล้านคน และการลงทุนมหาศาลในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น Data Center, AI, EV และพลังงานหมุนเวียน
ภูมิภาคนี้ไม่เพียงเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก แต่กำลังกลายเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจและนวัตกรรมระดับโลก ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี การค้า และพลังงานสะอาดเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
13 ก.ย. 2026


