แชร์

แนวโน้มค่าเงิน-ทองคำเดือดรับสัปดาห์เลือกตั้ง และ ปีใหม่จีน : จับตา USD อ่อนค่า – ทองคำจ่อทะลุ $5,000 พร้อมกลยุทธ์เด็ดที่นักลงทุนต้องรู้ : บทความจาก SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.พ. 2026
1547 ผู้เข้าชม
บทวิเคราะห์ตลาดเงินและทองคำ: 9–16 กุมภาพันธ์ 2569

สัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งจาก ผลการเลือกตั้งใหญ่ของไทย (8 ก.พ.) และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะทยอยออกมา ทำให้ทั้งค่าเงินและราคาทองคำมีแนวโน้ม ผันผวนสูงเป็นพิเศษ

 ภาพรวมค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)

ดอลลาร์มีแนวโน้ม อ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดรับรู้ถึงการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความกังวลต่อเศรษฐกิจพื้นฐาน

USD/THB (ดอลลาร์–บาทไทย): บาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้น โดยกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 31.00–31.80 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนมาจากราคาทองคำและความเชื่อมั่นหลังเลือกตั้ง
EUR/USD (ยูโร–ดอลลาร์): ยูโรมีแนวโน้มแข็งค่า โดยตลาดคาดว่าอาจทดสอบระดับ 1.1000–1.2000 หากเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวต่อเนื่อง
USD/JPY (ดอลลาร์–เยนญี่ปุ่น): เยนยังผันผวนสูง โดยกรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ 151–159 เยนต่อดอลลาร์ หากหลุด 151 เยนจะเป็นสัญญาณแข็งค่ารุนแรง
USD/CNY (ดอลลาร์–หยวนจีน): หยวนทรงตัวถึงแข็งค่าเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 6.85–7.25 หยวนต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนจากการปรับสมดุลเศรษฐกิจจีนและช่วงเทศกาลตรุษจีน
กลยุทธ์ค่าเงิน: เทรดเดอร์เน้น “Short USD” (ขายดอลลาร์เมื่อชนแนวต้าน) เพราะเทรนด์ใหญ่ของดอลลาร์กำลังเข้าสู่รอบอ่อนค่า

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
ราคาทองตอนนี้พุ่งสูงไม่หยุด จะไปหยุดที่จักรวาลเลยไม๊ : BY SO OK TRADING
ราคาทองคำต้นปี 2026 ณ วันที่ 5 มกราคม 2568 อยู่ที่ประมาณ 4,300–4,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์หลังจากปี 2025 ที่ราคาพุ่งแรง,มาตลอดทั้งปี โดยแนวโน้มปีนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า นโยบายการค้าระหว่างชาติ การคาดการณ์ลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และ นโยบายเกี่ยวเนื่องอื่นๆ และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางหลายประเทศ ภาพรวมราคาทองคำต้นปี 2026 - ราคาล่าสุด (5 มกราคม 2026): อยู่ในช่วง 4,400 - 4,450 USD/oz - แนวโน้มปี 2025: ราคาทองคำปิดปีด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ (Always New High) สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนและธนาคารกลาง - สถานะตลาด: ทองคำไม่ได้ถูกมองแค่เป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อระยะสั้น แต่เป็นการจัดสรรเชิงกลยุทธ์ในพอร์ตการลงทุน ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ - นโยบายการเงินสหรัฐ (Fed): ความคาดหวังการปรับลดดอกเบี้ยในปี 2026 ช่วยหนุนราคาทองคำ - เงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลก: ความกังวลเรื่องภาวะถดถอยและเงินเฟ้อทำให้นักลงทุนหันมาถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย - ธนาคารกลางทั่วโลก: หลายประเทศยังคงเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงในทุนสำรอง - ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์: สงคราม ความตึงเครียดระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงเป็นแรงหนุนราคาทองคำ แนวโน้มปี 2026 - ฐานราคา: คาดว่าทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 4,300–5,500 USD/oz --> มีโอกาสทะลุ 5,000 USD/oz ขึ้นไปสูงมาก - โอกาสปรับขึ้น: หาก Fed ลดดอกเบี้ยเร็วหรือเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแรง หรือมีปัจจัยอื่นๆ เสริมแรง ราคามีโอกาสทะลุ 5,500 USD/oz - ความเสี่ยงปรับลง: หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วและดอกเบี้ยยังสูง ราคาทองคำอาจปรับฐานลงใกล้ 4,000 USD/oz --->โอกาสมี แต่น้อย ตอนนี้ยังเป็นขาขึ้น สรุปสำหรับผู้ลงทุนทอง - ระยะสั้น: จับตาการประชุม Fed, นโยบายทางเศรษฐกิจของนานาประเทศ , การจำกัดการส่งออกทรัพยากรของจีน การลดการพึ่งพา USD, ข่าวนโยบายการค้า - ระยะกลาง–ยาว: ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและเหมาะสำหรับการกระจายความเสี่ยง ---> ราคาน่าจะวิ่งขึ้นได้อีก สรุป: ราคาทองคำปี 2026 ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มทรงตัว–ขยับขึ้น โดยมีแรงหนุนจากนโยบายการเงินสหรัฐ ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางหลายประเทศ --> ทิศทางขาขึ้น แต่ ดูปัจจัยแวดล้อมประกอบ ดูทิศทางขึ้นแน่ อาจมีย่อบางช่วงแต่โดยรวมขึ้น
6 ม.ค. 2026
“Metal Shift 2026: จุดเปลี่ยนแห่งยุคโลหะโลก — ทองคำ–แร่เงินร่วง แต่ทองแดงรุ่ง สัญญาณใหม่ของเศรษฐกิจหลังสงคราม”: SO OK TRADING 20 JUNE
Metal Divergence 2026: เมื่อทองคำ–แร่เงินถูกกดดัน แต่ทองแดงกลับมาเด่นหลังสงครามสงบ บทความโดย SO OK TRADING | 20 มิถุนายน 2026 หลังการลงนามสันติภาพในตะวันออกกลาง ตลาดโลหะทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ — จาก “ยุคสงคราม” สู่ “ยุคเศรษฐกิจจริงและนโยบายดอกเบี้ย” โลหะมีค่าอย่าง ทองคำและแร่เงิน สูญเสียพรีเมียมความเสี่ยงจากสงคราม ทำให้ราคาปรับฐานลงแรง ขณะที่ ทองแดง กลับได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์จริงในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และพลังงานสะอาด บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกแนวโน้มและการประเมินราคาจากสถาบันการเงินระดับโลก ทั้ง Goldman Sachs, J.P. Morgan, UBS, Citigroup และ TD Securities เพื่อมองเห็นภาพชัดว่า “เกมโลหะโลก” กำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างไรในปี 2026
20 มิ.ย. 2026
Oil Shock 2026: สงครามน้ำมัน USA–Iran เขย่าโลก ราคาน้ำมันพุ่ง ทองคำทะยาน หุ้นร่วง เงินเฟ้อสะเทือนเศรษฐกิจโลก : 7 มีนาคม 2026 เมื่อ อิหร่าน โดนโจมตีคลังน้ำมันโต้กลับ : บทความโดย SO OK TRADING
สงครามน้ำมัน 7 มีนาคม 2026: เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีคลังน้ำมันอิหร่าน โลกเข้าสู่ภาวะ Oil Shock ครั้งใหญ่ วันที่ 7 มีนาคม 2026 โลกทั้งใบสะเทือนทันที เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีคลังน้ำมันในกรุงเตหะราน จุดชนวนความขัดแย้งที่ลุกลามรวดเร็ว และนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ — เส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันกว่า 20% ของโลกต้องผ่าน  ราคาน้ำมัน Brent พุ่งจาก $65–70 ขึ้นเหนือ $92 และมีแนวโน้มแตะ $120–150  ราคาทองคำทะยานจาก $4,800 สู่ $5,400 ต่อออนซ์ และอาจแตะ $6,000 เร็ว ๆ นี้  ค่าเงินผันผวน: ดอลลาร์แข็ง เยน หยวน และบาทไทยอ่อนค่าตามแรงกดดัน  ตลาดหุ้นเอเชียร่วง นักลงทุนแห่เข้าถือทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย นี่ไม่ใช่แค่สงครามในตะวันออกกลาง — แต่มันคือแรงสะเทือนที่กระทบต้นทุน การลงทุน และกระเป๋าสตางค์ของคนทั่วโลก
8 มี.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy