แนวโน้มค่าเงิน-ทองคำเดือดรับสัปดาห์เลือกตั้ง และ ปีใหม่จีน : จับตา USD อ่อนค่า – ทองคำจ่อทะลุ $5,000 พร้อมกลยุทธ์เด็ดที่นักลงทุนต้องรู้ : บทความจาก SO OK TRADING
อัพเดทล่าสุด: 8 ก.พ. 2026
2880 ผู้เข้าชม

บทวิเคราะห์ตลาดเงินและทองคำ: 9–16 กุมภาพันธ์ 2569
สัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งจาก ผลการเลือกตั้งใหญ่ของไทย (8 ก.พ.) และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะทยอยออกมา ทำให้ทั้งค่าเงินและราคาทองคำมีแนวโน้ม ผันผวนสูงเป็นพิเศษ
ภาพรวมค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
ดอลลาร์มีแนวโน้ม อ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดรับรู้ถึงการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความกังวลต่อเศรษฐกิจพื้นฐาน
USD/THB (ดอลลาร์–บาทไทย): บาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้น โดยกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 31.00–31.80 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนมาจากราคาทองคำและความเชื่อมั่นหลังเลือกตั้ง
EUR/USD (ยูโร–ดอลลาร์): ยูโรมีแนวโน้มแข็งค่า โดยตลาดคาดว่าอาจทดสอบระดับ 1.1000–1.2000 หากเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวต่อเนื่อง
USD/JPY (ดอลลาร์–เยนญี่ปุ่น): เยนยังผันผวนสูง โดยกรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ 151–159 เยนต่อดอลลาร์ หากหลุด 151 เยนจะเป็นสัญญาณแข็งค่ารุนแรง
USD/CNY (ดอลลาร์–หยวนจีน): หยวนทรงตัวถึงแข็งค่าเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 6.85–7.25 หยวนต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนจากการปรับสมดุลเศรษฐกิจจีนและช่วงเทศกาลตรุษจีน
กลยุทธ์ค่าเงิน: เทรดเดอร์เน้น “Short USD” (ขายดอลลาร์เมื่อชนแนวต้าน) เพราะเทรนด์ใหญ่ของดอลลาร์กำลังเข้าสู่รอบอ่อนค่า
สัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งจาก ผลการเลือกตั้งใหญ่ของไทย (8 ก.พ.) และการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะทยอยออกมา ทำให้ทั้งค่าเงินและราคาทองคำมีแนวโน้ม ผันผวนสูงเป็นพิเศษ
ภาพรวมค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)
ดอลลาร์มีแนวโน้ม อ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก เนื่องจากตลาดรับรู้ถึงการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความกังวลต่อเศรษฐกิจพื้นฐาน
USD/THB (ดอลลาร์–บาทไทย): บาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้น โดยกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 31.00–31.80 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนมาจากราคาทองคำและความเชื่อมั่นหลังเลือกตั้ง
EUR/USD (ยูโร–ดอลลาร์): ยูโรมีแนวโน้มแข็งค่า โดยตลาดคาดว่าอาจทดสอบระดับ 1.1000–1.2000 หากเศรษฐกิจยูโรโซนฟื้นตัวต่อเนื่อง
USD/JPY (ดอลลาร์–เยนญี่ปุ่น): เยนยังผันผวนสูง โดยกรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ 151–159 เยนต่อดอลลาร์ หากหลุด 151 เยนจะเป็นสัญญาณแข็งค่ารุนแรง
USD/CNY (ดอลลาร์–หยวนจีน): หยวนทรงตัวถึงแข็งค่าเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 6.85–7.25 หยวนต่อดอลลาร์ ปัจจัยหนุนจากการปรับสมดุลเศรษฐกิจจีนและช่วงเทศกาลตรุษจีน
กลยุทธ์ค่าเงิน: เทรดเดอร์เน้น “Short USD” (ขายดอลลาร์เมื่อชนแนวต้าน) เพราะเทรนด์ใหญ่ของดอลลาร์กำลังเข้าสู่รอบอ่อนค่า
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมโลหะโลก — เมื่อ “อลูมิเนียมบริสุทธิ์เกรด P1020” กลายเป็นวัตถุดิบที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ตั้งแต่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปจนถึง พลังงานสะอาดและบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก
SO OK TRADING ขอพาคุณเจาะลึกแนวโน้มตลาดอลูมิเนียมบริสุทธิ์ระดับโลก พร้อมกรณีศึกษาแบรนด์พรีเมียม Portland Aluminium (Australia) ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในไทยและทั่วโลก
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่า
ทำไม P1020 ถึงเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยุคใหม่
ปัจจัยใดที่ทำให้ตลาดอลูมิเนียมทั่วโลก “ตึงตัวและราคาพุ่งสูงสุดในรอบทศวรรษ”
และเหตุผลที่ Portland Premium คือคำตอบของอนาคตอุตสาหกรรมไทยในยุค ESG และ CBAM
เตรียมพบกับข้อมูลเชิงลึกด้านสเปก มาตรฐาน LME, กลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการไทย และแนวโน้มตลาดโลกปี 2026–2035 ที่จะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมอลูมิเนียมไปตลอดทศวรรษ
SO OK TRADING — FAST. SHARP. RELIABLE.
พันธมิตรทางธุรกิจของคุณในโลกโลหะ Non‑Ferrous
29 ก.ค. 2026
SO OK TRADING CO., LTD.
FAST • SHARP • RELIABLE
SO OK TRADING คือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการค้าระหว่างประเทศในกลุ่ม โลหะอุตสาหกรรม (Non‑Ferrous Metals) โดยเฉพาะ Aluminum Ingot P1020 (99.70% LME Registered Brand) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก London Metal Exchange (LME) และเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก
⚙️ สินค้าและบริการหลัก
ALUMINUM INGOT P1020
บริสุทธิ์ 99.70% LME Registered Brand
เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ สายไฟ วัสดุก่อสร้าง และการผลิตขั้นสูง
แบรนด์ที่จัดจำหน่าย: PORTLAND • HILLSIDE • TOMAGO • RUSAL • MA’ADEN
13 ก.ย. 2026
เศรษฐกิจโลก ก.ย.–ต.ค. 2026: ประคองตัวท่ามกลางมรสุมภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่
เศรษฐกิจโลกในช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคม 2026 กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของยุค “โพสต์-โลกาภิวัตน์” ที่ห่วงโซ่อุปทานและกติกาการค้ากำลังถูกจัดระเบียบใหม่ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินที่ผันผวน
IMF และ UN ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP โลกลงเหลือเพียง 2.5–3.0% สะท้อนถึงภาวะ “ขยายตัวแบบชะลอตัว” ที่ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนใหม่จากเทคโนโลยี AI และพลังงานสะอาด
ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับ วิกฤตพลังงาน เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยขาขึ้นรอบใหม่ — ภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะ อาเซียนและอินเดีย กลับกลายเป็นศูนย์กลางการเติบโตแห่งใหม่ของเศรษฐกิจโลก
ประเทศไทยเองกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และเตรียมรับบทบาทสำคัญในเวทีโลกกับการเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ภายใต้กรอบ “Bangkok Blueprint” ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
✨ ติดตามบทวิเคราะห์เชิงลึกและมุมมองเศรษฐกิจโลกจาก SO OK TRADING
FAST • SHARP • RELIABLE
23 ก.ย. 2026


