แชร์

ทองคำโลกกำลังสร้างฐานใหม่ — โอกาสหรือความเสี่ยง : บทความโดย SO OK TRADING

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.พ. 2026
3779 ผู้เข้าชม
ภาพรวมการเคลื่อนไหวทองคำ (ปลายมกราคม – ต้นกุมภาพันธ์ 2569)

ตลาดทองคำโลกเพิ่งผ่านช่วงที่เรียกได้ว่าเป็น Historic Reversal หรือการกลับตัวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี ปลายเดือนมกราคมราคาทองคำทะยานขึ้นเหนือ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ทำให้ราคาทองแท่งในไทยพุ่งทะลุ 80,000 บาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แต่เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น แรงขายทำกำไรจากนักลงทุนสถาบันและกองทุนขนาดใหญ่ก็ถาโถมเข้ามาอย่างหนัก ราคาทองคำโลกจึงปรับฐานลงแรงกว่า 800–900 ดอลลาร์ ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ขณะที่ราคาทองไทยก็ลดลงกว่า 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงมาอยู่ในช่วง 31.60–32.00 บาทต่อดอลลาร์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองในประเทศไม่ให้ร่วงแรงตามตลาดโลก

 
สถานการณ์ล่าสุด (3 กุมภาพันธ์ 2569)

ราคาทองคำโลก (Gold Spot) เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 4,664–4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการสร้างฐานใหม่หลังจากการร่วงลงแรง ขณะที่ราคาทองแท่งในไทยยังทรงตัวสูงที่ 70,000–71,000 บาท แม้ราคาตลาดโลกจะลดลงมากแล้วก็ตาม
 
แนวโน้มระยะสั้น (3–10 กุมภาพันธ์ 2569)

ตลาดโลก:
ราคากำลังอยู่ในช่วง “สะสมพลัง” หลังการปรับฐาน แนวรับสำคัญคือ 4,600 ดอลลาร์ หากหลุดอาจเห็นการร่วงไปถึง 4,400–4,550 ดอลลาร์ แต่ถ้าราคายืนได้และรีบาวด์ขึ้น เป้าหมายแรกคือ 4,900–5,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ตลาดจะพยายามทดสอบอีกครั้ง
ตลาดไทย:
ราคาทองแท่งคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 69,500–72,500 บาท โดยมีค่าเงินบาทเป็นตัวแปรสำคัญ หากเงินบาทแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.50 บาท/ดอลลาร์ ราคาทองในประเทศอาจถูกลงอีก
 
ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะรายงานจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) และข้อมูล ADP ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินดอลลาร์
แรงขายทำกำไร หลังจากราคาทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนจำนวนมากยังคงทยอยขายเพื่อปิดกำไร
ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของดอลลาร์และทองคำ
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นแรงหนุนระยะยาว
 
มุมมองจากสถาบันการเงินระดับโลก

J.P. Morgan: แม้ราคาจะปรับตัวลงแรงที่สุดนับตั้งแต่ยุค 1980 แต่ยังคงมองเป้าหมายปลายปีที่ 6,300 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าการย่อตัวครั้งนี้เป็นเพียงการขจัดความล้นเกินของตลาด
Goldman Sachs: ให้เป้าหมายที่ 4,900–5,400 ดอลลาร์ โดยแรงซื้อจากธนาคารกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุน * --> ทองยังเป็นที่สะสมของรัฐบาลในแต่ละประเทศอยู่เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงิน
UBS: คาดการณ์ที่ 5,400–6,200 ดอลลาร์ หากปัญหาซัพพลายทองคำยังคงอยู่และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่คลี่คลาย
Bank of America: คาดราคาเฉลี่ยปีนี้ที่ 5,000 ดอลลาร์
 

มุมมองจากนักวิเคราะห์ในไทย

YLG Bullion: มองว่าทองคำยังมีโอกาสไปต่อ โดยเป้าหมายอยู่ที่ 4,900 ดอลลาร์ แต่เตือนให้ระวังความผันผวนในเดือนกุมภาพันธ์
SO OK TRADING มองว่าราคาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์จะอยู่ที่ระดับ 5,000 ดอลาร์ต่อออนซ์ โดยคาดการณ์ว่าราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 4,500 - 5,250 USD/Onz สำหรับราคาทองไทยน่าจะอยู่ที่ระดับ 70,000 - 7ุ6,000 บาท เฉลี่ยมระดับ 73,500 บาท แต่ความผันผวนสูง และต้องดูค่าเงินบาทประกอบ
 

กลยุทธ์การลงทุน บทสรุปจาก SO OK TRADING 

สายสะสม (ถือยาว): หากราคายืนเหนือ 4,600 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคง ถือเป็นจังหวะสะสมไม้แรก เพราะสถาบันใหญ่ยังคงมองบวกในระยะยาว
สายเก็งกำไร (เทรดสั้น): เล่นในกรอบ 4,600–4,900 ดอลลาร์ ระวังแรงขายหนักหากราคาดีดขึ้นไปแตะ 5,000 ดอลลาร์ อีกครั้ง
ผู้ลงทุนในไทย: จับตาค่าเงินบาท หากแข็งค่าลงต่ำกว่า 31.50 บาท/ดอลลาร์ จะเป็นโอกาสซื้อทองในประเทศในราคาที่ถูกลง
 

สรุปภาพรวม

ตลาดทองคำกำลังอยู่ในช่วง “ปรับฐานแรง” หลังจากพุ่งทะยานเกินจริงในเดือนมกราคม แม้ระยะสั้นจะผันผวนสูง แต่ระยะกลางถึงยาวยังคงมีมุมมองเชิงบวกจากสถาบันการเงินทั่วโลก นักลงทุนที่ถือยาวสามารถใช้ช่วงนี้เป็นโอกาสสะสม ส่วนผู้เล่นสั้นต้องระวังแรงขายและความผันผวนที่ยังคงสูงในสัปดาห์นี้

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
“พักรบการค้าโลก 2026: เกมเจรจาทรัมป์–สี จิ้นผิง กับสมดุลใหม่เศรษฐกิจโลก”23-25 SEP: สรุปประเด็นสำคัญโดย SO OK TRADING
Trade Truce & Global Tensions: การประชุมสุดยอดสหรัฐฯ–จีน กันยายน 2026 โดย SO OK TRADING | 26 กันยายน 2026 “พักรบทางการค้า สู่สมดุลเปราะบางของเศรษฐกิจโลก”
26 ก.ย. 2026
“OUTLOOK เศษโลหะโลก 2026: จุดเปลี่ยนแห่งอลูมิเนียมรีไซเคิล (Remelt) วัตถุดิบยุทธศาสตร์แห่งอนาคตยุค Net Zero”: SO OK TRADING: 6 SEP
ปี 2026 คือปีที่โลกกำลังเผชิญ “จุดเปลี่ยนแห่งเศษโลหะ” อย่างแท้จริง — โดยเฉพาะในตลาด อลูมิเนียมรีไซเคิลและหลอมซ้ำ (Remelt Aluminum) ที่กำลังร้อนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ “เศษอลูมิเนียม” ไม่ใช่เพียงวัสดุเหลือใช้อีกต่อไป แต่กลายเป็น วัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Resource) ที่ทุกประเทศต้องการแย่งชิงเพื่อความมั่นคงทางอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม การหลอมซ้ำ (Remelt) ถูกยกระดับจากการรีไซเคิลธรรมดา สู่การเป็นหัวใจของ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 95% เมื่อเทียบกับการผลิตอลูมิเนียมใหม่ และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างมหาศาล ทำให้ Remelt กลายเป็น “ทางรอด” ของอุตสาหกรรมโลกในยุคที่มาตรการ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของยุโรปเริ่มบังคับใช้อย่างเข้มงวด ในปีนี้ SO OK TRADING ในฐานะผู้ค้าสินค้าโลหะ Non-Ferrous จากประเทศไทย พร้อมนำเสนอภาพรวมตลาดโลกและภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของเศษโลหะและอลูมิเนียมรีไซเคิลที่กำลังเปลี่ยนโลกอุตสาหกรรมไปอย่างสิ้นเชิง “อลูมิเนียมรีไซเคิล (Remelt) คือหัวใจของอุตสาหกรรมยุค Net Zero — วัตถุดิบที่ไม่เพียงสร้างมูลค่า แต่ยังสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลก”
6 ก.ย. 2026
Bullish Wave กลางเดือนสิงหา: จับตาโลหะพุ่งแรง! ทองแดง – อลูมิเนียม – สังกะสี – ตะกั่ว   SO OK TRADING วิเคราะห์ตลาดโลหะโลก: Weekly Metal Outlook — สัปดาห์แห่งโอกาสและความผันผวน : 17-21 AUG 2026
โลหะเดือดกลางเดือนสิงหา: เมื่ออุปทานตึงตัว โลกต้องการพลังใหม่ บทวิเคราะห์ราคา BASE METAL ประจำสัปดาห์ 17–21 สิงหาคม 2026 โดย SO OK TRADING — FAST | SHARP | RELIABLE ตลาดโลหะพื้นฐานทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วง “ร้อนแรงที่สุดแห่งปี” เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนแรง สต็อก LME ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปี และแรงซื้อจากอุตสาหกรรม AI, Data Center และโครงสร้างไฟฟ้า กำลังผลักดันราคาของโลหะหลักอย่าง ทองแดง, อลูมิเนียม, สังกะสี และตะกั่ว ให้ยืนระยะในระดับสูงและมีแนวโน้มดีดตัวต่อเนื่อง ⚙️ จุดเด่นของสัปดาห์นี้ ทองแดง (Copper): โครงสร้างขาขึ้นชัดเจน พร้อมทดสอบแนวต้าน $14,521 และเป้าหมายจิตวิทยา $15,000 อลูมิเนียม (Aluminum): อุปทานตึงตัวสุดในรอบ 36 ปี แม้ RSI เข้าสู่เขต Overbought แต่ยังมีแรงซื้อจากตลาดพลังงาน สังกะสี (Zinc): กำลังสร้างรูปแบบ Ascending Triangle มีโอกาสเบรกแนวต้าน $3,880 และพุ่งสู่ $4,000 ตะกั่ว (Lead): เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เหมาะกับนักลงทุนสายเทคนิคที่เน้นการเทรดระยะสั้น
15 ส.ค. 2026
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy